LINE MAN Wongnai reports strong recovery signals in Thailand’s restaurant industry toward the end of 2025, following a difficult first half marked by weak consumer spending and high food costs. Fresh data from Wongnai POS (offline sales) and the LINE MAN platform (delivery sales) show that the government’s “Half-Half Plus” initiative successfully revived spending and accelerated growth for small restaurants, especially in secondary cities where sales reached record highs — in contrast to food hotspot areas in Bangkok that remain slow to rebound.

Market rebounds in Q4 after a steep drop in Q2

At the “LINE MAN Wongnai Kin Khao Lao Khao” event, Yod Chinsupakul – CEO, revealed that: “The first half of 2025 marked the lowest point for the restaurant sector, with sales per store dropping -14% in Q2. But the market turned positive in the second half — up +1% in Q3 and +5% in Q4 (Oct–Nov data) — reflecting a broad recovery in consumer spending supported by Half-Half Plus.”

Although new restaurant openings grew 3% in the second half, the closure rate remained high at 50%, signaling continued pressure from rising operating costs and intense competition.

“Half-Half Plus” boosts spending and delivers nearly 6x growth for small restaurants

The government stimulus unlocked spending at scale, and LINE MAN — the No.1 delivery platform in “Half-half Plus” — helped channel demand efficiently to restaurants and riders. Key highlights include:

  • LINE MAN is the primary delivery platform for the program, with 65% of participating restaurants choosing to sell on LINE MAN. Sales generated from Half-Half Plus accounted for 63% of total sales in the program — the highest share in the market.
  • Over 8 million Half-Half Plus delivery orders were placed within 3 weeks.
  • Restaurants nationwide saw sales grow 4.2x on average, with top performers growing over 10x — higher than in previous stimulus rounds.
  • The program expanded the customer base significantly: new customers +22%, order frequency +30%, and average basket size +15%.

What stands out most is how Half-Half Plus helped “small restaurants” (earning less than THB 10,000 per month) achieve real growth, with sales surging 5.9x compared with before the program. Mid-sized restaurants (earning more than THB 10,000 per month) saw sales double. This reflects a clear trickle-down impact, channeling spending directly to smaller operators. Riders also benefited, with their average income rising 15–25%, driven by higher daily order volumes.

Top “Half-Half Plus” menu items ordered on LINE MAN included Thai milk tea, spicy papaya salad (som tam), green milk tea, cocoa drink, and spicy jungle papaya salad. The program also drove high-value “premium orders,” with top items such as salmon, premium durian, grilled prawns, steamed crab roe, and suckling pig — with the highest bill reaching THB 1,700, indicating consumers used the program to try higher-priced items.

Strong recovery outside Bangkok, while hotspot areas in the capital remain slow

In Q4 (Oct–Nov 2025), provincial markets recovered faster than Bangkok, with sales per store rising +7% (from -11% in Q2), while Bangkok grew only +2% (from -16% in Q2). Tourist hubs such as Chiang Mai (+9%), Pattaya (+12%), and Phuket (+7%) also strengthened as travel demand returned.

Half-Half Plus drove substantial growth in provincial markets. Top-performing provinces compared to pre-program sales were: Chanthaburi (+9.4x), Nong Bua Lamphu (+9.3x), Uttaradit (+8.9x), Udon Thani (+8x), and Chiang Rai (+7x).

Despite year-end improvements, Bangkok remains the slowest to recover. Several “hotspot zones” remain negative:

  • Central business district (Sukhumvit–Silom–Sathorn): sales per store at -19% in Q2, improving but still slightly negative at -1% in Oct–Nov YoY
  • Banthat Thong: hardest hit, at -35% in Q2 and -21% in late 2025
  • Restaurants in malls showed the clearest rebound, rising from -21% in Q2 to +1% in Oct–Nov — the only segment in Bangkok to return to positive growth

Consumer behavior 2025: Value-first mindset, with menus under THB 500 driving resilience

LINE MAN Wongnai data shows that Thai consumers prioritize value more than before. Menus under THB 500 were least affected, with sales dropping only -12% in Q2 and rebounding +5% in Oct–Nov. In contrast, higher-ticket items (above THB 500) saw deeper pressure: -14% in Q2, recovering to +4% at year-end, but still growing slower than low-cost options — reflecting cautious mid-income spending in a tight economy.

In 2025, the restaurant market showed early signs of recovery, but Thai consumers became more selective — choosing value-driven menus and spending more only when supported by incentives like Half-Half Plus. This sets the stage for 2026 as a pivotal year, with questions around whether the market can sustain its momentum once government stimulus ends. For LINE MAN Wongnai, the year-end results reinforce its role as a key platform connecting government programs to consumers, effectively distributing income to restaurants nationwide and helping keep Thailand’s food ecosystem moving forward during a fragile economic period.

For press inquiries, please contact
LINE MAN Wongnai’s Corporate Communication team: pr@lmwn.com 

News Release View More

LINE MAN Wongnai จับมือ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
จัดสัมมนา “LINE MAN MART ขายได้ทุกอย่าง ช่องทางขายใหม่ บริการส่งไว ดันยอดขายโตขึ้นเฉลี่ย 3 เท่า”หนุนผู้ประกอบการสู่ดิจิทัล

LINE MAN Wongnai และ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ร่วมเดินหน้ายกระดับความสามารถผู้ประกอบการไทย สร้างการเติบโตที่ยั่งยืน จัดงานสัมมนา “LINE MAN MART ขายได้ทุกอย่าง ช่องทางขายใหม่ บริการส่งไว ดันยอดขายโตขึ้นเฉลี่ย 3 เท่า” หนุนผู้ประกอบการโชห่วยไทยเตรียมความพร้อมปรับตัวสู่ยุคการตลาดออนไลน์ สอดรับความมุ่งมั่นของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ในการเสริมสร้างขีดความสามารถของผู้ประกอบการและพัฒนาสู่การเป็น “สมาร์ทโชห่วย” ที่เข้มแข็งและแข่งขันได้  คุณกิตติสันต์ คำทิพย์ รองประธานฝ่ายธุรกิจ LINE MAN MART กล่าวว่า ในฐานะผู้นำแพลตฟอร์มออนดีมานด์และข้อมูลร้านอาหารของไทย ที่มีฐานข้อมูลร้านอาหารและร้านค้ารายเล็กบนแพลตฟอร์มมากกว่า 700,000 ร้าน ทำให้เรามีความเข้าใจถึงความต้องการของผู้ประกอบการร้านอาหารและร้านค้าเป็นอย่างดี ซึ่งที่ผ่านมา Merchant Academy LINE MAN Wongnai ได้ร่วมมือกับพันธมิตรที่หลากหลายในการส่งเสริมศักยภาพให้แก่ร้านค้าและผู้ประกอบการในไทย อย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดเราได้ร่วมมือกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เพื่อเติมเต็มศักยภาพให้แก่ร้านค้ารายย่อยกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค หรือ “โชห่วย” ในการสร้างโอกาส เพิ่มช่องทางการขายบน LINE MAN MART ที่จะช่วยเพิ่มรายได้และสร้างการเติบโตให้กับพ่อค้า แม่ค้า ในยุคที่แพลตฟอร์มเดลิเวอรีกำลังมาแรงได้เป็นอย่างดี คุณทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวว่า ปัจจุบันธุรกิจโชห่วยยังคงมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ขณะเดียวกันก็มีการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นเช่นกัน โดยสังเกตได้จากการขยายตัวของห้างค้าส่งค้าปลีกรายใหญ่ในรูปแบบโมเดลร้านค้าปลีกโฉมใหม่ที่มีภาพลักษณ์สวยงาม มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยในการบริหารจัดการ ประกอบกับพฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบันต่างหันมาซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์เป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นหากผู้ประกอบการโชห่วยแบบดั้งเดิมไม่ยอมปรับตัวก็เป็นการสูญเสียโอกาสทางการตลาดอย่างน่าเสียดาย กรมพัฒนาธุรกิจการค้าให้ความสำคัญกับผู้ประกอบการกลุ่มนี้เนื่องจากเป็นกลไกที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ จึงมีนโยบายในการส่งเสริมและพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง โดยดำเนินโครงการ “สมาร์ทโชห่วย พลัส” ซึ่งเป็นความร่วมแรงร่วมใจของพันธมิตรทุกฝ่ายที่ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือขับเคลื่อนโครงการ “สมาร์ทโชห่วย พลัส” เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2565 เพื่อพัฒนาผู้ประกอบการไทยให้เป็น “สมาร์ทโชห่วย” ที่มีภาพลักษณ์ร้านค้าที่ดีคงความเป็นอัตลักษณ์ท้องถิ่น และใช้ระบบ POS ในการบริหารจัดการร้านค้า นอกจากนี้ กรมฯ ยังมุ่งมั่นที่จะผลักดันผู้ประกอบการโชห่วยที่มีศักยภาพให้สามารถขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ โดยพันธมิตรภาคเอกชนมีบทบาทสำคัญในเรื่องนี้ กรมฯ จึงได้ร่วมมือกับ LINE MAN Wongnai คิกออฟจัดสัมมนาออนไลน์ by DBD ครั้งที่ 1 ประจำปี 2566 เมื่อวันที่ 26 มกราคมที่ผ่านมา ซึ่งได้รับการตอบรับจากผู้ประกอบการโชห่วยเป็นอย่างดี กรมฯ มีความเชื่อมั่นว่าผู้ประกอบการโชห่วยจะสามารถปรับตัวและพัฒนาศักยภาพใช้ช่องทางออนไลน์เพื่อเพิ่มรายได้และสร้างความสามารถในการแข่งขันได้ในระยะยาว โดยกรมฯ จะจัดหลักสูตรสัมมนาออนไลน์ที่น่าสนใจอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี ติดตามข้อมูลข่าวสาร ได้ที่เฟสบุ๊คเพจสมาร์ทโชห่วย พลัส ความร่วมมือครั้งนี้เกิดขึ้นภายใต้แนวคิดที่ต้องการส่งเสริมเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้ผู้ประกอบการโชห่วยของไทย LINE MAN Wongnai และ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า จึงได้ร่วมมือจัดงานสัมมนาผ่านรูปแบบออนไลน์ในหัวข้อ “LINE MAN MART ขายได้ทุกอย่าง ช่องทางขายใหม่ บริการส่งไว ดันยอดขายโตขึ้นเฉลี่ย 3 เท่า” เปิดพื้นที่เสริมสร้างทักษะที่จำเป็นในการบริหารจัดการร้านค้าให้ดียิ่งขึ้น ประกอบไปด้วย 1) การเตรียมความพร้อมสำหรับการขายสินค้าบน LINE MAN MART 2) เรียนรู้การใช้งาน LINE MAN MART และ 3) เรื่องเล่าประสบการณ์จริงจากร้านค้ารุ่นพี่ที่ประสบความสำเร็จจากการขายสินค้าบน LINE MAN MART  เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ประกอบการโชห่วยรายอื่น ๆ ในการเริ่มต้นขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ พร้อมรับสิทธิพิเศษเฉพาะสำหรับร้านค้าที่ผ่านการสัมมนาและสนใจเปิดร้านค้าบน LINE MAN MART อาทิ ทดลองเปิดร้านบน LINE MAN MART ฟรี! 14 วัน, ส่วนลดค่าจัดส่งฟรี 3 กิโลเมตรแรก, ส่วนลดค่าบริการ รวมไปถึงคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญที่ช่วยให้การเปิดร้านเป็นเรื่องง่าย ๆ สามารถดูรายละเอียดและข้อมูลเกี่ยวกับการเปิดร้านค้าบน LINE MAN MART ได้ที่ https://bit.ly/3gwS2wq  ปัจจุบัน LINE MAN MART ให้บริการในพื้นที่จังหวัดต่าง ๆ อาทิ กรุงเทพมหานคร, สมุทรปราการ, ปทุมธานี, สมุทรสาคร, นครปฐม, นนทบุรี, อยุธยา, ชลบุรี และระยอง เป็นต้น อีกทั้งได้ช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจ สร้างยอดขายให้แก่ร้านค้ารายย่อยไปมากกว่า 60,000 ร้านค้า ซึ่งนอกจากเป็นช่องทางที่ช่วยเพิ่มรายได้ให้กับพ่อค้า แม่ค้าแล้ว ยังเพิ่มความสะดวกและความหลากหลายให้กับผู้บริโภคอีกด้วย

LINE MAN Wongnai

3 Feb 2023

สรุปบทเรียน 3 เคสจริงร้านอาหารเดลิเวอรี รับเทรนด์ “แพ็กเกจรักษ์โลก”

สรุปบทเรียน 3 เคสจริงร้านอาหารเดลิเวอรี รับเทรนด์ “แพ็กเกจรักษ์โลก” เติบโต อัตราการผลิตพุ่ง ดันต้นทุนต่อชิ้นปรับลดลงราว 50% จากสถานการณ์โควิด-19 และมาตรการ Work from home มีการขนส่งทั้งอาหาร พัสดุ สินค้า ฯลฯ มากขึ้นเป็นผลให้ปริมาณขยะพลาสติกเพิ่มสูง ข้อมูลเปรียบเทียบระหว่างปี 2562 (ช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19) มีอัตราการสร้างขยะพลาสติกเฉลี่ย 96 กรัม/คน/วัน ในขณะที่ปี 2563 เฉลี่ยอยู่ที่ 134 กรัม/คน/วัน เพิ่มขึ้นกว่า 40%* นี่เป็นเหตุผลที่ภาครัฐและภาคธุรกิจหันมาสนใจประเด็นบรรจุภัณฑ์รักษ์สิ่งแวดล้อมหรือ Eco-packaging มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหารยังคงมีภาพจำเรื่องข้อจำกัดเรื่องต้นทุน และคุณสมบัติของบรรจุภัณฑ์ที่อาจไม่สามารถใส่อาหารได้ทุกประเภท วันนี้เทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์ Eco-packaging ก้าวหน้าขึ้น มีต้นทุนที่ถูกลงกว่าเมื่อก่อน บทความนี้จึงสรุปบทเรียน 3 เคสจริงของร้านอาหารเดลิเวอรีบน LINE MAN หลังใช้แพ็กเกจรักษ์สิ่งแวดล้อมเพื่อให้เจ้าของร้านอาหารอื่นๆ สามารถนำไปปรับใช้ได้ Sizzler: เลือกใช้บรรจุภัณฑ์ให้ตอบโจทย์กับชนิดของอาหาร สร้างประสบการณ์การกินที่ดีให้กับผู้บริโภค Sizzler หนึ่งในร้านที่ขึ้นชื่อเรื่องความหลากหลายของเมนูอาหารสไตล์ตะวันตก ทั้งสเต๊ก ซีฟู้ด และสลัด ได้ตื่นตัวและปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาเป็นระยะเวลากว่า 3 ปีแล้ว ปัจจุบัน Sizzler ใช้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลกเป็นสัดส่วน 90% ของบรรจุภัณฑ์ทั้งหมด คุณกรีฑากร ศิริอัฐ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอส แอล อาร์ ที จำกัด (Sizzler) เล่าว่า “Eco-packaging ที่แบรนด์เลือกใช้มีทั้งบรรจุภัณฑ์จากเยื่อและกระดาษ (Fiber–Based Packaging) ที่ทำมาจากเส้นใยคุณภาพ มีความคงทนสูง สามารถนำเข้าไปอุ่นในไมโครเวฟได้ ซึ่งเรานำมาใช้เพื่อบรรจุสเต๊ก นอกจากนี้ยังมีกล่องกระดาษคราฟท์สำหรับบรรจุภัณฑ์ Sizzler to go ที่มีคุณสมบัติทนน้ำสลัด และคงสภาพในตู้เย็นได้ 1-2 วัน” “บรรจุภัณฑ์ที่ดีที่สุดคือบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะกับจุดประสงค์การใช้งานมากที่สุด การเลือกบรรจุภัณฑ์ต้องคำนึงถึงการสร้างประสบการณ์ในการสั่งอาหารที่ดีให้กับลูกค้า โดยยึดจากพฤติกรรมของลูกค้าเป็นหลัก เช่น เมนูสเต๊ก เมื่อลูกค้าต้องการสั่งไปทานที่บ้าน บรรจุภัณฑ์ที่เราใช้ต้องมีความแข็งแรงคงทนเพื่อให้สามารถเข้าไมโครเวฟได้” ปัจจุบัน Eco-packaging พัฒนาคุณภาพ ราคาที่ถูกลง รวมถึงรองรับการใช้งานที่หลากหลายมากขึ้น โดย DezpaX สตาร์ทอัพผู้ให้บริการ Packaging Solutions ด้านอาหารและเครื่องดื่มครบวงจรจากเอสซีจี ได้ให้คำแนะนำกับ Sizzler และร้านอาหารมือใหม่อีกมากมายเพื่อหาบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสมที่สุดกับการใช้งานของแต่ละร้าน “เราไม่จำเป็นต้องดีดนิ้วแล้วเปลี่ยนทุกอย่างในครั้งเดียว เส้นทางบรรจุภัณฑ์ Eco-friendly ยังมีโอกาสพัฒนาได้อีกมาก เราสามารถเปลี่ยนทีละเล็กทีละน้อย จนกระทั่งถึงวันที่ความต้องการใช้พลาสติกน้อยลง และใช้ Eco-packaging มากขึ้น จะช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าถึงได้ง่ายขึ้นอีกขั้น” คุณกรีฑากรกล่าว Phoenix Lava: เลือกบรรจุภัณฑ์รักษ์โลกเพื่อให้ลูกค้าได้อาหารที่ยังคงความสดใหม่ ร้านซาลาเปาไส้ไหล Phoenix Lava เป็นอีกหนึ่งร้านที่ใช้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลกเป็นสัดส่วนถึง 80% โดยคุณปริญญ์ สุขสมิทธิ์ ผู้ก่อตั้ง บริษัท ฟีนิกซ์ ลาวา จำกัด เล่าว่า “กระดาษรองซาลาเปามีราคาขึ้นอยู่กับความหนาของกระดาษ ด้วยความที่ซาลาเปาของเราเป็นไส้ลาวา มีความหนักกว่าซาลาเปาไส้อื่นๆ จึงต้องใช้กระดาษที่หนาประมาณ 325-350 แกรม ในขณะที่ซาลาเปาทั่วไป ใช้อยู่ที่ 250-300 แกรม” บรรจุภัณฑ์ของ Phoenix Lava ที่พัฒนาร่วมกับ DezpaX ให้ความสำคัญกับการคงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ด้วย “กล่องบรรจุภัณฑ์ซาลาเปาต้องเก็บความร้อนไว้ได้นานที่สุด รวมถึงต้องมีคุณสมบัติลดการเกิดไอน้ำภายในกล่อง เราจึงใช้วิธีการเคลือบด้วยวัสดุแบบฟู้ดเกรด ส่วนเมนูทอดที่ต้องใช้กล่องที่มีคุณสมบัติระบายความร้อน สามารถใช้บรรจุภัณฑ์แบบ Eco-packaging ที่หาซื้อได้ทั่วไป โดยไม่จำเป็นต้องหนา เพราะอาจทำให้แป้งเกิดการออกซิเดชัน ส่งผลให้ของทอดไม่แข็งตัวได้” “ปัจจุบันนี้ Eco-packaging เข้าถึงได้ง่าย ด้วยราคาที่ถูกลงเรื่อยๆ ทำให้เราเห็นหลายร้านหันมาใช้กันมากขึ้น ในอนาคตเรื่องของกฎหมายการบังคับใช้พลาสติกคงจะเกิดขึ้นและเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ผู้ประกอบการร้านอื่นๆ อาจเริ่มต้นจากการทดลองเปลี่ยนสินค้าเพียง 1-2 ชิ้น จากสินค้าทั้งหมดให้เป็น Eco-packaging ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี” คุณปริญญ์ กล่าว เผ็ดมาร์ค: เลือกลงทุนเพื่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว ร้านอาหารเมนูขวัญใจคนไทยอย่างกะเพราจากร้านเผ็ดมาร์คที่มีระดับความเผ็ดแบบ “เผ็ดมาก” จนกลายเป็นรสชาติเอกลักษณ์ที่ลูกค้าพูดถึง ร้านมียอดขายหลักมาจากการเดลิเวอรีกว่า 80% คุณแทน กิตติเดช วิมลรัตน์ ผู้ร่วมก่อตั้งร้านเผ็ดมาร์ค ด้วยแพชชั่นในการรักษาสิ่งแวดล้อม ตั้งใจออกแบบและเลือกใช้บรรจุภัณฑ์สำหรับเดลิเวอรีที่ช่วยลดขยะหรือสร้างมลพิษให้สิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด “เผ็ดมาร์ค ใช้เวลากว่า 1 ปี ในการวางแผน ปรับสูตร รวมไปถึงออกแบบบรรจุภัณฑ์ร่วมกับ DezpaX เพื่อพัฒนาดีไซน์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ถึงแม้ Eco-packaging มีต้นทุนที่สูงกว่าพลาสติกในระดับหนึ่ง เผ็ดมาร์คยินดีลดกำไรลง 2-3 บาทต่อออร์เดอร์ เลือกใช้ Eco-packaging สำหรับส่งเดลิเวอรีทาง LINE MAN และช่องทางอื่นๆ”  การเริ่มต้นที่ดี คือ การเริ่มต้นจากการปรับเปลี่ยนเท่าที่สามารถทำได้ โดยไม่รบกวนต้นทุนของธุรกิจจนเกินไป เพราะการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้ เรียกว่าเป็นการช่วยสิ่งแวดล้อมที่ง่ายที่สุด ทำได้ง่ายกว่าการเก็บขยะจากท้องทะเล” คุณแทนสรุป  DezpaX “Food Packaging Solutions partner” เพื่อนคู่คิดร้านอาหารในการสร้างสรรค์ทุกความต้องการด้านบรรจุภัณฑ์ ปัจจุบันมีการใช้บรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้อย่างแพร่หลาย ส่งผลให้ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์มีการวิจัยและพัฒนาสินค้าใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์วงการฟู้ดเดลิเวอรีมากขึ้น การผลิตที่มากขึ้นส่งผลให้ต้นทุนการผลิตต่ำลง นำมาสู่ราคาสินค้าต่ำลงมากถึง 50% ภายในระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ถือเป็นทางเลือกใหม่ให้กับร้านอาหารได้ดียิ่งขึ้น คุณปฐมพงศ์ ดีปัญญา CEO และผู้ร่วมก่อตั้ง DezpaX.com เปิดเผยว่า “จากปี 2564 มีแนวโน้มผู้สั่งซื้อบรรจุภัณฑ์จากกระดาษและเยื่อธรรมชาติจาก DezpaX เพิ่มมากขึ้นถึง 30% เมื่อเทียบกับปีก่อน และในตลาดใช้บรรจุภัณฑ์โฟมลดลงอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นพัฒนาการที่ดีมากสำหรับร้านอาหารในประเทศไทย” “จากเทคโนโลยีการผลิตและนวัตกรรมการออกแบบ ทำให้บรรจุภัณฑ์จากเยื่อธรรมชาติ 100% มีความแข็งแรงเพียงพอ สามารถเรียงซ้อนเมื่อขนส่งเดลิเวอรีและสามารถย่อยสลายในบ่อขยะฝังกลบภายใน 90 วัน อีกทั้งปัจจุบันบรรจุภัณฑ์จากพลาสติกที่สามารถ reuse หรือ recycle ได้ เช่น พลาสติกแบบ PET ที่ใช้ผลิตแก้วน้ำ และ ขวดน้ำ, พลาสติกแบบ LDPE ที่ใช้ผลิตถุงพลาสติกชั้นเดียวหรือฉลากขวดน้ำ หรือพลาสติกแบบ PP ที่ใช้ผลิตกล่องอาหารที่สามารถนำเข้าไมโครเวฟได้ เป็นต้น ถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับร้านอาหาร  และในอนาคตอันใกล้ จากนโยบายของภาครัฐ และการตื่นตัวของผู้บริโภค จะเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมีการใช้งานอย่างแพร่หลายมากยิ่งขึ้น โดย DezpaX พร้อมเป็นพาร์ทเนอร์กับทุกร้าน เหมือนดังเช่น เผ็ดมาร์ค, Sizzler, Phoenix Lava และร้านอื่นๆ ในการสร้างไอเดียและพัฒนาบรรจุภัณฑ์เพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งาน ราคา และเอกลักษณ์ของร้านอาหาร”  คุณปฐมพงศ์ กล่าว การที่ผู้ประกอบการร้านอาหารเริ่มตื่นตัวหันมาใช้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลกในทุกวันนี้ ถือเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงที่ดีทำให้ราคาของ Eco-packaging เข้าถึงได้ง่ายขึ้น โดยภายใน 5 ปีที่ผ่านมามีต้นทุนที่ลดลงประมาณ 50% เพราะมีอัตราการผลิตที่เพิ่มมากขึ้น เช่น กล่องเยื่อชานอ้อยจากเดิมราคาประมาณ 3 บาท ปัจจุบันราคาลดลงเหลือ 2 บาท รวมถึงมีวัสดุใหม่ๆ เข้ามาทดแทนเพื่อลดต้นทุน เช่น แก้วกาแฟ 16oz ที่มีต้นกำเนิดจากพืชต่างๆ จากเดิมที่ราคาประมาณ 3.2 บาท ปัจจุบันมีทางเลือกใหม่ในการใช้แก้วกาแฟ BIOMAT 16oz ที่สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติเช่นเดียวกัน ในราคาต้นทุนประมาณ 2 บาท เป็นต้น โดย LINE MAN ในฐานะผู้ให้บริการฟู้ดเดลิเวอรียังมุ่งมั่นสนับสนุนร้านค้าในการใช้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลกต่อไปในอนาคต *ข้อมูลจากการเสวนาในประเด็น “ขยะพลาสติก: การจัดการและโอกาส Post COVID-19 หาทางออก เพิ่มโอกาส สร้างรูปแบบที่สมดุล มุ่งสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างยั่งยืน” เปรียบเทียบอัตราการสร้างขยะในช่วงเดือน ม.ค. – ธ.ค. 2562 และช่วงเดือน ม.ค. – ธ.ค. 2563

LINE MAN Wongnai

20 Feb 2022

LINE MAN เปิดแคมเปญ “ดีลข้ามปี ดีขั้นเทพ” อัดส่วนลดจัดเต็มทั้งแอปฯ

LINE MAN ผู้นำแพลตฟอร์มออนดีมานด์ ทุ่มงบ 150 ล้านบาท อัดแคมเปญการตลาดครั้งใหญ่ส่งท้ายปี เปิดตัว “LINE MAN ดีลข้ามปี ดีขั้นเทพ” มอบส่วนลดทั้งแอปฯ แบบจัดเต็ม ทั้งบริการ FOOD DELIVERY, LINE MAN MART และ LINE MAN MESSENGER ให้คนไทยร่วมเฉลิมฉลองและส่งต่อความสุขแก่คนพิเศษแบบคุ้มสุขทุกช่วงเวลากันข้ามปี ตั้งแต่วันนี้ – 31 มกราคม 2566  คุณกฤษฏิ์ ใบสิริกุล รองประธานฝ่ายการตลาด LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “บรรยากาศในช่วงสิ้นปีเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขที่คนส่วนใหญ่มองหากิจกรรมต่าง ๆ ในการไปพบปะผู้คน ญาติผู้ใหญ่ และเพื่อนฝูงเพื่อร่วมสังสรรค์ ซึ่งสีสันที่ขาดไม่ได้ของช่วงเทศกาลคือ การร่วมกันรับประทานอาหารมื้อพิเศษ ไม่ว่าจะสั่งผ่านเดลิเวอรีหรือทำอาหารกินเองที่บ้าน โดยเราพบว่าช่วงเฉลิมฉลองคนไทยมักนิยมใช้บริการสั่งอาหารเดลิเวอรี, สั่งสินค้าวัตถุดิบของใช้จาก LINE MAN MART และ ใช้บริการ LINE MAN MESSENGER ส่งของขวัญด่วน ดังนั้นเพื่อร่วมส่งท้ายปี 2022 เราจึงได้ทุ่มงบกว่า 150 ล้านบาท เปิดตัวแคมเปญ  ‘LINE MAN ดีลข้ามปี ดีขั้นเทพ’ มอบเป็นของขวัญและเป็นส่วนหนึ่งในการส่งความสุขให้คนไทยทั้งประเทศในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่”  สำหรับแคมเปญ “LINE MAN ดีลข้ามปี ดีขั้นเทพ” จัดหนักโปรคุ้ม ลดทั้งแอปฯ กดเก็บโค้ดได้ทุกชั่วโมง รับส่วนลดได้ผ่าน 3 บริการหลักบน LINE MAN  ได้แก่ ปัจจุบัน LINE MAN ผู้ช่วยเบอร์ 1 ของคนไทย มีบริการครอบคลุมทั้งการส่งอาหารที่มีจำนวนร้านค้าบนแพลตฟอร์มเดลิเวอรีกว่า 700,000 ร้านและให้บริการครบ 77 จังหวัดทั่วไทย, LINE MAN MART บริการสั่งซื้อสินค้าร้านออนไลน์ที่ปัจจุบันมีจำนวนร้านค้ารายย่อยกว่า 60,000 ร้าน, บริการ LINE MAN MESSENGER ส่งของด่วน เอกสารด่วน วางบิล ได้ครบ 77 จังหวัดทั่วประเทศ รวมถึงบริการ LINE MAN TAXI เรียกรถแท็กซี่ ปลอดภัย ไว้ใจได้ รับส่งถึงที่ “เราหวังว่าแคมเปญนี้จะช่วยเป็นตัวกลางในการส่งต่อความสุขช่วงท้ายปีให้กับลูกค้าทุกคนผ่านทุกบริการของ LINE MAN พร้อมต้อนรับปีใหม่กับเราแบบคุ้มกว่าเดิมด้วยแคมเปญและกิจกรรมต่าง ๆ ที่เตรียมไว้ตลอดทั้งปี 2023” คุณกฤษฏิ์ กล่าวทิ้งท้าย  ร่วมฉลองเทศกาลพิเศษกับ LINE MAN ได้ทุกวันทุกเวลาแบบคุ้มยาว ๆ ตั้งแต่วันนี้ข้ามปีไปจนถึง 31 มกราคม 2566 ได้ที่ https://lineman.onelink.me/1N3T/egw5elza *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

LINE MAN Wongnai

15 Dec 2022

ปรากฏการณ์สวนลุมฯ แตก! LINE MAN ชวน “ดาด้า” มิสแกรนด์กาฬสินธุ์ นำเต้นแอโรบิก 3,000 คน เจิมเวทีใหม่สุดไวรัล

LINE MAN สนับสนุนเวทีแอโรบิก ณ สวนลุมพินี มอบอุปกรณ์เวที แสง สี เสียง มูลค่า 1 ล้านบาท เพื่อสาธารณประโยชน์ให้แก่กรุงเทพมหานครยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านกิจกรรมสาธารณะ รองรับกระแสการออกกำลังกายของคนเมืองที่กำลังมาแรง โดยมี คุณยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai เป็นผู้ส่งมอบให้แก่ คุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เมื่อวันอังคารที่ 7 เมษายน 2569 นอกจากนี้ LINE MAN ยังเติมเต็มความสนุกให้กับกิจกรรม ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักของประชาชนที่มาร่วมออกกำลังกายอย่างหนาแน่นกว่า 3,000 คน และนำเต้นโดย ดาด้า – ดาราธร หยูทอง มิสแกรนด์กาฬสินธุ์ เจ้าของไวรัลที่สร้างกระแสบนโซเชียล สร้างสีสันและพลังให้กับผู้เข้าร่วมกิจกรรม การสนับสนุนในครั้งนี้สะท้อนถึงความตั้งใจของ LINE MAN ในการส่งเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิตของคนไทย ผ่านการมีส่วนร่วมพัฒนาพื้นที่กิจกรรมของประชาชนให้เข้าถึงได้ง่ายและต่อเนื่อง พร้อมผลักดันให้สวนลุมพินีเป็นศูนย์กลางของกิจกรรมสุขภาพของคนกรุงเทพฯ ต่อไป ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ  ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: pr@lmwn.com

LINE MAN Wongnai

8 Apr 2026