The Ministry of Higher Education, Science, Research and Innovation (MHESI) and LINE MAN Wongnai are advancing Thailand’s AI talent development through LINE MAN Wongnai Tech Camp 2026, a technology camp for secondary school students. The event also marks the launch of the “AI Thinking Framework,” a practical learning framework developed from LINE MAN Wongnai’s real-world experience working with AI.

More than 100 students at the camp will be the first to learn and apply the framework through real-world challenges alongside LINE MAN Wongnai’s teams, before it is made available for free download nationwide.

The event was officially opened by Prof. Dr. Yodchanan Wongsawat, Deputy Prime Minister and Minister of Higher Education, Science, Research and Innovation; Assoc. Prof. Dr. Thiradet Jiarasuksakun, President of the Institute for the Promotion of Teaching Science and Technology (IPST); and Yod Chinsupakul, CEO of LINE MAN Wongnai.

Prof. Dr. Yodchanan Wongsawat said, “MHESI is driving human capital development under the national agenda ‘Thailand²: Empowering Thailand, Elevating Human Capital,’ with a focus on building a lifelong learning ecosystem and developing highly skilled talent for future industries, particularly AI as a critical foundational technology.

“LINE MAN Wongnai Tech Camp 2026 demonstrates how knowledge and innovation developed by Thailand’s private sector can be shared for broader public benefit. The AI Thinking Framework will be available for free nationwide, while MHESI and IPST will help extend this knowledge to educational institutions for practical use in teaching and learning. Together, we aim to strengthen Thailand’s national skill framework and develop a new generation of AI talent to drive the country forward.”

Yod Chinsupakul, CEO of LINE MAN Wongnai, said, “AI skills have become an important benchmark for talent assessment and recruitment across organizations worldwide. Thailand’s competitiveness will increasingly depend on our ability to develop people who can keep pace with technology.

“The challenge for Thai education is not only teaching students how to use AI tools, but also developing a shared AI Thinking approach across the learning system — from how students use AI to solve problems to how educators assess their learning. This is essential to bridging the gap between the classroom and real-world workforce expectations.

“As a Thai technology company, we believe the private sector has a role to play in building the talent ecosystem from the ground up. The AI Thinking Framework brings together lessons from our internal AI Hackathon and real-world operations and makes them freely available to educational institutions and the public. Through this initiative, we hope to share practical knowledge and help Thailand become a hub for talent capable of creating meaningful impact in the AI era.” 

LINE MAN Wongnai Tech Camp, formerly known as Spectrum Tech Camp, is now in its third year as part of the company’s broader talent ecosystem initiative. Building on the first two years, which focused on promoting diversity in the technology industry, the 2026 program has been redesigned around “AI Thinking.”

The camp brings together more than 100 students from Grades 9–12 (Mathayom 3–6) to develop skills aligned with the future workforce, including critical thinking, questioning, evaluation, and practical AI-powered problem solving.

Students gain hands-on experience and learn directly from LINE MAN Wongnai executives, including Pattrawoot Suesatayasilp, Chief Technology Officer; Anontawong Marukpitak, SVP of People and Communications; and Dr. Virot Chiraphadhanakul, VP of AI, as well as teams behind a platform serving more than 10 million users who have firsthand experience applying AI and participating in the company’s internal AI Hackathon. The program also features a special session with Phupha Amornkijja, creator of “Mr. Phoops Kon Tuen Rian.” 

Three Core Principles of the “AI Thinking Framework”

According to Dr. Virot Chiraphadhanakul, VP of AI at LINE MAN Wongnai, the LINE MAN Wongnai AI Thinking Framework distills practical lessons from building and operating a technology platform at national scale into three core principles:

  • Know when and when not  to use AI: Understand AI’s strengths and limitations, choose the right use cases, and recognize potential errors or unreliable outputs.
  • Think before asking AI: Start by exploring what you already know, so you can ask precise questions and avoid allowing AI to define or limit your thinking.
  • Seek understanding, not just answers: Avoid becoming dependent on AI at the expense of learning. Instead, use AI as a thinking partner to exercise your reasoning, organize ideas, and continuously strengthen your skills.

Students at LINE MAN Wongnai Tech Camp 2026 will be the first to put the framework into practice through three real-world learning cases: using AI to verify rider documents and information; creating personalized marketing messages to promote restaurants; and building an intelligent Q&A assistant. Through these exercises, participants will experience how AI is applied in real working environments alongside LINE MAN Wongnai teams.

Download the LINE MAN Wongnai AI Thinking Framework and access the free online class here

For press inquiries, please contact
LINE MAN Wongnai’s Corporate Communication team: pr@lmwn.com 

News Release View More

LINE MAN Wongnai หนุนความเท่าเทียม สร้างมาตรฐานใหม่ให้สวัสดิการเงินขวัญถุงสมรสเท่าเทียมทันที ไม่ต้องรอกฎหมาย

LINE MAN Wongnai สร้างมาตรฐานองค์กรรุ่นใหม่ ให้สวัสดิการเงินขวัญถุงสมรสเท่าเทียมทันที ไม่ต้องรอกฎหมายผ่าน ผลักดันนโยบายสนับสนุนความหลากหลายและไม่แบ่งแยก (Diversity & Inclusion) มองที่ศักยภาพโดยมองข้ามเรื่องเพศ ‘สวัสดิการเท่าเทียมทุกเพศ ลาผ่าตัดแปลงเพศ การโอบรับความหลากหลาย’ เป็นสิ่งที่องค์กรรุ่นใหม่อย่าง LINE MAN Wongnai ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นจริง และเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนประเด็นเหล่านี้ให้ไปไกลกว่าแค่การสร้างความตระหนักรู้  คุณอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ รองประธานฝ่ายนโยบายสาธารณะและรัฐกิจสัมพันธ์ LINE MAN Wongnai เปิดเผยว่า “LINE MAN Wongnai ให้ความสำคัญเรื่องความเท่าเทียมทางเพศมาโดยตลอด เราสนับสนุนความหลากหลายและความเท่าเทียมทางเพศอย่างเป็นรูปธรรม โดยมอบสวัสดิการเงินขวัญถุงสมรสเท่าเทียมให้พนักงานทันที ไม่ต้องรอกฎหมายผ่านเพื่อให้จดทะเบียนสมรสเพศเดียวกันได้ ขอแค่มีการ์ดแต่งงานหรือรูปถ่ายเป็นหลักฐานก็พอแล้ว”  ในปีที่ผ่านมา LINE MAN Wongnai ได้ยกระดับสวัสดิการเท่าเทียมทางเพศอย่างเป็นรูปธรรม ได้แก่  “ตลอดการดำเนินธุรกิจของ LINE MAN Wongnai เรายึดถือ Core Value เรื่อง Respect Everyone ที่สอดแทรกอยู่ในทุกขั้นตอนการทำงาน ตั้งแต่มุมมองของผู้บริหาร วิธีการคัดเลือกทีมงาน วิธีการปฏิบัติต่อเพื่อนร่วมงานและผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับทุกความหลากหลาย ให้ทุกคนได้เป็นตัวเองและแสดงศักยภาพได้อย่างเต็มที่ ปัจจุบันบริษัทมีจำนวนพนักงาน LGBTQ+ ราว 10% หลายคนอยู่ในตำแหน่งระดับผู้จัดการขึ้นไป สะท้อนให้เห็นการให้โอกาสในการเติบโตในสายอาชีพที่ตัดสินจากผลงานโดยไม่เกี่ยวกับเพศสภาพ” คุณอิสริยะทิ้งท้าย ในปีที่ผ่านมาช่วงเดือน Pride Month ที่ LINE MAN Wongnai ได้จัดกิจกรรมเสวนาเรื่องการสร้าง Safe Space ในองค์กร รวมถึงสนับสนุนองค์กรเพื่อความเท่าเทียมและระดมทุนเพื่อช่วยเหลือขับเคลื่อนความเท่าเทียมทางเพศผ่านมูลนิธิต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น นฤมิตไพรด์ หรือมูลนิธิเพื่อนกะเทย โดยในปีนี้ยังคงให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง

LINE MAN Wongnai

30 May 2023

LINE MAN Wongnai ชี้เทรนด์หวานน้อยมาแรง! ยอดออร์เดอร์เครื่องดื่มเกินครึ่งเลือกสั่งลดหวาน

LINE MAN Wongnai เผยผลลัพธ์จากความร่วมมือกับกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ผลักดันเมนูชูสุขภาพภายใต้โครงการ “หวานน้อยสั่งได้” สู่ร้านอาหารบนแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี สนับสนุนให้ร้านเพิ่มตัวเลือกระดับความหวานในเมนูเครื่องดื่ม เพื่อกระตุ้นให้ผู้บริโภคฉุกคิดเรื่องระดับความหวานก่อนสั่ง ก่อนหน้านี้ กรมอนามัยเคยรายงานถึงพฤติกรรมการบริโภคน้ำตาลของคนไทย ที่เฉลี่ยสูงถึง ถึง 25 ช้อนชาต่อวัน มากกว่าปริมาณที่องค์การอนามัยโลก (WHO) กำหนดไว้ถึง 4 เท่า พฤติกรรมเหล่านี้เป็นการเพิ่มโอกาสเสี่ยงในการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs เช่น เบาหวาน โรคอ้วน ความดันโลหิตสูง หัวใจ และหลอดเลือดหัวใจ ซึ่งเป็นปัญหาสุขภาพที่ทำให้คนเสียชีวิตอันดับ 1 ของโลก หลังจากดำเนินโครงการมาเป็นเวลา 10 เดือน (มกราคม-ตุลาคม 2566) พบว่าทั้งร้านค้าและผู้บริโภคสนใจลดความหวานของเครื่องดื่มอย่างจริงจัง โดยมีข้อมูลสถิติดังนี้ LINE MAN Wongnai พร้อมเดินหน้าโครงการหวานน้อยสั่งได้อย่างต่อเนื่อง โดยการผลักดันให้ทุกร้านเครื่องดื่มบนแพลตฟอร์มมีฟีเจอร์เลือกระดับความหวานและสานต่อความร่วมมือกับกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข อย่างต่อเนื่องเพื่อส่งเสริมให้คนไทยมีสุขภาพดีขึ้น ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ   ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: pr@lmwn.com

LINE MAN Wongnai

13 Nov 2023

LINE MAN Wongnai สนับสนุนผู้ค้าในศูนย์อาหาร “Hawker Center สวนลุมพินี” ดันสตรีทฟู้ดไทยสู่มาตรฐานใหม่ Soft Opening แล้ววันนี้

กรุงเทพมหานคร เตรียม Soft Opening “Hawker Center สวนลุมพินี” ศูนย์อาหารริมทางเพื่อทุกคน ต้นแบบใหม่ของการยกระดับสตรีทฟู้ดไทยสู่มาตรฐานเมืองยุคใหม่ โดยกรุงเทพมหานครเป็นผู้ออกแบบและลงทุนโครงสร้างพื้นฐานอย่างครบวงจร ทั้งการจัดระเบียบพื้นที่ขายและโซนนั่งทาน ที่สะดวก สะอาด และวางระบบการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ พร้อมดึง LINE MAN Wongnai นำเทคโนโลยีร้านอาหารเข้ามาสนับสนุนอย่างเป็นระบบ ทดลองเปิดให้บริการแล้ววันนี้ Hawker Center สวนลุมพินี เป็นศูนย์อาหารที่รวบรวมร้านอาหารข้างทางกว่า 100 ร้านในรูปแบบที่มีการบริหารจัดการ และหมุนเวียนร้านค้าตามช่วงเวลา เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการร้านอาหารข้างทางขนาดเล็กในพื้นที่เขตปทุมวันได้เข้าถึงพื้นที่ศักยภาพในราคาค่าเช่าที่เข้าถึงได้ รวมทั้งช่วยบรรเทาค่าครองชีพของคนในย่านด้วยอาหารราคาย่อมเยา พร้อมยกระดับมาตรฐานด้านความสะอาด ความปลอดภัย และการให้บริการ โดยยังคงเสน่ห์ของสตรีทฟู้ดไทยไว้ สอดคล้องกับแนวทางของกรุงเทพมหานครในการยกระดับมาตรฐานสตรีทฟู้ดให้เป็นระบบ ควบคู่กับการดูแลสุขอนามัย เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงอาหารที่สะอาด ปลอดภัย และอยู่ในพื้นที่ที่เหมาะสม คุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า “สตรีทฟู้ดเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์สำคัญของกรุงเทพฯ แต่การยกระดับให้สอดรับกับเมืองยุคใหม่ จำเป็นต้องเริ่มจาก ‘โครงสร้างพื้นฐานและการออกแบบ’ โครงการ Hawker Center จึงถูกพัฒนาขึ้นในฐานะพื้นที่ต้นแบบที่ลงทุนทั้งระบบสาธารณูปโภค สุขอนามัย และการจัดการอย่างเป็นระบบ มีการจัดระเบียบพื้นที่ขายให้เป็นสัดส่วน แยกโซนตามประเภทสินค้า และโซนนั่งรับประทานอย่างชัดเจน เพื่อให้เกิดความสะอาด ปลอดภัย และรองรับการใช้งานของคนจำนวนมากในพื้นที่เดียวกัน โดยเฉพาะบริเวณสวนลุมพินีที่มีผู้ใช้งานหลากหลายตลอดวัน ตั้งแต่นักวิ่ง คนเต้นแอโรบิก ไปจนถึงบุคลากรทางการแพทย์และพนักงานออฟฟิศ ขณะเดียวกัน ภาคเอกชนอย่าง LINE MAN Wongnai ยังเข้ามาเสริมด้วยเทคโนโลยีร้านอาหาร ช่วยให้ผู้ประกอบการสตรีทฟู้ดรายย่อยสามารถค้าขายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้ Hawker Center ไม่ใช่แค่พื้นที่ขายอาหาร แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของเศรษฐกิจเมือง ที่ผสานอัตลักษณ์ดั้งเดิมเข้ากับมาตรฐานที่ดีขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม” ด้านคุณวีระพงศ์ โก กรรมการผู้จัดการ On-Demand Services, LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “LINE MAN Wongnai อยู่กับวงการร้านอาหารไทยมากว่า 16 ปี เราเห็นว่าร้านริมทางรายย่อยมีศักยภาพ แต่ขาดทั้งเครื่องมือและพื้นที่ที่เหมาะสม ศูนย์อาหาร Hawker Center ของกรุงเทพมหานคร จึงเป็นโอกาสที่เราจะได้สนับสนุน LINE Pay QR BOX ร้านค้าจะได้ยินเสียงแจ้งเตือนทันทีที่มีเงินเข้า รู้ยอดทันที ไม่ต้องกังวลเรื่องความผิดพลาดหรือสลิปปลอม ขณะเดียวกันลูกค้าก็จ่ายง่ายและมั่นใจ พร้อมสนับสนุนอุปกรณ์จำเป็นให้แก่ผู้ค้า เช่น จาน ช้อนส้อม ถังขยะ จุดล้างมือ จุดล้างจาน การตกแต่งร้าน และจุดพักคอยไรเดอร์ เพื่อให้พื้นที่สะอาด เป็นระบบ และรองรับการใช้งานจริง ช่วยให้ร้านเล็ก ๆ หลุดจากข้อจำกัดเดิม ยกระดับมาตรฐานและเติบโตได้มากขึ้น จาก ‘ของดีข้างทาง’ พัฒนาไปสู่ระบบเศรษฐกิจอาหารเมืองที่แข็งแรง มีมาตรฐาน และขยายโอกาสได้ไกลกว่าวันนี้ โดย LINE MAN Wongnai ได้ร่วมมือกับกรุงเทพมหานครในการสร้างพื้นที่สาธารณะที่ดีอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับเป้าหมายที่อยากให้คนไทยมีชีวิตที่ดีขึ้นในทุกมิติ”  Hawker Center สวนลุมพินี ศูนย์อาหารริมทางเพื่อทุกคน ตั้งอยู่ริมถนนราชดำริ ติดกับสวนลุมพินี ประตู 5  (BTS  ศาลาแดง ทางออก 6 และ MRT สวนลุมพินี ทางออก 1) รวบรวมร้านเด็ดข้างทางที่ชาวสวนลุมฯ รู้จักกันดี ไม่ว่าจะเป็น ร้านเกาเหลาเลือดหมูสวนลุมประตูแปด, น้ำเต้าหู้ สวนลุมพินี, ข้าวขาหมูโกล้าน, เตี๋ยวไก่ยกซด, ต้อมกล้วยทอด และอีกมากมาย ที่จะหมุนเวียนร้านค้าตามช่วงเวลา ทั้งรอบเช้า (05.00-16.00 น.) และรอบเย็น (16.00-24.00 น.) โดยศูนย์อาหารถูกออกแบบภายใต้แนวคิดผสมผสานระหว่างการรักษาอัตลักษณ์สตรีทฟู้ดของกรุงเทพฯ กับมาตรฐานสากล ตัวอาคารคำนึงบริบทสิ่งแวดล้อมรอบพื้นที่ เช่น การเคลื่อนย้ายต้นไม้ใหญ่ไปปลูกชั่วคราวและนำกลับคืนหลังการก่อสร้าง การใช้ระบบระบายอากาศธรรมชาติ ลดการใช้เครื่องปรับอากาศ และวัสดุหลังคาที่ลดแสงสะท้อนรบกวนโรงพยาบาลใกล้เคียง นอกจากนี้ ในการใช้งานได้มีการจัดสรรพื้นที่ร้านค้าแบบเป็นระเบียบ ขนาด 2×2 เมตรต่อร้าน รองรับผู้ค้ากว่า 100 ราย พร้อมออกแบบโซนนั่งรับประทานอาหาร ทางเดิน ระบบการสัญจรให้คล่องตัว พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับระบบสนับสนุนด้านสุขอนามัยอย่างครบถ้วน โดยจัดให้มีโซนล้างภาชนะและทำความสะอาดสำหรับร้านค้า จุดทิ้งขยะแยกประเภทที่ได้มาตรฐาน บ่อดักไขมัน และจุดล้างมือสำหรับผู้มาใช้บริการ ซึ่งช่วยยกระดับทั้งความสะอาด ความปลอดภัย และภาพลักษณ์เมือง ทำให้ Hawker Center เป็นทั้งศูนย์อาหารและพื้นที่สาธารณะที่สะท้อนความทันสมัย ใส่ใจสิ่งแวดล้อม และยกระดับคุณภาพชีวิตผู้คนอย่างยั่งยืน โครงการ Hawker Center สวนลุมพินี ทดลองเปิดให้บริการแบบ Soft Opening ในวันศุกร์ที่ 10 เมษายน 2569 โดยได้รับเกียรติจาก คุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมทีมงาน ร่วมด้วย คุณวีระพงศ์ โก กรรมการผู้จัดการ On-Demand Services, LINE MAN Wongnai และทีมงาน ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมชมโครงการ ซึ่งนับเป็นอีกก้าวสำคัญของความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการยกระดับสตรีทฟู้ดไทยสู่มาตรฐานเมืองอย่างเป็นรูปธรรม ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ  ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: pr@lmwn.com

LINE MAN Wongnai

10 Apr 2026

“น้ำแข็งไส-บิงซู” เมนูฮิตหน้าร้อน! ยอดพุ่งเท่าตัวรับสงกรานต์ เมนูน้ำแข็งไสนมสด ติดโผขายดีสุด

LINE MAN เผยสถิติยอดออเดอร์ร้านน้ำแข็งไส-บิงซูเติบโตขึ้นเป็นเท่าตัวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เปิดโผรสชาติน้ำแข็งไส-บิงซูมาแรงที่ถูกสั่งสูงสุด ได้แก่ รสนมสด, รสชาไทย, รสโอวัลติน, และรสลำไย ตามลำดับ คาดเป็นเมนูฮิตติดเทรนด์ต่อเนื่องตลอดช่วงหน้าร้อน ฤดูร้อนประเทศไทยปีนี้อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยแตะถึง 35.5 องศา ร้อนกว่าปีที่แล้วทำให้ในช่วงที่ผ่านมาหลายคนมองหาเมนูคลายร้อน โดยน้ำแข็งไสเมนูภูมิปัญญาไทยที่กลับมาเป็นกระแสมากขึ้นจากสื่อโซเชียลในหน้าร้อนปีนี้ และปัจจุบันมีการนำเมนูน้ำแข็งไสแบบจีน เกาหลี และญี่ปุ่น มาดัดแปลงเป็นรสชาติสไตล์ไทยให้ถูกปากคนไทยมากขึ้น สำหรับปีนี้ยอดออเดอร์เดลิเวอรีเมนูน้ำแข็งไส-บิงซูบน LINE MAN เติบโตสูงขึ้นเท่าตัว* ในช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยเมนูน้ำแข็งไส-บิงซูรสชาติขายดี ได้แก่ น้ำแข็งไส-บิงซูรสนมสด, รสชาไทย, รสโอวัลติน, และรสลำไย ตามลำดับ ปัจจุบัน LINE MAN มีจำนวนร้านที่ขายเมนูน้ำแข็งไสและบิงซู กว่า 50,000 ร้านทั่วประเทศ โดยร้านที่ขายดีที่สุดในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ได้แก่ ร้านถิงถิง บิงซูน้ำขิง, ร้านเช็งซิมอี๊ และร้านภูเกล็ด ขณะที่ร้านท้องถิ่นที่ขายดีที่สุดในพื้นที่ต่างจังหวัด ได้แก่ ร้านน้ำแข็งไสหลังโรงเรียนวีรนาท จ.พัทลุง, ร้านปังหวาน (สี่แยกพันต้น) จ.น่าน และ ร้านน้ำแข็งไสป้าดี ยุทธศาสตร์ ซอย 9 จ.นครศรีธรรมราช นายวทัญญู ชุติศิลป์ เจ้าของร้านขนมหวาน ถิงถิง บิงซูน้ำขิง  กล่าวว่า ในช่วงหน้าร้อนปีนี้พบว่าเมนูน้ำแข็งไส-บิงซูที่ถูกสั่งผ่านเดลิเวอรีเติบโตขึ้นอย่างมาก พบว่าช่วงเวลาที่ผู้คนนิยมสั่งมากที่สุด คือ ช่วงหลังมื้อเย็นเป็นต้นไป เนื่องจากน้ำแข็งไสเป็นเมนูขนมหวานที่ต้องรับประทานแบบไม่เร่งรีบเพื่อใช้เวลาสบาย ๆ ร่วมกับครอบครัวหรือเพื่อนฝูง จุดเด่นของร้านเรานอกจากการเลือกท้อปปิ้งได้เองแล้ว คือเรื่องการจัดส่งที่ดีที่สุด โดยทางร้านมีการออกแบบแพคเกจถุงเก็บความเย็นที่ทดลองแล้วว่าเมื่อถึงมือผู้บริโภคน้ำแข็งไสยังคงสภาพปกติพร้อมทาน ทำให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ว่าการสั่งเมนูน้ำแข็งไสไปทานที่บ้านก็เหมือนการมาทานที่หน้าร้าน ทั้งนี้ การขายผ่านช่องทางเดลิเวอรีถือเป็นช่องทางที่ทำให้เราสามารถเข้าถึงผู้บริโภคไ้ด้เพิ่มขึ้นและเข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายใหม่ ๆ  นอกจากนี้ LINE MAN MART ยังเปิดเผยสินค้าที่ถูกค้นหามากที่สุด 5 อันดับแรกในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ได้แก่ ปืนฉีดน้ำ, น้ำแข็ง, พวงมาลัย, ซองกันน้ำ และผ้าอนามัยแบบสอด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอุปกรณ์จำเป็นสำหรับการเล่นสงกรานต์ สะท้อนกระแสคึกคักของการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ได้เป็นอย่างดี  *ข้อมูลเปรียบเทียบระหว่างวันที่ 1-15 เมษายน 2565 และวันที่ 1-15 เมษายน 2566

LINE MAN Wongnai

18 Apr 2023