LINE MAN ผู้นำแพลตฟอร์มออนดีมานด์อันดับ 1 ของไทย เดินหน้าให้บริการ LINE MAN MART อย่างต่อเนื่อง พร้อมจับมือ Lotus’s และ Lotus’s go fresh  ยกระดับประสบการณ์การช้อปปิ้งออนไลน์ ด้วยสินค้าคุณภาพที่ครอบคลุมทุกหมวดหมู่ ตั้งแต่อาหารสด ของใช้ในบ้าน ไปจนถึงสินค้าจากแบรนด์ดัง สามารถสั่งได้แล้ววันนี้ทั่วประเทศ มอบความสะดวกตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคดิจิทัลให้เลือกซื้อสินค้าได้ง่ายเพียงปลายนิ้ว พร้อมมอบส่วนลดสุดคุ้มทุกสัปดาห์ เพื่อให้การช้อปคุ้มกว่าที่เคย

Lotus’s และ Lotus’s go fresh พร้อมให้บริการบน LINE MAN MART กว่า 1,400 สาขา ครอบคลุม 77 จังหวัดทั่วประเทศ มอบประสบการณ์การช้อปปิ้งที่สะดวกสบายยิ่งขึ้น ให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงสินค้าคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็น ของสด ของใช้ในบ้าน และสินค้าจากแบรนด์ดัง ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการขยายช่องทางการบริการผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ให้ลูกค้าเลือกซื้อสินค้าได้อย่างไร้ขีดจำกัด สะดวก รวดเร็ว และตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์

นอกจากนี้ LINE MAN ยังมอบสิทธิพิเศษสุดคุ้มทุกสัปดาห์ ด้วยส่วนลดพิเศษเฉพาะบน LINE MAN MART เท่านั้น ครอบคลุมทั้งลูกค้าใหม่และลูกค้าปัจจุบัน ช่วยให้คนไทยสามารถซื้อสินค้าได้อย่างคุ้มค่าและประหยัดยิ่งกว่าเดิม อีกทั้งยังมีบริการจัดส่งที่รวดเร็วถึงหน้าบ้านโดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ที่ต้องการความสะดวกสบายสูงสุด

ช้อปสินค้าจาก Lotus’s และ Lotus’s go fresh บน LINE MAN MART พร้อมกับโค้ดส่วนลดสุดคุ้ม ได้แล้วตั้งแต่วันนี้ ได้ทาง https://lineman.onelink.me/1N3T/bk9ulz8g  

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ  
ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: pr@lmwn.com

News Release View More

LINE MAN RIDE เร่งขยายรถ EV ยกระดับรายได้-ลดต้นทุนคนขับกว่า 60% พร้อมทดลองบริการเรียกรถ EV โดยเฉพาะ ผ่านฟีเจอร์ใหม่ “Comfort”

LINE MAN เดินหน้าลงทุนสร้าง EV Ecosystem ภายใต้บริการเรียกรถ LINE MAN RIDE ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนคนขับ EV คุณภาพอีกมากกว่า 3,000 คน ภายในสิ้นปี 2026 ผ่านโมเดลเช่ารถที่ช่วยเพิ่มรายได้คนขับและลดต้นทุนเชื้อเพลิง พร้อมเปิดทดลองฟีเจอร์ “Comfort” เชื่อมโยงความต้องการของผู้โดยสารเข้ากับเครือข่ายรถ EV ที่กำลังขยายตัวบนแพลตฟอร์ม ยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “ปัจจัยเชิงโครงสร้างที่สำคัญของธุรกิจ Ride-hailing ในระยะยาว คือการมีเครือข่ายคนขับที่มีคุณภาพและสามารถประกอบอาชีพบนแพลตฟอร์มได้อย่างยั่งยืน เราจึงเลือกลงทุนที่การลดต้นทุนของคนขับผ่านโมเดลเช่ารถยนต์ไฟฟ้า เพราะเมื่อคนขับมีต้นทุนต่ำลง รายได้สุทธิก็เพิ่มขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ขณะที่ผู้โดยสารก็ได้รับบริการที่มีคุณภาพมากขึ้นไปพร้อมกัน นี่คือแนวทางการสร้าง EV Ecosystem ที่เติบโตได้อย่างสมดุลทั้งฝั่งคนขับ ผู้โดยสาร และแพลตฟอร์ม หลังเปิดให้บริการเรียกรถ EV ในเดือนกรกฎาคม 2025 ที่ผ่านมา LINE MAN RIDE สามารถขยายจำนวนรถ EV ได้อย่างรวดเร็วภายในระยะเวลา 10 เดือน จากโมเมนตัมการเติบโตดังกล่าว LINE MAN จึงเดินหน้าขยายความร่วมมือกับพันธมิตรรถยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนคนขับรถ EV ที่มีคุณภาพบนแพลตฟอร์มอีกมากกว่า 3,000 คน ภายในสิ้นปี 2026 พร้อมสนับสนุนให้คนขับได้รับใบอนุญาตขับรถสาธารณะตามหลักเกณฑ์ของกระทรวงคมนาคม เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในการให้บริการ  ในขณะเดียวกัน เราต้องขยายความต้องการใช้งานให้สมดุลไปกับจำนวนคนขับ ด้วยการเปิดทดลองฟีเจอร์ “Comfort” ซึ่งเป็นบริการเรียกรถประเภทใหม่บน LINE MAN RIDE จากเดิมที่ให้บริการเรียกรถแท็กซี่ รถยนต์ส่วนบุคคล และมอเตอร์ไซค์สำหรับรับ-ส่ง โดยผู้โดยสารสามารถเลือกเรียกรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่โดยสารกว้างขวาง นั่งสบาย ในราคาที่เข้าถึงได้ นำร่องให้บริการในบางพื้นที่ของกรุงเทพฯ และปริมณฑล ก่อนทยอยขยายเพิ่มเติมในอนาคต ด้วยประสบการณ์การโดยสารที่ดีในราคาที่เหมาะสม ส่งผลให้มีอัตราการใช้บริการซ้ำสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จึงมั่นใจว่ายอดการใช้บริการฟีเจอร์เรียกรถ EV จะเติบโตขึ้น 10 เท่าภายในสิ้นปี 2026 เมื่อเทียบกับช่วงทดลองให้บริการในเดือนกรกฎาคม 2026” ข้อมูลจาก LINE MAN RIDE พบว่า การลดต้นทุนการประกอบอาชีพเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยยกระดับรายได้ของคนขับ โดยรถยนต์ไฟฟ้าช่วยลดต้นทุนด้านเชื้อเพลิงได้มากกว่า 60% หรือเฉลี่ยประมาณ 7,000 บาทต่อเดือนต่อคัน เมื่อเทียบกับรถยนต์สันดาป ส่งผลให้คนขับมีรายได้สุทธิเพิ่มขึ้นกว่า 30% เมื่อเทียบกับการขับแท็กซี่ทั่วไป  เพื่อให้คนขับเข้าถึงรถ EV ได้ง่ายขึ้น LINE MAN จึงพัฒนาโมเดลเช่าขับเต็มเวลา ใช้เงินเริ่มต้นเพียง 4,000 บาท พร้อมการันตีรายได้ขั้นต่ำสำหรับผู้ขับที่เข้าเงื่อนไข สนับสนุนการทำใบอนุญาตขับรถสาธารณะ และเปิดโอกาสให้เป็นเจ้าของรถได้เมื่อเช่าครบ 6 ปี ปัจจุบัน LINE MAN RIDE ร่วมมือกับพันธมิตรด้านรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อร่วมกันลดอุปสรรคในการเข้าสู่อาชีพ เปิดโอกาสให้คนไม่มีรถสามารถเริ่มขับได้ทันที และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับการเติบโตของ EV Ecosystem ในระยะยาว ด้านศิลา อุดมสมบูรณ์ พาร์ทเนอร์คนขับ LINE MAN RIDE ที่ขับรถ EV ให้บริการตั้งแต่ช่วงแรก เล่าว่า “ช่วงเริ่มต้น ขับรถตั้งแต่เช้ามืด กลับดึก แต่หลังจากได้เรียนรู้จากโค้ชคนขับ LINE MAN RIDE รวมถึงเริ่มเข้าใจพฤติกรรมผู้โดยสารในแต่ละพื้นที่และแต่ละช่วงเวลาก็เปลี่ยนมาวิ่งงานอย่างมีกลยุทธ์มากขึ้น เช่น ช่วงเช้ารับงานแถวสีลม–จุฬาฯ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพนักงานออฟฟิศ บุคลากรทางการแพทย์ และนักศึกษา กลางวันย้ายไปลาดพร้าว รามอินทรา รามคำแหง ส่วนช่วงเย็นเลือกวิ่งโซนชานเมืองซึ่งมีผู้ปกครองรับส่งบุตรหลานและคนทำงานเดินทางกลับบ้าน ทำให้แม้จะใช้เวลาทำงานน้อยลง แต่รายได้กลับมากกว่าเดิม เพราะไม่ได้ขับไปเรื่อย ๆ แบบไม่มีจุดหมาย รายได้ที่เพิ่มขึ้นจึงมาจากการบริหารต้นทุนและการวางแผนรับงานอย่างมีประสิทธิภาพ” ผลลัพธ์ของการขยาย EV Ecosystem นอกจากการยกระดับรายได้ของคนขับแล้ว ยังสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อม โดยรถ EV บนแพลตฟอร์ม LINE MAN มีการใช้งานเฉลี่ยกว่า 5,000 กิโลเมตรต่อเดือนต่อคัน ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 0.75 ตันต่อเดือน และปัจจุบัน LINE MAN RIDE สามารถลดการปล่อยก๊าซ CO₂ สะสมได้แล้วกว่า 3,500 ตัน เทียบเท่ากับการนำรถยนต์กว่า 750 คันออกจากท้องถนนตลอดทั้งปี นอกเหนือจากการขยายเครือข่ายรถ EV แล้ว LINE MAN RIDE ยังคงพัฒนาประสบการณ์การเดินทางภายใต้แนวคิด “ราคาถูก ปลอดภัย” ด้วยราคาที่คุ้มค่า พร้อมฟีเจอร์ที่ออกแบบสำหรับผู้ใช้งานในประเทศไทย เช่น Chat Stickers สำหรับสื่อสารกับคนขับ และ QR Payment สำหรับการชำระเงิน ขณะที่ด้านความปลอดภัยมีระบบติดตามการเดินทางแบบเรียลไทม์ (Trip Tracking) การตรวจสอบประวัติคนขับ ประกันคุ้มครองทั้งผู้ขับและผู้โดยสาร ระบบประเมินคะแนนแบบไม่เปิดเผยตัวตน และเป็นแอปพลิเคชันที่ผ่านการรับรองจากกรมการขนส่งทางบก ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: pr@lmwn.com

LINE MAN Wongnai

8 Jul 2026

LINE MAN Wongnai และ กรมอนามัย สานต่อ “หวานน้อยสั่งได้ – เมนูชูสุขภาพ” ปีที่ 3 พบเทรนด์คนไทยสั่ง “ไม่หวานเลย” พุ่ง 160%

LINE MAN Wongnai และกรมอนามัย ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือสานต่อโครงการ “หวานน้อยสั่งได้ – เมนูชูสุขภาพ” สู่ปีที่ 3 เผยความสำเร็จปีที่ผ่านมา ยอดออร์เดอร์ของคนไทยเกินครึ่งสั่งลดหวาน ช่วยลดการบริโภคน้ำตาลไปกว่า 120 ตัน พบเทรนด์คนไทยสั่ง “ไม่หวานเลย” พุ่ง 160% ตั้งเป้าขยายความร่วมมือสู่เมนูอาหารจานหลัก  โครงการ “หวานน้อยสั่งได้ – เมนูชูสุขภาพ” มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนสามารถเข้าถึงอาหารและเครื่องดื่มที่ดีต่อสุขภาพได้ง่ายขึ้น พร้อมสร้างแรงจูงใจให้เลือกบริโภคลดหวาน มัน เค็ม ผ่านบริการฟู้ดเดลิเวอรี ซึ่งจากสถิติพบว่า คนไทยยังบริโภคน้ำตาลและโซเดียมเกินเกณฑ์ที่องค์การอนามัยโลกกำหนด โดยมีคนไทยเสียชีวิตจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) มากถึง 400,000 คนต่อปี หรือคิดเป็น 77% ของการเสียชีวิตทั้งหมด  ความร่วมมือ 2 ปีลดน้ำตาลแล้วกว่า 120 ตัน คนไทยสั่ง “ไม่หวานเลย” พุ่ง 160%  คุณยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai เปิดเผยถึงความสำเร็จของความร่วมมือระหว่างกรมอนามัยและ LINE MAN Wongnai ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา สร้างผลลัพธ์ที่ชัดเจน โดยมีร้านค้าเข้าร่วมกว่า 60,000 ร้านทั่วประเทศ มียอดสั่งเครื่องดื่มแบบหวานน้อยมากถึง 30 ล้านแก้ว หรือคิดเป็น 58% ของยอดสั่งเครื่องดื่มทั้งหมด และมีอัตราการสั่งแบบ “ไม่หวานเลย” เพิ่มขึ้นถึง 160% เมื่อเทียบระหว่างปี 2566 และปี 2567 สามารถช่วยคนไทยลดการบริโภคน้ำตาลได้มากถึง 120 ตัน ส่งผลให้ลดการแจกซองเครื่องปรุงไปได้กว่า 120 ล้านซองตามไปด้วยเช่นกัน เดินหน้าขยายความร่วมมือจากเครื่องดื่มสู่เมนูจานหลัก แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวถึงความร่วมมือในเฟสต่อไป จะขยายจากเมนูเครื่องดื่มสู่กลุ่มอาหารจานหลัก ภายใต้โครงการ “เมนูชูสุขภาพ” และ “เมนูทางเลือก” ที่เน้นการลดน้ำตาล ลดไขมัน และลดโซเดียม โดย LINE MAN Wongnai จะส่งเสริมให้ร้านอาหารบนแพลตฟอร์มพัฒนาสูตรอาหารให้ผ่านเกณฑ์การรับรองจากกรมอนามัย ซึ่งครอบคลุมถึงความปลอดภัยจากเชื้อโรค สารเคมี สารพิษ และต้องมีคุณค่าทางโภชนาการที่เหมาะสมตามเกณฑ์ที่กำหนด ร้านอาหารที่สนใจสามารถขอการรับรองเมนูชูสุขภาพจากกรมอนามัยได้ผ่านโปรแกรมรับรองเมนูชูสุขภาพออนไลน์ (Food4Health) และในอนาคต ผู้บริโภคจะสามารถสั่งอาหารที่เป็นเมนูชูสุขภาพได้โดยตรงบนแพลตฟอร์ม LINE MAN พร้อมทั้งมีกิจกรรมส่งเสริมการขาย เช่น โปรโมชั่นลดการแจกซองเครื่องปรุงรส สำหรับผู้บริโภคที่ต้องการลดการปรุงรส ซึ่งจะเป็นการสร้างการรับรู้ และสร้างพฤติกรรมการบริโภคที่ดีต่อสุขภาพ นอกจากนี้ภายในงานลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทาง LINE MAN Wongnai และกรมอนามัย ได้มอบ “ป้ายเมนูชูสุขภาพ และหวานน้อยสั่งได้” ให้แก่ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ โดยหนึ่งในร้านที่เข้ารับมอบป้ายในครั้งนี้ ได้แก่ ร้าน “อีกา” ร้านอาหารไทยสูตรชุมชนในเครือ It’s Happened to be A Closet และร้าน “ชาตรามือ” ตำนานร้านชาไทยที่อยู่เคียงคู่คนไทยมานาน ซึ่งเป็นร้านที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของผู้บริโภค และพร้อมขับเคลื่อนแนวคิดอาหารสุขภาพร่วมกับภาครัฐและเอกชน โครงการ “หวานน้อยสั่งได้ – เมนูชูสุขภาพ” ถือเป็นต้นแบบของความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนที่สามารถนำแนวคิดเชิงนโยบายไปสู่การปฏิบัติจริง เพื่อสร้างพฤติกรรมการบริโภคที่ดีให้กับประชาชนไทยอย่างยั่งยืน ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ  ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: pr@lmwn.com

LINE MAN Wongnai

26 Mar 2025

เทรนด์มูเตลูปี 2023 มาแรงสุดขีด LINE MAN เผยยอดเดลิเวอรี ของไหว้พระ-เทพพุ่งทะลุ 660,000 ชิ้น พร้อมเปิดสถิติที่สุดแห่งปีทุกบริการ

หลังจากที่ LINE MAN เปิดสถิติที่สุดแห่งปีด้าน อาหารไปแล้วนั้น ครั้งนี้ LINE MAN มัดรวมเรื่องเด็ดที่น่าสนใจจากพฤติกรรมผู้ใช้ทั้งกิน ช้อป และเดินทางตลอดปี 2023 ผ่านบริการอื่น ๆ บน LINE MAN ทั้งบริการส่งสินค้า เมสเซนเจอร์ และแท็กซี่ ย้ำภาพผู้นำแพลตฟอร์มออนดีมานด์ของคนไทยกับบริการครอบคลุมตอบโจทย์ชีวิตประจำวัน เทรนด์มูเตลูมาแรงสุดขีด “ของไหว้พระ-เทพ” ยอดสั่งออนไลน์พุ่งกระฉูดบน LINE MAN MART ปี 2023 เป็นปีที่เทรนด์มูเตลูมาแรงสุดขีด พบพฤติกรรมของคนไทยที่สนใจเรื่องการมูเตลูที่เปลี่ยนไปตั้งแต่การดูดวงออนไลน์ การทำบุญออนไลน์ รวมไปถึงการเตรียมของไหว้ออนไลน์ สอดคล้องกับสถิติจากบริการ LINE MAN MART ที่เปิดเผยว่าสินค้าในหมวดของไหว้พระ-เทพมียอดสั่งรวมทั้งปีกว่า 660,000 ชิ้น โตพุ่ง 63% เมื่อเทียบกับปีก่อน อีกทั้งในปี 2023 มีอีเวนท์สำคัญทางโหราศาสตร์และเทพฮินดูเกิดขึ้นตลอดทั้งปี ทำให้เหล่าสายมูแห่สั่งของไหว้เพื่อเตรียมตัวล่วงหน้าก่อนทำพิธี สร้างปรากฏการณ์ยอดออร์เดอร์ออนไลน์พุ่งทะลุ ไม่ว่าจะเป็น  ปัจจุบัน LINE MAN MART มีร้านค้ารายย่อยหลากหลายประเภทสินค้าบนแพลตฟอร์มมากกว่า 25,000 ร้าน และใช้เวลาเฉลี่ยในการจัดส่งเพียง 17 นาที ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้ที่ต้องการสินค้าทันที LINE MAN MESSENGER คู่หูแม่ค้าพ่อค้าออนไลน์ตัวจริง ซื้อขายส่งเร็วทั่วไทย บริการ LINE MAN MESSENGER ในปี 2023 พบผู้ใช้บริการบ่อยที่สุดถึง 15,030 ครั้ง คิดเป็นระยะทางรวมกว่า 148,300 กิโลเมตร หรือเท่ากับระยะทางวิ่งรอบโลกได้ 3.7 รอบ โดยหมวดหมู่สิ่งของมาแรง 3 อันดับแรกที่คนไทยส่งผ่านบริการ MESSENGER มากที่สุด ได้แก่  LINE MAN TAXI เผยท็อป 3 ปลายทางยอดฮิตแห่งปี ทางด้านบริการ LINE MAN TAXI เรียกแท็กซี่ไว้ใจได้ รับส่งถึงที่ให้บริการครอบคลุมกรุงเทพมหานคร และเขตพื้นที่ปริมณฑลและจังหวัดใกล้เคียงรวม 5 จังหวัด ได้แก่ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ นครปฐม และสมุทรสาคร เผยสถิติพบว่า 3 อันดับปลายทางที่คนเรียกแท็กซี่ไปส่งมากที่สุด คือ ห้างสรรพสินค้า, สถานีรถไฟฟ้า BTS/MRT/Airport Link และโรงเรียน/มหาวิทยาลัย  ขณะที่ในช่วงเทศกาลต่าง ๆ สถานที่แฮงค์เอาท์ที่ถูกปักหมุดปลายทางมากสุด ได้แก่ ทองหล่อ เอกมัย และข้าวสาร ตามลำดับ เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วถึง 90% นอกจากนี้เทศกาลวันหยุดยาวที่คนไทยเรียกแท็กซี่ไปสนามบินมากที่สุดแห่งปี คือ เทศกาลสงกรานต์ เทศกาลปีใหม่ และวันหยุดต่อเนื่องในเดือนตุลาคม LINE MAN มุ่งมั่นสร้างความสุขให้ผู้ใช้ในทุกปีผ่านบริการที่ครอบคลุมไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ ไม่ใช่แค่บริการฟู้ดเดลิเวอรีเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงส่งสินค้า เมสเซนเจอร์ และแท็กซี่ พร้อมนำอินไซต์พฤติกรรมมาพัฒนาคุณภาพบริการ โปรโมชันที่คุ้มค่าเพื่อตอบโจทย์คนไทยทั่วประเทศ ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ   ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: pr@lmwn.com

LINE MAN Wongnai

26 Dec 2023

สร้างสรรค์ต่อยอดชุมชน! ข้าวหอมกระเจาจากห้วยกระเจาปลูกด้วยใจคัดด้วยมือ

“ข้าวหอมกระเจา” ข้าวที่ปลูกด้วยใจคัดด้วยมือจากชาวบ้านห้วยกระเจา ชุมชนห้วยกระเจา ชุมชนใน ต.ดอนแสลบ อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ กลิ่นอายของธรรมชาติ และสถานที่ทางประวัติศาสตร์อันงดงาม แม้ชุมชนห้วยกระเจาจะเป็นชุมชนเล็ก ๆ แต่กลับมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย และผลผลิตที่เกิดจากฝีมือชาวบ้านที่หลายคนอาจยังไม่เคยรู้ อำเภอห้วยกระเจาเป็นอำเภอที่มีพื้นที่แห้งแล้ง คลองชลประทานเข้าไม่ถึง และมีปริมาณน้ำฝนน้อยจึงต้องเลือกปลูกพันธุ์ “ข้าวขาวดอกมะลิ 105” ที่มีคุณสมบัติทนต่อสภาพแล้ง ดินเปรี้ยว ดินเค็มได้ดีพอสมควร และด้วยพื้นที่นี้ไม่สามารถทำการเกษตรได้มากนัก จึงทำให้ธาตุอาหารในดินยังคงมีในปริมาณมาก และทำให้ข้าวขาวดอกมะลิ 105 ที่ได้มีรสชาติ และกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์หากินจากที่ไหนไม่ได้ ซึ่งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนหอมกระเจา จ.กาญจนบุรี ได้รับการสนับสนุนจาก “โครงการข้าวเพื่อสุขภาพโดยอินทัช” โดยบริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ อินทัช เพื่อช่วยเหลือชาวนาให้มีรายได้อย่างยั่งยืน และเพิ่มมูลค่าให้กับข้าวขาวดอกมะลิ 105 ภายใต้ชื่อแบรนด์ “ข้าวหอมกระเจา” ที่ปราศจากสารเคมีแบบ 100% และยังได้รับการรับรองมาตรฐาน GAP และอยู่ระหว่างการคัดสรรดาว OTOP แต่สิ่งที่เป็นโจทย์สำคัญ คือ เราจะทำอย่างไรให้คนทั่วไปรู้จักผลผลิตที่ปลูกด้วยใจและคัดด้วยมือของชาวบ้านโดยนำเสนอผ่านเอกลักษณ์ของท้องถิ่นทั้งวิถีชีวิตความเป็นอยู่ อาหารการกิน และสถานที่ท่องเที่ยวเพื่อนำไปสู่การสร้างงาน สร้างรายได้ที่ยั่งยืนสู่ชุมชนอย่างแท้จริง นี่จึงเป็นที่มาของความร่วมมือระหว่าง อินทัช และ Wongnai ซึ่งเป็นไลฟ์สไตล์แพลตฟอร์มที่เชื่อมต่อคนไทยเข้าสู่สิ่งดี ๆ ทั้งเรื่องอาหารและการท่องเที่ยว Wongnai เองทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการช่วยโปรโมทการท่องเที่ยวในชุมชนห้วยกระเจาผ่านแนวคิด “เที่ยว 3 ธรรม ตามวิถีห้วยกระเจา” เพื่อให้นักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ได้ลองสัมผัสกับวิถีชีวิต และความเป็นอยู่ของชาวห้วยกระเจาให้มากขึ้น และยังได้นำเอาข้าวหอมกระเจาซึ่งเป็นผลผลิตของชุมชน มานำเสนอเป็นบทความและวิดีโอสอนทำเมนูอาหารที่มีชื่อว่า “ข้าวอบสามสหาย” ที่เน้นวิธีการทำที่ไม่ยุ่งยาก และกินได้ไม่มีเบื่อ ซึ่งสิ่งนี้เองเป็นเหมือนใบเบิกทางให้กับผลผลิตจากชุมชนเล็ก ๆ เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น ด้วยความตั้งใจดี ๆ ในการสร้างความยั่งยืนสู่ชาวบ้านกลุ่มวิสาหกิจชุมชนหอมกระเจา เรานำผลผลิต “ข้าวหอมกระเจา” มาต่อยอดให้ถูกตาด้วยสีสัน และต้องลิ้นด้วยรสชาติมากขึ้นด้วยการรังสรรค์เมนูสุดพิเศษในเมนู “ข้าวปั้นหมูทอดสามสี” ที่ทำโดยเชฟที่มีฝีมือ ซึ่งความพิเศษของเมนูนี้คือ การนำเอาข้าวที่ปลูกโดยชาวบ้านห้วยกระเจา ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว นำมาปั้นให้เป็นรูปทรงสามเหลี่ยม และมีสีสันที่หลากหลาย กินคู่กับหมูทอดที่ผ่านการหมักมาอย่างดี ราดด้วยซอสน้ำจิ้มแจ่ว หรือซอสน้ำจิ้มแจ่วปลาร้า ที่ทำให้เมนูนี้รสชาติดีมากยิ่งขึ้น และได้นำเมนูนี้มานำเสนอให้กับชาวกรุงฯ ที่งานเทศกาลอาหารที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย โดยรายได้ทั้งหมดแบบไม่หักค่าใช้จ่าย จะนำไปช่วยเหลือชาวบ้านในเรื่องของวัสดุอุปกรณ์ในการต่อเติมอาคาร และวัสดุอุปกรณ์ในการผลิตสินค้า เพื่อให้ชาวชุมชนห้วยกระเจาได้นำไปใช้ประโยชน์ให้ได้มากที่สุด นอกจากข้าวหอมกระเจาแล้ว ชาวบ้านบ้านกลุ่มวิสาหกิจชุมชนหอมกระเจา ยังมีผลผลิตที่น่าสนใจอื่น ๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น น้ำส้มสายชูหมักจากข้าวหอมมะลิ และเครื่องดื่มน้ำเมล่อนผสมน้ำส้มสายชูหมักจากข้าวหอมมะลิ ที่เต็มไปด้วยคุณประโยชน์ ซึ่งเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นว่า นี่คือไอเดียที่เป็นตัวอย่างที่ดีที่ช่วยจุดประกายให้กับชุมชนทั่วประเทศไทยได้นำไปปรับใช้ในการหยิบผลผลิตท้องถิ่นปรุงรสด้วยความคิดสร้างสรรค์ลงไปเพิ่มเติมเพื่อต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่ม สร้างการรับรู้ในวงกว้างเพื่อสร้างความยั่งยืนระยะยาวให้กับชุมชนได้ WongnaiWeGive

LINE MAN Wongnai

3 Mar 2020