กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับ LINE MAN Wongnai  เดินหน้านโยบายสร้าง AI Talent ให้ประเทศไทย ผ่าน “LINE MAN Wongnai Tech Camp 2026” ค่ายเทคสำหรับเยาวชนระดับมัธยมศึกษา พร้อมเปิดตัว “AI Thinking Framework” กรอบการเรียนรู้ที่ถอดบทเรียนจากการทำงานร่วมกับ AI ของทีมงาน LINE MAN Wongnai เป็นครั้งแรก โดยผู้เข้าร่วมค่ายกว่า 100 คนจะได้เรียนรู้และทดลองใช้ Framework ผ่านโจทย์จริงร่วมกับทีมผู้พัฒนาแพลตฟอร์ม ก่อนเปิดให้คนไทยทั่วประเทศดาวน์โหลดไปใช้ได้ฟรี โดยมี ศ.ดร. ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, รศ.ดร.ธีระเดช เจียรสุขสกุล ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) และ ยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai ร่วมเปิดงาน

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า กระทรวง อว. มุ่งขับเคลื่อนนโยบายการพัฒนาทุนมนุษย์ ภายใต้วาระแห่งชาติ “Thailand² ยกกำลังประเทศไทย ยกระดับทุนมนุษย์” เพื่อสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) และพัฒนากำลังคนทักษะสูงเพื่อรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดยเฉพาะ AI ซึ่งเป็นเทคโนโลยีฐานรากสำคัญ ความร่วมมือในโครงการ LINE MAN Wongnai Tech Camp 2026 ถือเป็นตัวอย่างสำคัญของการนำ ‘AI Thinking Framework’ ที่ถอดบทเรียนนวัตกรรมความคิดโดยภาคเอกชนไทยเพื่อคนไทยมาเปิดให้ประชาชนดาวน์โหลดฟรีทั่วประเทศ โดยกระทรวง อว. และ สสวท. พร้อมเป็นกำลังสำคัญในการส่งต่อองค์ความรู้นี้ไปยังเครือข่ายสถาบันการศึกษา เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนจริง ร่วมกันยกระดับ Skill Framework ของชาติ และสร้าง AI Talent รุ่นใหม่ขับเคลื่อนประเทศไปพร้อมกัน

ด้าน ยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai กล่าวว่า ในโลกการทำงานปัจจุบัน AI ได้กลายเป็นมาตรฐานสำคัญในการประเมินและคัดเลือกบุคลากรขององค์กรทั่วโลกไปแล้ว การยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในยุคนี้ จึงขึ้นอยู่กับความสามารถในการสร้างกำลังคนให้เท่าทันเทคโนโลยี ความท้าทายสำคัญของการปฏิรูปการศึกษาไทยนอกจากการฝึกใช้เครื่องมือ AI แล้ว คือการสร้างกรอบความคิด (AI Thinking) ที่สอดรับกันทั้งระบบ ตั้งแต่วิธีที่ผู้เรียนประยุกต์ใช้แก้ปัญหาร่วมกับ AI ไปจนถึงวิธีที่ผู้สอนใช้วัดและประเมินผล เพื่อปิดช่องว่างระหว่างห้องเรียนกับมาตรฐานตลาดแรงงานจริง ในฐานะบริษัทเทคโนโลยีของไทย เราเชื่อว่าภาคเอกชนต้องร่วมสร้าง Talent Ecosystem ตั้งแต่ต้นทาง การเปิดตัว ‘AI Thinking Framework’ ที่ถอดบทเรียนจากการแข่งขัน AI Hackathon และการทำงานจริงในองค์กร  ให้สถาบันการศึกษาและประชาชนนำไปใช้ฟรี จึงเป็นความตั้งใจในการส่งต่อองค์ความรู้ เพื่อขับเคลื่อนให้ประเทศไทยเป็นศูนย์รวมของคนเก่งที่พร้อมสร้าง Impact ให้กับประเทศในยุค AI

ทั้งนี้ LINE MAN Wongnai Tech Camp (หรือ Spectrum Tech Camp เดิม) ถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของการสร้าง Talent Ecosystem ที่จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 โดยพัฒนาการจากสองปีแรกที่มุ่งสร้างความหลากหลาย (Diversity) ให้วงการเทคโนโลยี สู่การยกระดับหลักสูตรทั้งหมดในปี 2026 มุ่งเน้น “AI Thinking” เพื่อเตรียมความพร้อมเยาวชนระดับมัธยมศึกษาระหว่าง ม.3-ม.6 กว่า 100 คนให้มีทักษะตรงตามต้องการของตลาดแรงงานยุคใหม่ ตั้งแต่การคิดวิเคราะห์ ตั้งคำถาม ประเมินผล ไปจนถึงการประยุกต์ใช้AI ในการแก้ปัญหา ผ่านการลงมือทำจริงและเรียนรู้ตรงจากผู้บริหารระดับสูงของ LINE MAN Wongnai อาทิ ภัทราวุธ ซื่อสัตยาศิลป์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายเทคโนโลยี, อานนทวงศ์ มฤคพิทักษ์ รองประธานอาวุโสฝ่ายบุคคลและสื่อสารองค์กร, ดร. วิโรจน์ จิรพัฒนกุล รองประธานฝ่าย AI ร่วมด้วยทีมงานผู้อยู่เบื้องหลังการพัฒนาแพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้งานกว่า 10 ล้านคน ซึ่งผ่านการลงสนาม AI Hackathon ภายในองค์กรจริง มาร่วมถ่ายทอดแนวคิดและประสบการณ์การทำงานกับ AI ในชีวิตจริง ตลอดจนการพูดคุยกับวิทยากรพิเศษ ภูผา อมรกิจจา เจ้าของช่อง “Mr. Phoops คนตื่นเรียน”

สรุป 3 แก่นความคิด “AI Thinking Framework” โดย ดร.วิโรจน์ จิรพัฒนกุล รองประธานฝ่าย AI จาก LINE MAN Wongnai

LINE MAN Wongnai AI Thinking Framework คือกรอบความคิดการทำงานร่วมกับ AI ที่กลั่นกรองจากประสบการณ์จริงในการพัฒนาแพลตฟอร์มระดับประเทศ ครอบคลุม 3 แก่นสำคัญได้แก่

●      รู้ว่าเมื่อไหร่ควรและไม่ควรใช้ AI เข้าใจจุดแข็งและข้อจำกัดของ AI เพื่อใช้ให้ถูกประเภทงาน และเท่าทันความผิดพลาดที่ AI อาจสร้างขึ้น

●      คิดก่อนถาม AI ด้วยการสำรวจความรู้ของตัวเองก่อนเสมอเพื่อตั้งคำถามให้ตรงจุด และไม่ปล่อยให้ AI มาจำกัดกรอบความคิดของเรา

●      มุ่งหาความเข้าใจ ไม่ใช่แค่เอาคำตอบ หลีกเลี่ยงการพึ่งพาAI จนขาดการเรียนรู้ โดยเปลี่ยน AI ให้เป็นคู่คิดช่วยฝึกสมองและจัดระเบียบความคิด เพื่อให้ผู้เรียนและคนทำงานพัฒนาทักษะได้เก่งขึ้นจริงในทุก ๆ วัน

โดยเยาวชนที่เข้าร่วมค่าย LINE MAN Wongnai Tech Camp 2026 จะได้ประเดิมฝึกฝนใช้ Framework นี้กับโจทย์จริงผ่าน 3 เคสการเรียนรู้ ได้แก่ การใช้ AI ตรวจสอบเอกสารและข้อมูลของไรเดอร์, การใช้ AI สร้างข้อความการตลาดเฉพาะบุคคลเพื่อโปรโมตร้านอาหาร และ การสร้างผู้ช่วยตอบคำถามอัจฉริยะ เพื่อสร้างประสบการณ์การทำงานจริงร่วมกับทีมงานของ LINE MAN Wongnai

สามารถดาวน์โหลด LINE MAN Wongnai AI Thinking Framework และรับชมคลาสเรียนฟรีที่ https://lmwn.com/tech-camp-2026/

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ  
ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: pr@lmwn.com

News Release View More

LINE MAN Wongnai หนุนความเท่าเทียม สร้างมาตรฐานใหม่ให้สวัสดิการเงินขวัญถุงสมรสเท่าเทียมทันที ไม่ต้องรอกฎหมาย

LINE MAN Wongnai สร้างมาตรฐานองค์กรรุ่นใหม่ ให้สวัสดิการเงินขวัญถุงสมรสเท่าเทียมทันที ไม่ต้องรอกฎหมายผ่าน ผลักดันนโยบายสนับสนุนความหลากหลายและไม่แบ่งแยก (Diversity & Inclusion) มองที่ศักยภาพโดยมองข้ามเรื่องเพศ ‘สวัสดิการเท่าเทียมทุกเพศ ลาผ่าตัดแปลงเพศ การโอบรับความหลากหลาย’ เป็นสิ่งที่องค์กรรุ่นใหม่อย่าง LINE MAN Wongnai ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นจริง และเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนประเด็นเหล่านี้ให้ไปไกลกว่าแค่การสร้างความตระหนักรู้  คุณอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ รองประธานฝ่ายนโยบายสาธารณะและรัฐกิจสัมพันธ์ LINE MAN Wongnai เปิดเผยว่า “LINE MAN Wongnai ให้ความสำคัญเรื่องความเท่าเทียมทางเพศมาโดยตลอด เราสนับสนุนความหลากหลายและความเท่าเทียมทางเพศอย่างเป็นรูปธรรม โดยมอบสวัสดิการเงินขวัญถุงสมรสเท่าเทียมให้พนักงานทันที ไม่ต้องรอกฎหมายผ่านเพื่อให้จดทะเบียนสมรสเพศเดียวกันได้ ขอแค่มีการ์ดแต่งงานหรือรูปถ่ายเป็นหลักฐานก็พอแล้ว”  ในปีที่ผ่านมา LINE MAN Wongnai ได้ยกระดับสวัสดิการเท่าเทียมทางเพศอย่างเป็นรูปธรรม ได้แก่  “ตลอดการดำเนินธุรกิจของ LINE MAN Wongnai เรายึดถือ Core Value เรื่อง Respect Everyone ที่สอดแทรกอยู่ในทุกขั้นตอนการทำงาน ตั้งแต่มุมมองของผู้บริหาร วิธีการคัดเลือกทีมงาน วิธีการปฏิบัติต่อเพื่อนร่วมงานและผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับทุกความหลากหลาย ให้ทุกคนได้เป็นตัวเองและแสดงศักยภาพได้อย่างเต็มที่ ปัจจุบันบริษัทมีจำนวนพนักงาน LGBTQ+ ราว 10% หลายคนอยู่ในตำแหน่งระดับผู้จัดการขึ้นไป สะท้อนให้เห็นการให้โอกาสในการเติบโตในสายอาชีพที่ตัดสินจากผลงานโดยไม่เกี่ยวกับเพศสภาพ” คุณอิสริยะทิ้งท้าย ในปีที่ผ่านมาช่วงเดือน Pride Month ที่ LINE MAN Wongnai ได้จัดกิจกรรมเสวนาเรื่องการสร้าง Safe Space ในองค์กร รวมถึงสนับสนุนองค์กรเพื่อความเท่าเทียมและระดมทุนเพื่อช่วยเหลือขับเคลื่อนความเท่าเทียมทางเพศผ่านมูลนิธิต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น นฤมิตไพรด์ หรือมูลนิธิเพื่อนกะเทย โดยในปีนี้ยังคงให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง

LINE MAN Wongnai

30 May 2023

LINE MAN Wongnai ชี้เทรนด์หวานน้อยมาแรง! ยอดออร์เดอร์เครื่องดื่มเกินครึ่งเลือกสั่งลดหวาน

LINE MAN Wongnai เผยผลลัพธ์จากความร่วมมือกับกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ผลักดันเมนูชูสุขภาพภายใต้โครงการ “หวานน้อยสั่งได้” สู่ร้านอาหารบนแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี สนับสนุนให้ร้านเพิ่มตัวเลือกระดับความหวานในเมนูเครื่องดื่ม เพื่อกระตุ้นให้ผู้บริโภคฉุกคิดเรื่องระดับความหวานก่อนสั่ง ก่อนหน้านี้ กรมอนามัยเคยรายงานถึงพฤติกรรมการบริโภคน้ำตาลของคนไทย ที่เฉลี่ยสูงถึง ถึง 25 ช้อนชาต่อวัน มากกว่าปริมาณที่องค์การอนามัยโลก (WHO) กำหนดไว้ถึง 4 เท่า พฤติกรรมเหล่านี้เป็นการเพิ่มโอกาสเสี่ยงในการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs เช่น เบาหวาน โรคอ้วน ความดันโลหิตสูง หัวใจ และหลอดเลือดหัวใจ ซึ่งเป็นปัญหาสุขภาพที่ทำให้คนเสียชีวิตอันดับ 1 ของโลก หลังจากดำเนินโครงการมาเป็นเวลา 10 เดือน (มกราคม-ตุลาคม 2566) พบว่าทั้งร้านค้าและผู้บริโภคสนใจลดความหวานของเครื่องดื่มอย่างจริงจัง โดยมีข้อมูลสถิติดังนี้ LINE MAN Wongnai พร้อมเดินหน้าโครงการหวานน้อยสั่งได้อย่างต่อเนื่อง โดยการผลักดันให้ทุกร้านเครื่องดื่มบนแพลตฟอร์มมีฟีเจอร์เลือกระดับความหวานและสานต่อความร่วมมือกับกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข อย่างต่อเนื่องเพื่อส่งเสริมให้คนไทยมีสุขภาพดีขึ้น ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ   ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: pr@lmwn.com

LINE MAN Wongnai

13 Nov 2023

LINE MAN Wongnai สนับสนุนผู้ค้าในศูนย์อาหาร “Hawker Center สวนลุมพินี” ดันสตรีทฟู้ดไทยสู่มาตรฐานใหม่ Soft Opening แล้ววันนี้

กรุงเทพมหานคร เตรียม Soft Opening “Hawker Center สวนลุมพินี” ศูนย์อาหารริมทางเพื่อทุกคน ต้นแบบใหม่ของการยกระดับสตรีทฟู้ดไทยสู่มาตรฐานเมืองยุคใหม่ โดยกรุงเทพมหานครเป็นผู้ออกแบบและลงทุนโครงสร้างพื้นฐานอย่างครบวงจร ทั้งการจัดระเบียบพื้นที่ขายและโซนนั่งทาน ที่สะดวก สะอาด และวางระบบการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ พร้อมดึง LINE MAN Wongnai นำเทคโนโลยีร้านอาหารเข้ามาสนับสนุนอย่างเป็นระบบ ทดลองเปิดให้บริการแล้ววันนี้ Hawker Center สวนลุมพินี เป็นศูนย์อาหารที่รวบรวมร้านอาหารข้างทางกว่า 100 ร้านในรูปแบบที่มีการบริหารจัดการ และหมุนเวียนร้านค้าตามช่วงเวลา เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการร้านอาหารข้างทางขนาดเล็กในพื้นที่เขตปทุมวันได้เข้าถึงพื้นที่ศักยภาพในราคาค่าเช่าที่เข้าถึงได้ รวมทั้งช่วยบรรเทาค่าครองชีพของคนในย่านด้วยอาหารราคาย่อมเยา พร้อมยกระดับมาตรฐานด้านความสะอาด ความปลอดภัย และการให้บริการ โดยยังคงเสน่ห์ของสตรีทฟู้ดไทยไว้ สอดคล้องกับแนวทางของกรุงเทพมหานครในการยกระดับมาตรฐานสตรีทฟู้ดให้เป็นระบบ ควบคู่กับการดูแลสุขอนามัย เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงอาหารที่สะอาด ปลอดภัย และอยู่ในพื้นที่ที่เหมาะสม คุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า “สตรีทฟู้ดเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์สำคัญของกรุงเทพฯ แต่การยกระดับให้สอดรับกับเมืองยุคใหม่ จำเป็นต้องเริ่มจาก ‘โครงสร้างพื้นฐานและการออกแบบ’ โครงการ Hawker Center จึงถูกพัฒนาขึ้นในฐานะพื้นที่ต้นแบบที่ลงทุนทั้งระบบสาธารณูปโภค สุขอนามัย และการจัดการอย่างเป็นระบบ มีการจัดระเบียบพื้นที่ขายให้เป็นสัดส่วน แยกโซนตามประเภทสินค้า และโซนนั่งรับประทานอย่างชัดเจน เพื่อให้เกิดความสะอาด ปลอดภัย และรองรับการใช้งานของคนจำนวนมากในพื้นที่เดียวกัน โดยเฉพาะบริเวณสวนลุมพินีที่มีผู้ใช้งานหลากหลายตลอดวัน ตั้งแต่นักวิ่ง คนเต้นแอโรบิก ไปจนถึงบุคลากรทางการแพทย์และพนักงานออฟฟิศ ขณะเดียวกัน ภาคเอกชนอย่าง LINE MAN Wongnai ยังเข้ามาเสริมด้วยเทคโนโลยีร้านอาหาร ช่วยให้ผู้ประกอบการสตรีทฟู้ดรายย่อยสามารถค้าขายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้ Hawker Center ไม่ใช่แค่พื้นที่ขายอาหาร แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของเศรษฐกิจเมือง ที่ผสานอัตลักษณ์ดั้งเดิมเข้ากับมาตรฐานที่ดีขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม” ด้านคุณวีระพงศ์ โก กรรมการผู้จัดการ On-Demand Services, LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “LINE MAN Wongnai อยู่กับวงการร้านอาหารไทยมากว่า 16 ปี เราเห็นว่าร้านริมทางรายย่อยมีศักยภาพ แต่ขาดทั้งเครื่องมือและพื้นที่ที่เหมาะสม ศูนย์อาหาร Hawker Center ของกรุงเทพมหานคร จึงเป็นโอกาสที่เราจะได้สนับสนุน LINE Pay QR BOX ร้านค้าจะได้ยินเสียงแจ้งเตือนทันทีที่มีเงินเข้า รู้ยอดทันที ไม่ต้องกังวลเรื่องความผิดพลาดหรือสลิปปลอม ขณะเดียวกันลูกค้าก็จ่ายง่ายและมั่นใจ พร้อมสนับสนุนอุปกรณ์จำเป็นให้แก่ผู้ค้า เช่น จาน ช้อนส้อม ถังขยะ จุดล้างมือ จุดล้างจาน การตกแต่งร้าน และจุดพักคอยไรเดอร์ เพื่อให้พื้นที่สะอาด เป็นระบบ และรองรับการใช้งานจริง ช่วยให้ร้านเล็ก ๆ หลุดจากข้อจำกัดเดิม ยกระดับมาตรฐานและเติบโตได้มากขึ้น จาก ‘ของดีข้างทาง’ พัฒนาไปสู่ระบบเศรษฐกิจอาหารเมืองที่แข็งแรง มีมาตรฐาน และขยายโอกาสได้ไกลกว่าวันนี้ โดย LINE MAN Wongnai ได้ร่วมมือกับกรุงเทพมหานครในการสร้างพื้นที่สาธารณะที่ดีอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับเป้าหมายที่อยากให้คนไทยมีชีวิตที่ดีขึ้นในทุกมิติ”  Hawker Center สวนลุมพินี ศูนย์อาหารริมทางเพื่อทุกคน ตั้งอยู่ริมถนนราชดำริ ติดกับสวนลุมพินี ประตู 5  (BTS  ศาลาแดง ทางออก 6 และ MRT สวนลุมพินี ทางออก 1) รวบรวมร้านเด็ดข้างทางที่ชาวสวนลุมฯ รู้จักกันดี ไม่ว่าจะเป็น ร้านเกาเหลาเลือดหมูสวนลุมประตูแปด, น้ำเต้าหู้ สวนลุมพินี, ข้าวขาหมูโกล้าน, เตี๋ยวไก่ยกซด, ต้อมกล้วยทอด และอีกมากมาย ที่จะหมุนเวียนร้านค้าตามช่วงเวลา ทั้งรอบเช้า (05.00-16.00 น.) และรอบเย็น (16.00-24.00 น.) โดยศูนย์อาหารถูกออกแบบภายใต้แนวคิดผสมผสานระหว่างการรักษาอัตลักษณ์สตรีทฟู้ดของกรุงเทพฯ กับมาตรฐานสากล ตัวอาคารคำนึงบริบทสิ่งแวดล้อมรอบพื้นที่ เช่น การเคลื่อนย้ายต้นไม้ใหญ่ไปปลูกชั่วคราวและนำกลับคืนหลังการก่อสร้าง การใช้ระบบระบายอากาศธรรมชาติ ลดการใช้เครื่องปรับอากาศ และวัสดุหลังคาที่ลดแสงสะท้อนรบกวนโรงพยาบาลใกล้เคียง นอกจากนี้ ในการใช้งานได้มีการจัดสรรพื้นที่ร้านค้าแบบเป็นระเบียบ ขนาด 2×2 เมตรต่อร้าน รองรับผู้ค้ากว่า 100 ราย พร้อมออกแบบโซนนั่งรับประทานอาหาร ทางเดิน ระบบการสัญจรให้คล่องตัว พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับระบบสนับสนุนด้านสุขอนามัยอย่างครบถ้วน โดยจัดให้มีโซนล้างภาชนะและทำความสะอาดสำหรับร้านค้า จุดทิ้งขยะแยกประเภทที่ได้มาตรฐาน บ่อดักไขมัน และจุดล้างมือสำหรับผู้มาใช้บริการ ซึ่งช่วยยกระดับทั้งความสะอาด ความปลอดภัย และภาพลักษณ์เมือง ทำให้ Hawker Center เป็นทั้งศูนย์อาหารและพื้นที่สาธารณะที่สะท้อนความทันสมัย ใส่ใจสิ่งแวดล้อม และยกระดับคุณภาพชีวิตผู้คนอย่างยั่งยืน โครงการ Hawker Center สวนลุมพินี ทดลองเปิดให้บริการแบบ Soft Opening ในวันศุกร์ที่ 10 เมษายน 2569 โดยได้รับเกียรติจาก คุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมทีมงาน ร่วมด้วย คุณวีระพงศ์ โก กรรมการผู้จัดการ On-Demand Services, LINE MAN Wongnai และทีมงาน ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมชมโครงการ ซึ่งนับเป็นอีกก้าวสำคัญของความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการยกระดับสตรีทฟู้ดไทยสู่มาตรฐานเมืองอย่างเป็นรูปธรรม ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ  ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: pr@lmwn.com

LINE MAN Wongnai

10 Apr 2026

“น้ำแข็งไส-บิงซู” เมนูฮิตหน้าร้อน! ยอดพุ่งเท่าตัวรับสงกรานต์ เมนูน้ำแข็งไสนมสด ติดโผขายดีสุด

LINE MAN เผยสถิติยอดออเดอร์ร้านน้ำแข็งไส-บิงซูเติบโตขึ้นเป็นเท่าตัวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เปิดโผรสชาติน้ำแข็งไส-บิงซูมาแรงที่ถูกสั่งสูงสุด ได้แก่ รสนมสด, รสชาไทย, รสโอวัลติน, และรสลำไย ตามลำดับ คาดเป็นเมนูฮิตติดเทรนด์ต่อเนื่องตลอดช่วงหน้าร้อน ฤดูร้อนประเทศไทยปีนี้อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยแตะถึง 35.5 องศา ร้อนกว่าปีที่แล้วทำให้ในช่วงที่ผ่านมาหลายคนมองหาเมนูคลายร้อน โดยน้ำแข็งไสเมนูภูมิปัญญาไทยที่กลับมาเป็นกระแสมากขึ้นจากสื่อโซเชียลในหน้าร้อนปีนี้ และปัจจุบันมีการนำเมนูน้ำแข็งไสแบบจีน เกาหลี และญี่ปุ่น มาดัดแปลงเป็นรสชาติสไตล์ไทยให้ถูกปากคนไทยมากขึ้น สำหรับปีนี้ยอดออเดอร์เดลิเวอรีเมนูน้ำแข็งไส-บิงซูบน LINE MAN เติบโตสูงขึ้นเท่าตัว* ในช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยเมนูน้ำแข็งไส-บิงซูรสชาติขายดี ได้แก่ น้ำแข็งไส-บิงซูรสนมสด, รสชาไทย, รสโอวัลติน, และรสลำไย ตามลำดับ ปัจจุบัน LINE MAN มีจำนวนร้านที่ขายเมนูน้ำแข็งไสและบิงซู กว่า 50,000 ร้านทั่วประเทศ โดยร้านที่ขายดีที่สุดในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ได้แก่ ร้านถิงถิง บิงซูน้ำขิง, ร้านเช็งซิมอี๊ และร้านภูเกล็ด ขณะที่ร้านท้องถิ่นที่ขายดีที่สุดในพื้นที่ต่างจังหวัด ได้แก่ ร้านน้ำแข็งไสหลังโรงเรียนวีรนาท จ.พัทลุง, ร้านปังหวาน (สี่แยกพันต้น) จ.น่าน และ ร้านน้ำแข็งไสป้าดี ยุทธศาสตร์ ซอย 9 จ.นครศรีธรรมราช นายวทัญญู ชุติศิลป์ เจ้าของร้านขนมหวาน ถิงถิง บิงซูน้ำขิง  กล่าวว่า ในช่วงหน้าร้อนปีนี้พบว่าเมนูน้ำแข็งไส-บิงซูที่ถูกสั่งผ่านเดลิเวอรีเติบโตขึ้นอย่างมาก พบว่าช่วงเวลาที่ผู้คนนิยมสั่งมากที่สุด คือ ช่วงหลังมื้อเย็นเป็นต้นไป เนื่องจากน้ำแข็งไสเป็นเมนูขนมหวานที่ต้องรับประทานแบบไม่เร่งรีบเพื่อใช้เวลาสบาย ๆ ร่วมกับครอบครัวหรือเพื่อนฝูง จุดเด่นของร้านเรานอกจากการเลือกท้อปปิ้งได้เองแล้ว คือเรื่องการจัดส่งที่ดีที่สุด โดยทางร้านมีการออกแบบแพคเกจถุงเก็บความเย็นที่ทดลองแล้วว่าเมื่อถึงมือผู้บริโภคน้ำแข็งไสยังคงสภาพปกติพร้อมทาน ทำให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ว่าการสั่งเมนูน้ำแข็งไสไปทานที่บ้านก็เหมือนการมาทานที่หน้าร้าน ทั้งนี้ การขายผ่านช่องทางเดลิเวอรีถือเป็นช่องทางที่ทำให้เราสามารถเข้าถึงผู้บริโภคไ้ด้เพิ่มขึ้นและเข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายใหม่ ๆ  นอกจากนี้ LINE MAN MART ยังเปิดเผยสินค้าที่ถูกค้นหามากที่สุด 5 อันดับแรกในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ได้แก่ ปืนฉีดน้ำ, น้ำแข็ง, พวงมาลัย, ซองกันน้ำ และผ้าอนามัยแบบสอด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอุปกรณ์จำเป็นสำหรับการเล่นสงกรานต์ สะท้อนกระแสคึกคักของการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ได้เป็นอย่างดี  *ข้อมูลเปรียบเทียบระหว่างวันที่ 1-15 เมษายน 2565 และวันที่ 1-15 เมษายน 2566

LINE MAN Wongnai

18 Apr 2023