การรับประทานอาหารให้ได้สารอาหารครบ 5 หมู่ดูจะเป็นเรื่องไม่ยาก แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับเด็ก ๆ ในพื้นที่ห่างไกล ปัญหาโภชนาการไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของเด็กเท่านั้น แต่ยังทำให้พวกเขาไม่สามารถเรียนและเล่นได้อย่างเต็มที่ ส่งผลกระทบต่อพัฒนาการอันขวางฝันที่พวกเขาอยากทำในอนาคตได้

ปัญหาด้านโภชนาการของเด็กไทยจึงเป็นปัญหาใหญ่ที่ต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน โครงการ FOOD FOR GOOD มูลนิธิยุวพัฒน์ จึงได้ถูกก่อตั้งขึ้นด้วยหมุดหมายให้เด็กไทยมีภาวะโภชนาการที่เหมาะสม ผ่านการสนับสนุนงบประมาณอาหารกลางวัน มากไปกว่านั้นยังสนับสนุนความรู้ด้านโภชนาการให้แก่ครู เพื่อให้ความรู้ด้านโภชนาการคงอยู่อย่างยั่งยืน 

โรงเรียนบ้านท่าแฉลบ (เอครพานิช) โรงเรียนเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในจังหวัดจันทบุรีที่มีจำนวนนักเรียนชั้นอนุบาลถึงประถมรวมกันเพียง 53 คน เป็นอีกหนึ่งโรงเรียนที่ร่วมโครงการ FOOD FOR GOOD และเป็นโรงเรียนตัวอย่างที่ทั้งคุณครูและนักเรียนร่วมมือกันเพื่อเร่งแก้ไขปัญหาทางโภชนาการกันอย่างขันแข็ง

คุณครูกิ่งทอง นวลหงษ์ (ด้านซ้าย)

“ถ้าเมนูวันนี้เป็นไข่พะโล้ จากงบประมาณที่มี เด็ก ๆ จะได้กินไข่แค่ครึ่งฟองเท่านั้น…” กิ่งทอง นวลหงษ์ คุณครูโรงเรียนบ้านท่าแฉลบฯ เล่าว่า ก่อนที่จะเข้าร่วมโครงการ FOOD FOR GOOD เด็ก ๆ ได้รับอาหารกลางวันในสัดส่วนที่ไม่เพียงพอ เพราะต้องตักในปริมาณน้อย ๆ เพื่อให้เพียงพอต่อนักเรียนทั้งโรงเรียน แต่หลังจากได้ร่วมโครงการนี้ เด็ก ๆ ได้รับประทานมื้อกลางวันครบ 5 หมู่ โดยครูไม่ต้องมากังวลว่าจะเหลือ แต่สิ่งที่ได้มากกว่ามื้ออาหารคือ “ความรู้ทางโภชนาการ” ที่นักโภชนาการของโครงการได้มาให้ความรู้อย่างใกล้ชิด ตั้งแต่ความรู้เรื่องสารอาหาร 5 หมู่ ว่าเด็ก ๆ ในแต่ละวัยควรได้รับในปริมาณเท่าไหร่ นำไปสู่การเรียนรู้เรื่องของปริมาณการตักเสิร์ฟอาหารให้เด็ก ๆ แต่ละวัยอย่างเหมาะสม การปรับพฤติกรรมการกินอาหารสำหรับเด็กอ้วนหรือเด็กผอม  ไปจนถึงการวางแผนเมนูอาหารของนักเรียนตลอด 12 สัปดาห์ ให้เด็ก ๆ ได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนและหลากหลาย และที่สำคัญการวางแผนเมนูอาหารหมุนเวียนล่วงหน้านี้ยังช่วยบริหารจัดการเรื่องการจัดเตรียมวัตถุดิบและงบประมาณ มากไปกว่านั้น ความรู้นี้ถูกถ่ายทอดสู่ทั้งผู้บริหาร คุณครู และนักเรียน ทำให้ทุกคนสามารถนำความรู้นี้ไปใช้ได้ในชีวิตประจำวันได้ ไม่เพียงแต่อยู่ในรั้วโรงเรียนเท่านั้น 

คุณครูกิ่งทอง เสริมว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการก้าวไปพร้อมกับนักเรียน เพื่อให้เด็ก ๆ รู้สึกว่าการกินอาหารที่ถูกต้องตามหลักโภชนาการเป็นสิ่งที่สำคัญกับชีวิตของเด็ก ๆ จริง ๆ ครูที่โรงเรียนบ้านท่าแฉลบจึงเป็นเหมือน “เพื่อนซี้” ด้านโภชนาการของนักเรียนที่กำลังเติบโตไปพร้อมกัน 

“เด็ก ๆ ชั้นอนุบาล หรือ ป.1 จะกินผักกันไม่ค่อยเก่ง สิ่งที่ครูจะทำคือเราจะกินให้เขาดู ทำให้เขาเห็นว่าการกินผักไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ให้กำลังใจตอนเด็ก ๆ ฝึกกินผักอยู่ข้าง ๆ เหมือนเราเป็นเพื่อนเขา”

ธมนวรรณ อั๋นประเสริฐ นักโภชนาการจากโครงการ FOOD FOR GOOD พูดถึง ปัญหา “ภาวะทุพโภชนาการ” ในเด็กไทย มีทั้งเกิดจากการได้รับอาหารน้อยหรือมากเกินความต้องการ ยกตัวอย่างเช่น ปัญหาภาวะโภชนาการที่ได้รับสารอาหารเกินที่เกิดจากเด็ก ๆ มีพฤติกรรมการเลือกกินขนม น้ำหวาน และกินตามใจปาก หรือปัญหาเด็กขาดสารอาหาร ส่งผลให้เด็ก ๆ ไม่มีแรงเรียนรู้ทั้งในและนอกห้องเรียน ทำให้เป็นอุปสรรคต่อพัฒนาการทั้งในการร่างกายและการเรียนรู้อีกด้วย 

“แม้ปัญหาเรื่องโภชนาการ จะเป็นปัญหาที่ไม่ได้มองเห็นผลลัพธ์ได้อย่างทันที แต่ถ้าเด็ก ๆ ขาดสารอาหารหรือได้รับสารอาหารเกินความต้องการของร่างกายสะสมไปเรื่อย ๆ จะส่งผลในเรื่องของสุขภาพ สติปัญญารวมถึงพัฒนาการของเขาในอนาคต มากไปกว่านั้นผลกระทบนี้จะส่งผลให้เขาไม่สามารถประกอบอาชีพตามที่เขาใฝ่ฝันได้ เช่น เด็กบางคนอยากจะโตไปเป็นแอร์โฮสเตส แต่ว่าส่วนสูงไม่ถึงเกณฑ์ เด็กคนนั้นก็จะไปถึงฝันไม่ได้เพราะปัญหาด้านการเจริญเติบโตของร่างกายที่เกิดจากปัญหาทางโภชนาการที่ไม่ถูกแก้แต่เนิ่น ๆ ”

ปฏิเสธไม่ได้ว่างบประมาณในการสนับสนุนโครงการเป็นสิ่งสำคัญ ตั้งแต่ช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม 2566 ที่ผ่านมา คนไทยได้มีส่วนร่วมสนับสนุนโครงการ FOOD FOR GOOD โดยทุกออร์เดอร์ที่ลูกค้าสั่งอาหารบน LINE MAN ที่จ่ายด้วยบัตร Mastercard ผ่าน LINE Pay ทางพันธมิตรจะสมทบเงิน 10 บาททุกออร์เดอร์ จากตลอดระยะเวลาดำเนินโครงการ

เงินบริจาคสมทบรวมเป็นเงินกว่า 1.7 ล้านบาท ที่จะแปรเปลี่ยนเป็นการสร้างระบบการจัดการงานอาหารและโภชนาการนักเรียนให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ร่วมกับ 15 โรงเรียน พัฒนาองค์ความรู้โภชนาการให้กับคุณครู 45 คน ดูแลเด็กนักเรียนจำนวน 1,240 คนให้ได้รับโภชนาการที่ครบถ้วนเหมาะสม สนับสนุนแปลงเกษตรในโรงเรียนทั้ง 15 แห่ง ทั้งหมดนี้เพื่อช่วยกันทำให้เป้าหมายการขยายการสนับสนุนโรงเรียนของ FOOD FOR GOOD ปีการศึกษา 2567 นี้เข้าใกล้เส้นชัย ตามที่ได้ตั้งเป้าไว้ 100 โรงเรียน 

เพื่อเป็นตัวแทนผู้ใช้ส่งมื้อดีให้น้อง ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา ผู้บริหารและทีมงาน LINE MAN, LINE Pay และ Mastercard ได้ลงพื้นที่ ณ โรงเรียนบ้านท่าแฉลบ ร่วมกับทีมงานและนักโภชนาการจากโครงการ FOOD FOR GOOD ทำกิจกรรมส่งเสริมความรู้ด้านโภชนาการให้กับน้อง ๆ ผ่านการเรียนการสอนและการเล่นเกม รวมทั้งร่วมกันทำกล้วยเชื่อมกับน้อง ๆ ส่งท้ายด้วยกิจกรรมสันทนาการที่พาน้อง ๆ ขยับร่างกายสนุกสนานเพื่อส่งเสริมพัฒนาการทางร่างกายและสติปัญญา

กิจกรรมครั้งนี้ได้รับเกียรติจากคุณมาลียา โชติสกุลรัตน์ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายนโยบายสาธารณะและรัฐกิจสัมพันธ์จาก LINE MAN Wongnai, คุณชานนทร์ เฉลิมวัฒนานนท์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายพัฒนาธุรกิจจาก LINE Pay และคุณ Alexia Guan ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจจาก Mastercard ร่วมกันเรียนรู้การตักเสิร์ฟอาหารกลางวันในปริมาณที่เหมาะสมพร้อมกับคุณครู และรับประทานอาหารกลางวันถูกต้องตามหลักโภชนาการร่วมกับน้อง ๆ ด้วยบรรยากาศที่แสนอบอุ่นอีกด้วย

*ภาพประกอบบทความได้รับการอนุญาตถ่ายภาพจากผู้ปกครองเรียบร้อยแล้ว

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ  

ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai และ LINE Pay: pr@lmwn.com

News Release View More

LINE MAN เปิดบริการครบ 77 จังหวัด 222 อำเภอ โชว์ยอดผู้ใช้โต 2.5 เท่า

LINE MAN เปิดบริการครบ 77 จังหวัด 222 อำเภอทั่วไทยโชว์ยอดผู้ใช้โต 2.5 เท่า เดินหน้าลุยลึกระดับอำเภอ LINE MAN ฉลองให้บริการส่งอาหารครบทั้ง 77 จังหวัดทั่วไทย ครอบคลุมกว่า 222 อำเภอ เฟสถัดไปเดินหน้าลงลึกระดับอำเภอ ตั้งเป้าขยายเพิ่มอีก 50 อำเภอภายในไตรมาสแรกปี 2565 พร้อมกระตุ้นคนไทยทั่วประเทศที่มีสิทธิ์คนละครึ่งจับจ่ายด้วยการขยายเวลาส่งฟรีออร์เดอร์คนละครึ่งและโปรฯ ลูกค้าใหม่จ่าย 1 บาทไปจนถึง 30 พฤศจิกายนนี้ LINE MAN Wongnai ขยายพื้นที่ให้บริการฟู้ดเดลิเวอรีทั่วไทยครบทั้ง 77 จังหวัดแล้ว ครอบคลุมกว่า 222 อำเภอตั้งแต่เหนือจรดใต้ ดันยอดผู้ใช้ทั้งประเทศโต 2.5 เท่า ครองแชมป์ฟู้ดเดลิเวอรีตัวจริงที่มีจำนวนร้านอาหารเยอะที่สุดกว่า 500,000 ร้าน คุณยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เปิดเผยว่า “ความสำเร็จในการขยายบริการฟู้ดเดลิเวอรีทั่วประเทศ ถือเป็นหลักไมล์แรกภายใต้ภารกิจ ‘Help Thai People Live Better’ ที่ตั้งเป้าช่วยพัฒนาและยกระดับธุรกิจท้องถิ่นในไทย ผ่านการเชื่อมต่อลูกค้า ไรเดอร์ และร้านอาหารท้องถิ่นเข้าด้วยกัน เราสามารถทำสำเร็จภายใน 1 ปีแรกหลังควบรวมกิจการระหว่าง LINE MAN กับ Wongnai แสดงให้เห็นถึงความรวดเร็วในการดำเนินธุรกิจ ตามแนวทาง Innovate Faster ที่ต้องการสร้างนวัตกรรมออกสู่ตลาดให้เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้” เป้าหมายถัดไป ‘Go Deeper’ ลุยลึกระดับอำเภอ ตั้งเป้าเปิดเพิ่ม 50 อำเภอภายในไตรมาสแรกปี 65 ด้าน คุณเอ็กซ์ แซ่จ้าว ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการและผลิตภัณฑ์ On-Demand Services เสริมว่า “จุดแข็งที่สุดอย่างหนึ่งของ LINE MAN คือการเป็นแพลตฟอร์มออนดีมานด์ไทยที่มี Local Mindset ทั้งวิศวกรคนไทย ทีมพัฒนาคนไทย ทีมการตลาดที่เข้าใจร้านอาหารและผู้ใช้งาน ทำให้สามารถออกแบบบริการให้เหมาะกับคนในแต่ละพื้นที่ เป้าหมายของเราไม่ใช่แค่ระดับจังหวัด แต่ลงลึกไปให้ถึงระดับอำเภอ” ปัจจุบัน LINE MAN ให้บริการส่งอาหารในพื้นที่กว่า 222 อำเภอ ครอบคลุม 1 ใน 4 ของจำนวนอำเภอทั้งหมดในประเทศไทย นอกจากอำเภอเมืองแล้วยังลงลึกไปถึงอำเภอที่มีศักยภาพอื่นๆ เช่น อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์, อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่, อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา, อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี, อำเภอบ้านช้าง จังหวัดระยอง, อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี, อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี ฯลฯ เพื่ออำนวยความสะดวกให้คนไทยใช้บริการฟู้ดเดลิเวอรีให้กว้างที่สุดเท่าที่ทำได้ ภายในไตรมาสที่ 1 ปี 2565 LINE MAN ตั้งเป้าขยายพื้นที่ให้บริการเพิ่มอีก 50 อำเภอ โดยเน้นที่อำเภอที่มีศักยภาพทั้งจำนวนประชากรและขนาดเศรษฐกิจระดับท้องถิ่น พร้อมเล็งขยายบริการ Non-food อื่นๆ เช่น บริการซื้อของใช้ LINE MAN MART ในพื้นที่ต่างจังหวัด เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้คนไทยทุกพื้นที่ได้อย่างกว้างขวางมากที่สุด กลยุทธ์ดึงผู้ใช้ใหม่ทั่วไทย ขยายเวลาแคมเปญหนุน ‘คนละครึ่ง’ ส่งฟรี-ลูกค้าใหม่จ่าย 1 บาท LINE MAN เป็นฟู้ดเดลิเวอรี “เจ้าแรก” ที่สามารถจ่ายผ่านโครงการคนละครึ่งได้ครบทั้ง 77 จังหวัด และมีร้านคนละครึ่งมากที่สุดถึง 52,000 ร้านทั่วไทย จึงได้อัดแคมเปญหนุนคนละครึ่งเพิ่มเติมเพื่อดึงผู้ใช้ใหม่ทั่วประเทศให้เข้ามาทดลองสั่งอาหารผ่าน LINE MAN และเพิ่มความถี่ในการสั่งของลูกค้าเดิมด้วยเช่นกัน โดยล่าสุด ประกาศขยายเวลาส่งฟรีสำหรับออร์เดอร์คนละครึ่งจากร้านในระยะ 5 กม. และสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าใหม่ที่สั่งคนละครึ่งผ่าน LINE MAN ครั้งแรกจ่ายเพียง 1 บาท ไปจนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2564 LINE MAN ตัวจริงด้านอาหาร เผยเมนูฮิต ‘คนละครึ่ง’ ที่คนไทยสั่งมากที่สุด เมนู “คนละครึ่ง” สุดฮิตทั่วไทย ได้แก่ เครื่องดื่ม (กาแฟ, โกโก้, ชาไทย), ส้มตำปูปลาร้า, ข้าวผัด เมนูโปรดที่คนไทยในพื้นที่สุดขอบแดนสยามสั่งมากที่สุด (เฉพาะพื้นที่ที่มี LINE MAN) เหนือสุดแดนสยาม (อ.แม่สาย จ.เชียงราย) “เครป” ใต้สุดแดนสยาม (อ.เบตง จ.ยะลา) “ชาเย็น” ตะวันออกสุดแดนสยาม (อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี) “ชาเขียวนมปั่น” ตะวันตกสุดแดนสยาม (อ.แม่สอด จ.ตาก) “ก๋วยเตี๋ยวหมู” เมนูท้องถิ่นหายากก็มีให้สั่งบน LINE MAN หลู้เลือด จ.เชียงใหม่ อ่ำคั่ว จ.ขอนแก่น ลอมาจู จ.จันทบุรี เต้าหู้ดำ จ.ราชบุรี เคยจี จ.สุราษฎร์ธานี “จาก 3 ปัจจัยทั้งการแพร่ระบาดของโควิด-19 การขยายพื้นที่ให้บริการ LINE MAN ครบทั้ง 77 จังหวัด และโครงการคนละครึ่ง คาดว่าจะส่งผลให้ธุรกิจฟู้ดเดลิเวอรีโดยภาพรวมเติบโตขึ้น 100% ภายในสิ้นปี” คุณยอดสรุป

LINE MAN Wongnai

10 Nov 2021

LINE MAN ร่วมกับ สสส. และ เทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา พาไรเดอร์ในพื้นที่เข้าตรวจสุขภาพฟรี

LINE MAN ร่วมกับเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และหน่วยงานพันธมิตร จัดงานมหกรรมตรวจสุขภาพไรเดอร์ (Rider Day) เพื่อส่งเสริมสุขภาพของพาร์ทเนอร์คนขับและแรงงานอิสระในพื้นที่ ณ ศาลาจัตุรมุข อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา LINE MAN นำโดย คุณอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ รองประธานฝ่ายนโยบายสาธารณะและรัฐกิจสัมพันธ์ ร่วมด้วย นายแพทย์ศรีศักดิ์ ตั้งจิตธรรม นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดฉะเชิงเทรา คุณพงษ์ศักดิ์ สกุลทักษิณ ผู้รับผิดชอบโครงการพัฒนาและขับเคลื่อนชุมชนไรเดอร์สู่การสร้างเสริมสุขภาพ และ อ.ดร.สมบัติ เหสกุล คณะกรรมการกำกับทิศพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงานอิสระ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) พาพาร์ทเนอร์คนขับกว่า 150 คน เข้ารับบริการตรวจสุขภาพฟรี โดยมีแพทย์และผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำด้านสุขภาพครอบคลุมทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นการวัดความดันโลหิต ตรวจระดับน้ำตาลในเลือด ตรวจสมรรถภาพกล้ามเนื้อ ตรวจการได้ยินและการมองเห็น รวมถึงการตรวจสุขภาพจิตเบื้องต้นและองค์ประกอบร่างกายผ่านเครื่อง Body Composition นอกจากนี้ ยังมีบริการให้คำปรึกษาด้านสิทธิสุขภาพ ทั้งประกันสังคมและหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า จังหวัดฉะเชิงเทราเป็นหนึ่งพื้นที่ที่มีไรเดอร์ LINE MAN จำนวนมาก ก่อนหน้านี้ LINE MAN ได้สนับสนุนกลุ่มไรเดอร์จังหวัดฉะเชิงเทราในการจัดกิจกรรมร่วมกันมากมาย ไม่ว่าจะเป็น การรณรงค์ขับขี่ปลอดภัยเพื่อลดอุบัติเหตุช่วงปีใหม่ อบรมปฐมพยาบาลเบื้องต้นร่วมกับกรมขนส่งทางบกและสำนักงานตำรวจภูธรฉะเชิงเทรา รวมถึงจัดกิจกรรมเพื่อสังคม เช่น การให้ความช่วยเหลือโรงเรียนวัดบึงทองหลาง อำเภอบางน้ำเปรี้ยว และศูนย์การศึกษาพิเศษจังหวัดฉะเชิงเทรา มหกรรมตรวจสุขภาพไรเดอร์ ณ จังหวัดฉะเชิงเทราถือเป็นครั้งแรกที่จัดนอกกรุงเทพมหานคร โดยมีเป้าหมายในการสร้างความตระหนักรู้เรื่องสุขภาพและพัฒนาคุณภาพชีวิตของไรเดอร์ ที่เป็นแรงงานที่สำคัญในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล และตั้งเป้าขยายผลตรวจสุขภาพไรเดอร์ 1 ล้านคนทั่วประเทศ ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ  ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: pr@lmwn.com

LINE MAN Wongnai

1 Apr 2025

Gourmet Meal Kit เราเตรียมให้ ใครทำก็อร่อย!

“พลอยชมพู อัมพุช” ผู้จัดการใหญ่บริหารสินค้าซูเปอร์มาร์เก็ต บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด จับมือ “ยอด ชินสุภัคกุล” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท วงใน มีเดีย จำกัด เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่รับ New Normal ด้วย “Gourmet Meal Kit เราเตรียมให้ ใครทำก็อร่อย!” เสิร์ฟชุดเมนูพร้อมปรุงจากวัตถุดิบคุณภาพระดับพรีเมียมตามมาตรฐานกูร์เมต์ มาร์เก็ต พร้อมสูตรอาหารที่คิดค้นโดยเชฟจาก You Hunt We Cook   โดยมีให้เลือกอร่อยถึง 10 เมนู ทั้งเมนูอาหารไทย, ฝรั่ง และเกาหลี รวม 10 เมนู ได้แก่ ชุดพัคเซรอย – เนื้อ, ชุดกุ้งแม่น้ำ – ฉู่ฉี่, ชุดริบอาย – สเต๊ก, ชุดสันในวัว – น้ำจิ้มแจ่ว, ชุดซูวีด์ – พอร์กช็อป, ชุดเบอร์เกอร์ – เนื้อ, สตูว์ปลาสไตล์อิตาเลียน, เฟตตูชินีเพสโต้ – กุ้งแม่น้ำ, ชุดพะแนง – หมู และชุดแกงเขียวหวาน – ไก่ ในราคาเริ่มต้นเพียง 149 – 499 บาท/เมนู โดยอาหารหนึ่งชุดสามารถรับประทานได้ 1 – 2 ท่าน พร้อมกันนี้ในภายในกล่อง “Gourmet Meal Kit” จะมีสูตรอาหารและวิธีการทำอาหารแนบไปให้ลูกค้าเพื่อช่วยในการปรุง และลูกค้ายังสามารถสแกน QR code เพื่อดู VDO ขั้นตอนการทำอาหารสั้น ๆ เพียง 1 – 2 นาที ผ่าน Application Wongnai หรือเว็บไซต์ http://www.wongnai.com สามารถสั่งซื้อ “Gourmet Meal Kit” ได้แล้ววันนี้ ผ่าน Application Wongnai เพียงคลิกที่นี่ โดยระบบจะปิดรับออร์เดอร์ทุกวันเวลา 20.00 น. และจัดส่งในวันถัดไปตามเวลาที่ลูกค้านัดหมาย โดยมีค่าจัดส่งสินค้า 100 บาท สินค้าจัดส่งจาก กูร์เมต์ มาร์เก็ต 3 สาขา คือ เอ็มโพเรียม, เอ็มควอเทียร์ และสยามพารากอน  เมนูห้ามพลาดชุดพัคเซรอย, ชุดกุ้งแม่น้ำ, ชุดริบอาย

LINE MAN Wongnai

16 Jul 2020

LINE MAN Wongnai Aims to Secure Top Spot in POS Market; Reports 100K Newly Opened Restaurants in 2023

LINE MAN Wongnai, Thailand’s leading on-demand and restaurant discovery platform,  recently held the ‘Restaurant 2023: Future’s Recipe’ annual event to reveal an overview of Thailand’s restaurant industry, highlight dining trends, and a plan following the acquisition of FoodStory. With the goal of solidifying the top position as a restaurant solutions leader, LINE MAN Wongnai seeks to offer innovative features that cater to the diverse needs of all types of restaurants. Over 100K New Restaurants Open Amidst Challenges Yod Chinsupakul, CEO of LINE MAN Wongnai, said, “In 2023, the restaurant industry witnessed a 13.6% increase, with over 100,000 new restaurants emerging. Among these, breakfast eateries (sandwiches), Chinese restaurants, and sukiyaki/shabu restaurants experienced the highest growth rates, while food trucks, late-night congee places, and pizzerias saw relatively slower growth. As Covid-19 restrictions eased, data from Wongnai POS revealed a steady rise in gross merchandise value (GMV) of total dine-in sales. Despite the continuous emergence of new restaurant openings, 50% of them will close within the first year, and 65% will shut down in the first three years. As the leading restaurant solutions provider, LINE MAN Wongnai aids eateries in boosting revenue and cutting costs, enabling them to thrive in the competitive market. By utilizing advanced POS (Point of Sale) technology, suitable for all restaurant types, owners can efficiently manage front-house orders and back-office operations.” Post-acquisition plan with FoodStory to accelerate all-in-one solutions for all restaurant types Yod added, “With the acquisition of FoodStory, we are combining the expertise of an 11-year restaurant solutions provider with the largest restaurant database platform in Thailand. Currently, we hold the top position in the POS market, with 55,000 restaurants using Wongnai POS and FoodStory POS, accounting for 40% of the market share. Together, both POS systems have generated 180 billion baht in GMV, processed 636 million orders, and reduced paper usage by 323 tonnes.” Introducing New Restaurant Management Features for Increased Sales and Reduced Costs. Thagoon Chartsutipol, Head of FoodStory POS of LINE MAN Wongnai, said, “Wongnai POS and FoodStory POS are invaluable partners for restaurants at every stage of their journey, from initial setup during opening, catering to increasing customer demand, to expanding with new branches. Based on a survey with 1,230 restaurants conducted in the first half of 2023, we identified their top concerns as ingredient costs, labor expenses, hidden costs, heightened competition, and fewer new and returning customers. In response, we have developed new solutions to address the challenges faced by all restaurants.” During the event, dining trends among Thai users in 2023 were unveiled. The most searched menus on LINE MAN Wongnai included crispy pork, ice cream, cake, sukiyaki, and mala, while the top delivery-ordered menus on LINE MAN were papaya salad with fermented fish, stir-fried spicy basil crispy pork, and grilled chicken. Among the drinks, the top three bestsellers were milk matcha, chocolate drink, and Thai tea. The “Restaurant 2023: Future’s Recipe” event, which was held at Samyan Mitrtown Hall, saw esteemed guests in attendance. Thanapong Wongchinsri from Torpenguin Facebook page, Pornchai Nitmetawong from เพื่อนแท้ร้านอาหาร Facebook page, Kunapong Techavoraprasert from ขายดีไปด้วยกัน Facebook page,  and representatives from famous restaurants such as Mo-Mo-Paradise, Siam Steak, and NANA Coffee Roasters shared their experience in restaurant management while many restaurateurs attended the event.  1Data from all restaurants on LINE MAN Wongnai platform compared between June 2022 and June 2023. 2Combined data from Wongnai POS and FoodStory POS between 2014 and 2023

LINE MAN Wongnai

24 Jul 2023