LINE MAN Wongnai ร่วมกับ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) จัดโครงการ “Spectrum Tech Camp 2025” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ภายใต้แนวคิด “Tech is for Everyone – ทุกคนอยู่ได้ ในสายงานเทคฯ” เพื่อเปิดโลกความหลากหลายในวงการเทคฯ ที่ไปไกลกว่ามิติเรื่องเพศ และขยายโอกาสให้นักเรียนมัธยมจากทุกสายการเรียนทั่วประเทศเข้าบ่มเพาะทักษะแห่งอนาคตจากประสบการณ์ของคนทำงานตัวจริง ตั้งเป้าเติมคนรุ่นใหม่สู่โลกเทคโนโลยีที่ไทยยังขาดแคลน

เนื่องในเดือนแห่งความหลากหลาย LINE MAN Wongnai Spectrum Tech Camp 2025 จัดขึ้นในรูปแบบค่ายสาธารณะครั้งแรก ณ สำนักงานใหญ่ LINE MAN Wongnai เปิดบ้านต้อนรับเยาวชนไทยจากทั่วประเทศได้เข้าร่วมโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม มีผู้สมัครกว่า 1,000 คนจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศ คัดเหลือเพียง 60 คนที่มีความสนใจการทำงานในบริษัทเทคโนโลยี และมาจากพื้นเพที่หลากหลาย ทั้งเพศ ระดับชั้น ศาสนา สายการเรียน โรงเรียนรัฐและเอกชน ไปจนถึงโรงเรียนในต่างจังหวัด สะท้อนให้เห็นว่าคนที่มี “ใจรักในเทคโนโลยี” ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพศชายหรือสายวิทย์-เทคโนโลยีเท่านั้น แต่สามารถเกิดขึ้นได้ในเยาวชนทุกกลุ่มหากได้รับโอกาสที่เหมาะสม

คุณอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ รองประธานฝ่ายนโยบายสาธารณะและรัฐกิจสัมพันธ์ LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “วงการเทคโนโลยีทั่วโลกยังเผชิญกับความท้าทายด้านความหลากหลาย ทั้งในมิติของเพศ วัย และพื้นเพ ข้อมูลล่าสุดยังสะท้อนว่า สัดส่วนของผู้หญิง และกลุ่ม LGBTQ+ ในสายงานเทคโนโลยียังมีไม่ถึง 30%1 และมีความไม่สมดุลในระดับผู้นำ โดยเฉพาะในสาย AI และวิศวกรรมซอฟต์แวร์ จากภาพความท้าทายด้านความหลากหลายในระดับโลกนี้ เมื่อมองมาที่ประเทศไทยซึ่งกำลังเผชิญกับภาวะขาดแคลนบุคลากรด้านเทคโนโลยีอย่างหนัก ข้อมูลระบุว่าประเทศไทยมีตำแหน่งงานเทคโนโลยีว่างกว่า 179,000 ตำแหน่ง แต่มีผู้สมัครเพียง 9,358 คน2 สะท้อนถึงความไม่สมดุลอย่างรุนแรงในตลาดแรงงาน

ทั้งสองประเด็นนี้มีจุดตัดร่วมกันคือความต้องการกลุ่มบุคลากรที่ใหญ่ขึ้นและหลากหลายยิ่งขึ้น การส่งเสริมความหลากหลายจึงอาจเป็นกุญแจสำคัญในการปลดล็อกศักยภาพและเพิ่มจำนวนผู้มีความสามารถเข้ามาในอุตสาหกรรมที่ต้องเริ่มตั้งแต่วัยมัธยม LINE MAN Wongnai จึงได้ริเริ่ม ‘Spectrum Tech Camp’ เพื่อเปิดโลกเทคโนโลยีให้กับนักเรียนมัธยมจากทุกสายการเรียน ทั้งสายวิทย์-เทคโนโลยีหรือสายศิลป์ ได้เข้ามาสำรวจอาชีพจริงและเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่วงการเทคฯ ในอนาคต เพราะเราเชื่อว่าความหลากหลายในอุตสาหกรรมนี้ไปไกลกว่าเรื่องเพศ แต่รวมไปถึงมุมมอง ทักษะ และพื้นเพของแต่ละคน ที่เป็นส่วนสำคัญในการสร้างเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ผู้ใช้ทุกกลุ่มได้อย่างแท้จริง”

จุดเด่นของ LINE MAN Wongnai Spectrum Tech Camp คือ นักเรียนที่เข้าค่ายจะได้ลงมือแก้ปัญหาจากโจทย์จริงที่เกิดขึ้นบนแอปพลิเคชัน LINE MAN ที่มีผู้ใช้งานกว่า 10 ล้านคนในชีวิตประจำวัน โดยมีทีมทำงานจริงคอยให้ความรู้อย่างใกล้ชิดและแชร์หลักคิดในโลกการทำงานที่ไม่มีในห้องเรียนหรือคลาสเขียนโค้ดทั่วไป นอกจากนี้ ยังมีการแชร์ประสบการณ์จากคุณภัทราวุธ ซื่อสัตยาศิลป์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี LINE MAN Wongnai และหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง Wongnai พร้อมทั้งกิจกรรมเวิร์คช็อป 4 สายงานมาแรง ได้แก่ Software Development, UX/UI Design, Data Science และ Business Development ในบรรยากาศที่เท่าเทียม สนุก และเป็นตัวของตัวเอง

ในยุคที่ AI พัฒนาอย่างก้าวกระโดด LINE MAN Wongnai Spectrum Tech Camp มุ่งเน้นการเสริมสร้างทักษะที่ AI ไม่สามารถทดแทนได้ และเป็นทักษะที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการสร้างสรรค์และบริหารจัดการแอปพลิเคชันที่มีผู้ใช้งานหลายสิบล้านคน ทักษะเหล่านี้จะช่วยให้น้องๆ ไม่เพียงแต่เอาตัวรอด แต่ยังสามารถโดดเด่นในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีในอีก 5-10 ปีข้างหน้า ไม่ว่าจะเป็น:

  • Critical Thinking & Problem-Solving: ความสามารถในการวิเคราะห์ปัญหาที่ AI อาจมองข้าม การประเมินผลลัพธ์จาก AI อย่างมีวิจารณญาณ และการออกแบบโซลูชันที่สร้างสรรค์
  • Collaboration & Communication: ทำงานกับผู้คนที่มีความหลากหลาย และสื่อสารไอเดียซับซ้อนให้เข้าใจง่าย ขับเคลื่อนโปรเจกต์ให้สำเร็จ ซึ่งเป็นสิ่งที่ AI ยังทำได้จำกัด  

ด้าน ดร.ชัยวุฒิ เลิศวนสิริวรรณ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กล่าวเพิ่มเติมว่า “การเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไม่ควรถูกจำกัดอยู่เพียงในห้องเรียน หรือเฉพาะกลุ่มนักเรียนที่เก่งวิชาการเท่านั้น แต่ควรเปิดโอกาสให้เยาวชนทุกคนและทุกสายการเรียนได้ทดลอง ลงมือทำ และเห็นภาพอนาคตที่เป็นไปได้สำหรับตัวเองในองค์กรเทคโนโลยีที่มีพื้นที่ให้กับความหลากหลาย ความร่วมมือในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของทั้งสองหน่วยงาน ในการนำเอาความรู้ ความสามารถ และทรัพยากรที่มีอยู่มาบูรณาการร่วมกัน เพื่อสร้างพื้นที่การเรียนรู้ที่เปิดกว้าง และสนับสนุนให้เด็กไทยมี Lifelong Learning ที่ไม่หยุดเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ และก้าวทันเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ”

LINE MAN Wongnai ให้ความสำคัญกับส่งเสริมโอกาสที่เท่าเทียมและความหลากหลายในสถานที่ทำงานมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันแรกที่ดำเนินธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนการเติบโตของพนักงานทุกเพศทุกวัยอย่างเท่าเทียม สวัสดิการที่ครอบคลุมสำหรับกลุ่ม LGBTQ+ รวมถึงการสร้างโอกาสให้ไรเดอร์หญิงและผู้พิการเข้ามาทำงานในระบบ สะท้อนคุณค่าเรื่อง “Respect Everyone” ที่องค์กรยึดถือและนำมาใช้จริง เมื่อเราสร้างความแข็งแกร่งและความหลากหลายภายในองค์กรได้อย่างแท้จริง เราจึงพร้อมส่งต่อพลังบวกนั้นออกสู่ภายนอก และค่าย Spectrum Tech Camp คือก้าวสำคัญของการขยายผลนั้น 

 ที่มา:
1 Women Tech Network (2024), Nash Squared Digital Leadership Report (2023) 
2 สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ – NXPO (ธันวาคม 2023) 

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ  
ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: pr@lmwn.com

News Release View More

LINE MAN ขึ้นอันดับ 1 ลงทะเบียนร้านคนละครึ่งวันแรก! กวาดกว่า 3 หมื่นร้านทั่วไทย 

LINE MAN ตอกย้ำภาพผู้นำแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีของไทย ขึ้นแท่นอันดับ 1 ฟู้ดเดลิเวอรีในโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ด้วยจำนวนร้านอาหารลงทะเบียนเข้าร่วมกับ LINE MAN วันแรกกว่า 32,990 ร้านค้า (ข้อมูล ณ วันที่ 4 พ.ย. เวลา 01.00 น.) สอดคล้องกับรายงานของกระทรงการคลัง ณ วันที่ 3 พ.ย. เวลา 14.00 น ที่ระบุว่า มีร้านค้าเข้าร่วมฟู้ดเดลิเวอรี ลงทะเบียนแล้ว 40,722 ราย โดยร้านค้าที่สมัครเข้าร่วมกับ LINE MAN มีจำนวน 22,831 ร้านค้า ซึ่งถือเป็นอันดับ 1 จากทุกแพลตฟอร์ม ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการร้านอาหารทั่วประเทศที่เลือก LINE MAN เป็นพาร์ทเนอร์หลักในการเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส เพื่อขยายฐานลูกค้าและสร้างยอดขายในช่วงเศรษฐกิจฟื้นตัว และมอบสิทธิประโยชน์ครบทุกมิติให้ร้านค้าได้เติบโตอย่างคุ้มค่า อาทิ อัตราค่าธรรมเนียมพิเศษ (GP) เพียง 7% สำหรับร้านค้าที่ลงทะเบียนวันแรก (3 พ.ย. 68) และ 9% ตลอดระยะเวลาโครงการ พร้อมสิทธิประโยชน์อื่น ๆ อีกมากมาย  นอกจากนี้ LINE MAN ทุ่มงบกว่า 300 ล้านบาท เตรียมอัดแคมเปญโปรโมชันครั้งใหญ่วันที่ 7 พ.ย. 68 เพื่อดึงผู้ใช้สิทธิคนละครึ่งเข้าสู่แพลตฟอร์มเดลิเวอรีมากที่สุดในตลาด ยกระดับประสบการณ์สั่งอาหารออนไลน์ให้คุ้มค่าและเข้าถึงง่ายยิ่งขึ้น พร้อมเดินหน้าเป็นกำลังสำคัญในการช่วยเหลือร้านอาหารไทยและผู้บริโภคให้ได้รับประโยชน์สูงสุดจากโครงการคนละครึ่งพลัส ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: pr@lmwn.com

LINE MAN Wongnai

4 Nov 2025

LINE MAN Wongnai สนับสนุนผู้ค้าในศูนย์อาหาร “Hawker Center สวนลุมพินี” ดันสตรีทฟู้ดไทยสู่มาตรฐานใหม่ Soft Opening แล้ววันนี้

กรุงเทพมหานคร เตรียม Soft Opening “Hawker Center สวนลุมพินี” ศูนย์อาหารริมทางเพื่อทุกคน ต้นแบบใหม่ของการยกระดับสตรีทฟู้ดไทยสู่มาตรฐานเมืองยุคใหม่ โดยกรุงเทพมหานครเป็นผู้ออกแบบและลงทุนโครงสร้างพื้นฐานอย่างครบวงจร ทั้งการจัดระเบียบพื้นที่ขายและโซนนั่งทาน ที่สะดวก สะอาด และวางระบบการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ พร้อมดึง LINE MAN Wongnai นำเทคโนโลยีร้านอาหารเข้ามาสนับสนุนอย่างเป็นระบบ ทดลองเปิดให้บริการแล้ววันนี้ Hawker Center สวนลุมพินี เป็นศูนย์อาหารที่รวบรวมร้านอาหารข้างทางกว่า 100 ร้านในรูปแบบที่มีการบริหารจัดการ และหมุนเวียนร้านค้าตามช่วงเวลา เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการร้านอาหารข้างทางขนาดเล็กในพื้นที่เขตปทุมวันได้เข้าถึงพื้นที่ศักยภาพในราคาค่าเช่าที่เข้าถึงได้ รวมทั้งช่วยบรรเทาค่าครองชีพของคนในย่านด้วยอาหารราคาย่อมเยา พร้อมยกระดับมาตรฐานด้านความสะอาด ความปลอดภัย และการให้บริการ โดยยังคงเสน่ห์ของสตรีทฟู้ดไทยไว้ สอดคล้องกับแนวทางของกรุงเทพมหานครในการยกระดับมาตรฐานสตรีทฟู้ดให้เป็นระบบ ควบคู่กับการดูแลสุขอนามัย เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงอาหารที่สะอาด ปลอดภัย และอยู่ในพื้นที่ที่เหมาะสม คุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า “สตรีทฟู้ดเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์สำคัญของกรุงเทพฯ แต่การยกระดับให้สอดรับกับเมืองยุคใหม่ จำเป็นต้องเริ่มจาก ‘โครงสร้างพื้นฐานและการออกแบบ’ โครงการ Hawker Center จึงถูกพัฒนาขึ้นในฐานะพื้นที่ต้นแบบที่ลงทุนทั้งระบบสาธารณูปโภค สุขอนามัย และการจัดการอย่างเป็นระบบ มีการจัดระเบียบพื้นที่ขายให้เป็นสัดส่วน แยกโซนตามประเภทสินค้า และโซนนั่งรับประทานอย่างชัดเจน เพื่อให้เกิดความสะอาด ปลอดภัย และรองรับการใช้งานของคนจำนวนมากในพื้นที่เดียวกัน โดยเฉพาะบริเวณสวนลุมพินีที่มีผู้ใช้งานหลากหลายตลอดวัน ตั้งแต่นักวิ่ง คนเต้นแอโรบิก ไปจนถึงบุคลากรทางการแพทย์และพนักงานออฟฟิศ ขณะเดียวกัน ภาคเอกชนอย่าง LINE MAN Wongnai ยังเข้ามาเสริมด้วยเทคโนโลยีร้านอาหาร ช่วยให้ผู้ประกอบการสตรีทฟู้ดรายย่อยสามารถค้าขายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้ Hawker Center ไม่ใช่แค่พื้นที่ขายอาหาร แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของเศรษฐกิจเมือง ที่ผสานอัตลักษณ์ดั้งเดิมเข้ากับมาตรฐานที่ดีขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม” ด้านคุณวีระพงศ์ โก กรรมการผู้จัดการ On-Demand Services, LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “LINE MAN Wongnai อยู่กับวงการร้านอาหารไทยมากว่า 16 ปี เราเห็นว่าร้านริมทางรายย่อยมีศักยภาพ แต่ขาดทั้งเครื่องมือและพื้นที่ที่เหมาะสม ศูนย์อาหาร Hawker Center ของกรุงเทพมหานคร จึงเป็นโอกาสที่เราจะได้สนับสนุน LINE Pay QR BOX ร้านค้าจะได้ยินเสียงแจ้งเตือนทันทีที่มีเงินเข้า รู้ยอดทันที ไม่ต้องกังวลเรื่องความผิดพลาดหรือสลิปปลอม ขณะเดียวกันลูกค้าก็จ่ายง่ายและมั่นใจ พร้อมสนับสนุนอุปกรณ์จำเป็นให้แก่ผู้ค้า เช่น จาน ช้อนส้อม ถังขยะ จุดล้างมือ จุดล้างจาน การตกแต่งร้าน และจุดพักคอยไรเดอร์ เพื่อให้พื้นที่สะอาด เป็นระบบ และรองรับการใช้งานจริง ช่วยให้ร้านเล็ก ๆ หลุดจากข้อจำกัดเดิม ยกระดับมาตรฐานและเติบโตได้มากขึ้น จาก ‘ของดีข้างทาง’ พัฒนาไปสู่ระบบเศรษฐกิจอาหารเมืองที่แข็งแรง มีมาตรฐาน และขยายโอกาสได้ไกลกว่าวันนี้ โดย LINE MAN Wongnai ได้ร่วมมือกับกรุงเทพมหานครในการสร้างพื้นที่สาธารณะที่ดีอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับเป้าหมายที่อยากให้คนไทยมีชีวิตที่ดีขึ้นในทุกมิติ”  Hawker Center สวนลุมพินี ศูนย์อาหารริมทางเพื่อทุกคน ตั้งอยู่ริมถนนราชดำริ ติดกับสวนลุมพินี ประตู 5  (BTS  ศาลาแดง ทางออก 6 และ MRT สวนลุมพินี ทางออก 1) รวบรวมร้านเด็ดข้างทางที่ชาวสวนลุมฯ รู้จักกันดี ไม่ว่าจะเป็น ร้านเกาเหลาเลือดหมูสวนลุมประตูแปด, น้ำเต้าหู้ สวนลุมพินี, ข้าวขาหมูโกล้าน, เตี๋ยวไก่ยกซด, ต้อมกล้วยทอด และอีกมากมาย ที่จะหมุนเวียนร้านค้าตามช่วงเวลา ทั้งรอบเช้า (05.00-16.00 น.) และรอบเย็น (16.00-24.00 น.) โดยศูนย์อาหารถูกออกแบบภายใต้แนวคิดผสมผสานระหว่างการรักษาอัตลักษณ์สตรีทฟู้ดของกรุงเทพฯ กับมาตรฐานสากล ตัวอาคารคำนึงบริบทสิ่งแวดล้อมรอบพื้นที่ เช่น การเคลื่อนย้ายต้นไม้ใหญ่ไปปลูกชั่วคราวและนำกลับคืนหลังการก่อสร้าง การใช้ระบบระบายอากาศธรรมชาติ ลดการใช้เครื่องปรับอากาศ และวัสดุหลังคาที่ลดแสงสะท้อนรบกวนโรงพยาบาลใกล้เคียง นอกจากนี้ ในการใช้งานได้มีการจัดสรรพื้นที่ร้านค้าแบบเป็นระเบียบ ขนาด 2×2 เมตรต่อร้าน รองรับผู้ค้ากว่า 100 ราย พร้อมออกแบบโซนนั่งรับประทานอาหาร ทางเดิน ระบบการสัญจรให้คล่องตัว พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับระบบสนับสนุนด้านสุขอนามัยอย่างครบถ้วน โดยจัดให้มีโซนล้างภาชนะและทำความสะอาดสำหรับร้านค้า จุดทิ้งขยะแยกประเภทที่ได้มาตรฐาน บ่อดักไขมัน และจุดล้างมือสำหรับผู้มาใช้บริการ ซึ่งช่วยยกระดับทั้งความสะอาด ความปลอดภัย และภาพลักษณ์เมือง ทำให้ Hawker Center เป็นทั้งศูนย์อาหารและพื้นที่สาธารณะที่สะท้อนความทันสมัย ใส่ใจสิ่งแวดล้อม และยกระดับคุณภาพชีวิตผู้คนอย่างยั่งยืน โครงการ Hawker Center สวนลุมพินี ทดลองเปิดให้บริการแบบ Soft Opening ในวันศุกร์ที่ 10 เมษายน 2569 โดยได้รับเกียรติจาก คุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมทีมงาน ร่วมด้วย คุณวีระพงศ์ โก กรรมการผู้จัดการ On-Demand Services, LINE MAN Wongnai และทีมงาน ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมชมโครงการ ซึ่งนับเป็นอีกก้าวสำคัญของความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการยกระดับสตรีทฟู้ดไทยสู่มาตรฐานเมืองอย่างเป็นรูปธรรม ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ  ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: pr@lmwn.com

LINE MAN Wongnai

10 Apr 2026

LINE MAN จับตาเทรนด์ “ชาไทย Specialty” ร้านเปิดใหม่โต 205% ใน 3 ปีก้าวสู่สนามเครื่องดื่ม Specialty เต็มตัว

LINE MAN เปิดเทรนด์ “ชาไทย Specialty” มาแรงในรอบ 3 ปีหลัง มีร้านเปิดใหม่เพิ่มขึ้น 205% ฝั่งผู้บริโภคแห่ดื่มชาไทยคุณภาพที่สามารถเลือก กลิ่น-รส แหล่งที่ปลูกได้ ยอดสั่งเติบโต 81% ทะลุ 4 แสนแก้วในปี 2024 แนวโน้มการเติบโตของชาไทย Specialty มีจุดเริ่มต้นในปี 2022 ที่อุตสาหกรรมชาขยายตัวในเชิงโครงสร้าง ทั้งด้านคุณภาพของใบชา ความหลากหลายของแหล่งปลูก และกำลังการผลิต ทำให้ประเทศไทยก้าวขึ้นมาเป็นตลาดค้าชาใหญ่เป็นอันดับ 7 ของโลก* ชาไทยเป็นที่ต้องการสูงจากทั้งในไทยและทั่วโลก พันธุ์ชาที่นิยมปลูกในไทยได้แก่ ชาจีน (Chinese Tea) และชาอัสสัม (Assam Tea) ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญของชาไทยสีส้มที่พวกเราคุ้นเคย แล้วถูกพัฒนามาเป็นเมนู “ชาไทย Specialty” ที่สามารถเลือกรสชาติและกลิ่นหอมได้ เหมือนกับเมนูกาแฟ Specialty คุณแพร-มิญชยา บูรณะเศรษฐกุล เจ้าของร้าน KHIRI Thai Tea หนึ่งในร้านชาไทย Specialty ที่มียอดออร์เดอร์สูงสุดบน LINE MAN เล่าว่าชาไทยอยู่คู่คนไทยมานาน แต่ด้วยเทรนด์ผู้บริโภคชาวไทยในช่วงหลังที่หันมาบริโภคเครื่องดื่ม Specialty จากตลาดกาแฟ Specialty ทำให้เกิดตลาดชาไทย “Specialty” ขึ้นตามมา รูปแบบของชาไทย Specialty เชื่อมโยงทุกกระบวนการพัฒนาชาตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ใช้ใบชาจากเกษตรกรไทย พัฒนาโดยคนไทย และถ่ายทอดเป็นเมนูที่สะท้อนรสชาติแท้ของชาไทย ปัจจุบัน ร้านชาไทยทั่วประเทศเริ่มคัดสรรใบชาคุณภาพจากแหล่งปลูกหลากหลายทั่วไทย ซึ่งมี Taste Notes เป็นเอกลักษณ์ในแต่ละพื้นที่ เช่น ชาเชียงรายให้กลิ่นอายดอกไม้และเบอร์รี่ ชาแม่ฮ่องสอนมีโน้ตของส้มและเนยสด ชาปัตตานีมีกลิ่นหอมของเนยถั่วและลูกสน นอกจากนี้ กระแส “ชาไทยลิซ่า” เมนู Thai up the World by Lisa ที่สร้างสรรค์โดย “ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล” ร่วมกับ Erewhon ซูเปอร์มาร์เก็ตหรูในอเมริกา ผู้บริโภคกระแสหลักจึงสนใจเมนูชาไทยพรีเมียมมากขึ้น ส่งผลให้ร้านดังอย่าง KHIRI Thai Tea, Unicorn Signature, C PROM และร้านเครื่องดื่มทั่วประเทศเพิ่มเมนู “ชาไทยลิซ่า” ตามมา เดลิเวอรีหนุนตลาดชาไทย Specialty โตแรงทั่วประเทศจากฐานข้อมูลของ LINE MAN พบแนวโน้มการเติบโตที่สำคัญของเมนูชาไทย Specialty อย่างชัดเจน ในระหว่างปี 2022-2024 ดังนี้ กราฟแสดงการเติบโตของยอดสั่งชาไทย Specialty บน LINE MAN ระหว่าง ปี 2020-2024 คุณแพร กล่าวเสริมว่า ถ้าเราสามารถถ่ายทอดเรื่องราวของชาไทยได้ดี และมีปัจจัยสนับสนุน เช่น การพัฒนาเมนูใหม่ การขยายตลาดไปยังกลุ่มลูกค้ากว้างขึ้น หรือการผลักดันจากแบรนด์ใหญ่ โอกาสที่ชาไทย Specialty จะแมสใกล้เคียงกับกาแฟ Specialty อาจเกิดได้เร็วขึ้นทั้งในไทยและระดับโลก ในภาพใหญ่ของตลาดเครื่องดื่ม Specialty ทั้งหมด กาแฟ Specialty ยังเป็นผู้นำตลาดในแง่จำนวน ส่วนตลาดชาไทย Specialty กำลังเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว หากเทียบอัตราการเติบโตในช่วง 3 ปีล่าสุด (2022-2024) จากฐานข้อมูล LINE MAN พบว่า ยอดสั่งชาไทย Specialty โตขึ้นกว่า 3.3 เท่า เทียบกับกาแฟ Specialty ที่เติบโต 2.7 เท่าในช่วงเวลาเดียวกัน ร่วมสนับสนุนชาไทยไปตลาดโลก ผ่านการสั่งเมนูชาไทย Specialty จากร้านชา Specialty กว่า 500 ร้านบน LINE MAN *อ้างอิงข้อมูลจากสถิติการประเมินยอดขายชาโดยสถาบันชาและกาแฟแห่งมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง 7 ก.ค. 2023**ข้อมูลเปรียบเทียบช่วงเวลาเดียวระหว่างวันที่ 1 มกราคม – 31 ธันวาคม ของปี 2022 และ ปี 2024 ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ  ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: pr@lmwn.com

LINE MAN Wongnai

25 Feb 2025

LINE MAN ร่วม Ari Football เสิร์ฟแคมเปญ “เชียร์เกมระดับโลกให้สุด LINE MAN คุ้มทุกแมตช์” อัดโปรสุดคุ้มตลอดทัวร์นาเมนต์

LINE MAN ผู้นำแพลตฟอร์มออนดีมานด์อันดับ 1 ของไทย จับมือ Ari Football ผู้นำด้านฟุตบอลเต็มรูปแบบที่ดีที่สุดและครบที่สุดในเมืองไทย เปิดตัวแคมเปญ “เชียร์เกมระดับโลกให้สุด LINE MAN คุ้มทุกแมตช์” ต้อนรับมหกรรมฟุตบอลระดับโลก พร้อมยกระดับประสบการณ์เชียร์ฟุตบอลให้สนุกยิ่งขึ้น ด้วยกิจกรรมและโปรโมชันสุดพิเศษตลอดฤดูกาลการแข่งขัน ไฮไลท์สำคัญของความร่วมมือในครั้งนี้ คือ การเปิดตัวแจ็กเก็ตคอลเลกชันพิเศษ LINE MAN x Ari Football ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสีสันและบรรยากาศของมหกรรมฟุตบอลระดับโลก ถ่ายทอดผ่านดีไซน์ที่ผสานความเป็นสปอร์ตและสตรีทแวร์เข้าด้วยกัน พร้อมคำนึงถึงการใช้งานจริงและความปลอดภัยของไรเดอร์สะท้อนตัวตนของทั้งสองแบรนด์ที่เชื่อมโยงผู้คนผ่านความหลงใหลในกีฬาและการใช้ชีวิตในเมือง สำหรับแจ็กเก็ตคอลเลกชันพิเศษนี้มอบให้แก่กลุ่ม Top Performer ของ LINE MAN Rider ที่มีความสม่ำเสมอในการรับงาน และการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการยกย่องและสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ไรเดอร์ซึ่งเป็นกำลังสำคัญของแพลตฟอร์ม ปล่อยคาราวานไรเดอร์ 48 คัน Kick-off แคมเปญ สร้างสีสันรับมหกรรมฟุตบอลระดับโลก นอกจากนี้ เพื่อสร้างสีสันและ Kick-off แคมเปญอย่างเป็นทางการ LINE MAN ยังได้จัดขบวนคาราวาน LINE MAN Rider จำนวน 48 คัน เคลื่อนผ่านเส้นทางถนนสุขุมวิทสู่สยามสแควร์ ร่วมปลุกกระแสการเชียร์ฟุตบอลระดับโลกและสร้างการรับรู้สู่ผู้บริโภคในวงกว้าง  พร้อมจัดเต็มโปรโมชันสำหรับแฟนบอลตลอดช่วงการแข่งขัน ตั้งแต่วันที่ 11 มิถุนายน – 19 กรกฎาคม 2569 ได้แก่ แคมเปญ “เชียร์เกมระดับโลกให้สุด LINE MAN คุ้มทุกแมตช์” สะท้อนความตั้งใจของ LINE MAN และ Ari Football ในการเชื่อมโยงความหลงใหลในกีฬาฟุตบอลเข้ากับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคไทย พร้อมส่งมอบประสบการณ์ที่สนุก สะดวก และคุ้มค่าให้แฟนบอลได้ร่วมเชียร์ทุกแมตช์สำคัญตลอดการแข่งขัน ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ  ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: pr@lmwn.com

LINE MAN Wongnai

10 Jun 2026