LINE Pay ร่วมมือกับ ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี ยกระดับ Merchant Solutions หนุนผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหารให้บริหารจัดการธุรกิจและรับชำระเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ด้วยโซลูชัน
ทางการเงินครบวงจร ที่เชื่อมต่อกับ Wongnai POS รองรับการชำระเงินครอบคลุมหลากหลายรูปแบบ
ทั้ง QR Code บัตรเครดิต บัตรเดบิต และ e-Wallet พร้อมช่วยลดต้นทุนค่าธรรมเนียม และเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจ

นางกนกพร จูฑา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวหน้าบริหารผลิตภัณฑ์ธุรกิจ ทีเอ็มบีธนชาต กล่าวว่า ทีทีบีพร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการร้านอาหารให้สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยโซลูชันทางการเงินที่ครบวงจร เพิ่มโอกาสให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน แม้เศรษฐกิจจะเผชิญ
ความผันผวน แต่ธุรกิจร้านอาหารยังคงมีการเติบโตได้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อยและเอสเอ็มอี ที่ได้รับแรงหนุนจากแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี ส่งผลให้สัดส่วนมูลค่าตลาดของกลุ่มนี้เพิ่มจาก 57% ในปี 2562 เป็น 62% ในปี 2567 และคาดว่ามูลค่าตลาดรวมของธุรกิจร้านอาหารในปี 2568 จะสูงถึงกว่า 610,000 ล้านบาท

ทีทีบีพร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหาร ผ่านการขยายความร่วมมือกับ
LINE Pay
เพื่อยกระดับประสบการณ์การรับชำระเงินของร้านค้าให้สะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ช่วยลดต้นทุนค่าธรรมเนียม และเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารจัดการธุรกิจ โดยทีทีบี
เริ่มความร่วมมือกับ LINE Pay ตั้งแต่ปี 2566 ด้วยการพัฒนาโซลูชันการรับชำระเงินผ่าน QR
บนแพลตฟอร์มLINEMANรองรับการชำระเงินจากทุกธนาคารผ่าน Mobile Banking ช่วยเพิ่มความคล่องตัว ลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพในการรับชำระเงิน

สำหรับการขยายความร่วมมือของทีทีบีและ LINE Pay ในครั้งนี้ เป็นการพัฒนาโซลูชันการรับชำระเงินแบบครบวงจร บนระบบ Wongnai POS เพื่อยกระดับเครื่องมือการจัดการธุรกิจร้านอาหารให้พร้อมรองรับการชำระเงินทุกรูปแบบทั้ง QR Code  บัตรเครดิต บัตรเดบิต และ e-Wallet ช่วยให้การบริหารจัดการธุรกิจเป็นไปอย่างราบรื่น มีประสิทธิภาพสนับสนุนให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง

นางสาว ณ หทัย ภูพิชญ์พงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ LINE Pay กล่าวว่า ปัจจุบันพฤติกรรมผู้บริโภคไทยปรับตัวสู่ยุคดิจิทัลอย่างรวดเร็ว พร้อมคาดหวังประสบการณ์การชำระเงินที่รวดเร็ว ปลอดภัย และไร้รอยต่อ LINE Pay จึงพัฒนาโซลูชันทางการเงินที่ใช้งานง่าย รองรับธุรกิจหลากหลายรูปแบบ ช่วยให้ร้านค้าบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมผลักดันการใช้งานระบบชำระเงินดิจิทัลให้แพร่หลายทั่วประเทศ

ความร่วมมือในครั้งนี้ไม่ใช่แค่การพัฒนาระบบชำระเงิน แต่คือการร่วมกันสร้าง อีโคซิสเต็มทางธุรกิจ
ที่ครบวงจร ยกระดับการจัดการร้านอาหารผ่าน Merchant Solutions และระบบบริหารร้านอาหารอันดับ 1 อย่าง Wongnai POS เราเชื่อว่านี่คือก้าวสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการไทยและเร่งการเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจไทยสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ

สำหรับร้านค้าที่สนใจใช้บริการ Wongnai POS  สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.wongnai.com/pos/

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ  
ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: pr@lmwn.com

News Release View More

สร้างสรรค์ต่อยอดชุมชน! ข้าวหอมกระเจาจากห้วยกระเจาปลูกด้วยใจคัดด้วยมือ

“ข้าวหอมกระเจา” ข้าวที่ปลูกด้วยใจคัดด้วยมือจากชาวบ้านห้วยกระเจา ชุมชนห้วยกระเจา ชุมชนใน ต.ดอนแสลบ อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ กลิ่นอายของธรรมชาติ และสถานที่ทางประวัติศาสตร์อันงดงาม แม้ชุมชนห้วยกระเจาจะเป็นชุมชนเล็ก ๆ แต่กลับมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย และผลผลิตที่เกิดจากฝีมือชาวบ้านที่หลายคนอาจยังไม่เคยรู้ อำเภอห้วยกระเจาเป็นอำเภอที่มีพื้นที่แห้งแล้ง คลองชลประทานเข้าไม่ถึง และมีปริมาณน้ำฝนน้อยจึงต้องเลือกปลูกพันธุ์ “ข้าวขาวดอกมะลิ 105” ที่มีคุณสมบัติทนต่อสภาพแล้ง ดินเปรี้ยว ดินเค็มได้ดีพอสมควร และด้วยพื้นที่นี้ไม่สามารถทำการเกษตรได้มากนัก จึงทำให้ธาตุอาหารในดินยังคงมีในปริมาณมาก และทำให้ข้าวขาวดอกมะลิ 105 ที่ได้มีรสชาติ และกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์หากินจากที่ไหนไม่ได้ ซึ่งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนหอมกระเจา จ.กาญจนบุรี ได้รับการสนับสนุนจาก “โครงการข้าวเพื่อสุขภาพโดยอินทัช” โดยบริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ อินทัช เพื่อช่วยเหลือชาวนาให้มีรายได้อย่างยั่งยืน และเพิ่มมูลค่าให้กับข้าวขาวดอกมะลิ 105 ภายใต้ชื่อแบรนด์ “ข้าวหอมกระเจา” ที่ปราศจากสารเคมีแบบ 100% และยังได้รับการรับรองมาตรฐาน GAP และอยู่ระหว่างการคัดสรรดาว OTOP แต่สิ่งที่เป็นโจทย์สำคัญ คือ เราจะทำอย่างไรให้คนทั่วไปรู้จักผลผลิตที่ปลูกด้วยใจและคัดด้วยมือของชาวบ้านโดยนำเสนอผ่านเอกลักษณ์ของท้องถิ่นทั้งวิถีชีวิตความเป็นอยู่ อาหารการกิน และสถานที่ท่องเที่ยวเพื่อนำไปสู่การสร้างงาน สร้างรายได้ที่ยั่งยืนสู่ชุมชนอย่างแท้จริง นี่จึงเป็นที่มาของความร่วมมือระหว่าง อินทัช และ Wongnai ซึ่งเป็นไลฟ์สไตล์แพลตฟอร์มที่เชื่อมต่อคนไทยเข้าสู่สิ่งดี ๆ ทั้งเรื่องอาหารและการท่องเที่ยว Wongnai เองทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการช่วยโปรโมทการท่องเที่ยวในชุมชนห้วยกระเจาผ่านแนวคิด “เที่ยว 3 ธรรม ตามวิถีห้วยกระเจา” เพื่อให้นักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ได้ลองสัมผัสกับวิถีชีวิต และความเป็นอยู่ของชาวห้วยกระเจาให้มากขึ้น และยังได้นำเอาข้าวหอมกระเจาซึ่งเป็นผลผลิตของชุมชน มานำเสนอเป็นบทความและวิดีโอสอนทำเมนูอาหารที่มีชื่อว่า “ข้าวอบสามสหาย” ที่เน้นวิธีการทำที่ไม่ยุ่งยาก และกินได้ไม่มีเบื่อ ซึ่งสิ่งนี้เองเป็นเหมือนใบเบิกทางให้กับผลผลิตจากชุมชนเล็ก ๆ เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น ด้วยความตั้งใจดี ๆ ในการสร้างความยั่งยืนสู่ชาวบ้านกลุ่มวิสาหกิจชุมชนหอมกระเจา เรานำผลผลิต “ข้าวหอมกระเจา” มาต่อยอดให้ถูกตาด้วยสีสัน และต้องลิ้นด้วยรสชาติมากขึ้นด้วยการรังสรรค์เมนูสุดพิเศษในเมนู “ข้าวปั้นหมูทอดสามสี” ที่ทำโดยเชฟที่มีฝีมือ ซึ่งความพิเศษของเมนูนี้คือ การนำเอาข้าวที่ปลูกโดยชาวบ้านห้วยกระเจา ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว นำมาปั้นให้เป็นรูปทรงสามเหลี่ยม และมีสีสันที่หลากหลาย กินคู่กับหมูทอดที่ผ่านการหมักมาอย่างดี ราดด้วยซอสน้ำจิ้มแจ่ว หรือซอสน้ำจิ้มแจ่วปลาร้า ที่ทำให้เมนูนี้รสชาติดีมากยิ่งขึ้น และได้นำเมนูนี้มานำเสนอให้กับชาวกรุงฯ ที่งานเทศกาลอาหารที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย โดยรายได้ทั้งหมดแบบไม่หักค่าใช้จ่าย จะนำไปช่วยเหลือชาวบ้านในเรื่องของวัสดุอุปกรณ์ในการต่อเติมอาคาร และวัสดุอุปกรณ์ในการผลิตสินค้า เพื่อให้ชาวชุมชนห้วยกระเจาได้นำไปใช้ประโยชน์ให้ได้มากที่สุด นอกจากข้าวหอมกระเจาแล้ว ชาวบ้านบ้านกลุ่มวิสาหกิจชุมชนหอมกระเจา ยังมีผลผลิตที่น่าสนใจอื่น ๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น น้ำส้มสายชูหมักจากข้าวหอมมะลิ และเครื่องดื่มน้ำเมล่อนผสมน้ำส้มสายชูหมักจากข้าวหอมมะลิ ที่เต็มไปด้วยคุณประโยชน์ ซึ่งเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นว่า นี่คือไอเดียที่เป็นตัวอย่างที่ดีที่ช่วยจุดประกายให้กับชุมชนทั่วประเทศไทยได้นำไปปรับใช้ในการหยิบผลผลิตท้องถิ่นปรุงรสด้วยความคิดสร้างสรรค์ลงไปเพิ่มเติมเพื่อต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่ม สร้างการรับรู้ในวงกว้างเพื่อสร้างความยั่งยืนระยะยาวให้กับชุมชนได้ WongnaiWeGive

LINE MAN Wongnai

3 Mar 2020

LINE MAN Wongnai คว้ารางวัล LinkedIn Talent Awards สาขา Best Talent Acquisition Team เผยอินไซต์การจ้างงาน Gen Z–Senior จากผู้สมัครกว่า 41,000 คน

LINE MAN Wongnai คว้ารางวัล LinkedIn Talent Awards สาขา AI Pioneer: Best Talent Acquisition Team (ประเภทองค์กรที่มีพนักงาน 1,000 – 5,000 คน) ตอกย้ำความแข็งแกร่งในการดึงดูดและคัดเลือกคนคุณภาพท่ามกลางการแข่งขันสูงในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี การได้รับรางวัลในครั้งนี้สะท้อนถึงกลยุทธ์การสรรหาบุคลากรที่เข้มข้นของ LINE MAN Wongnai โดยในปี 2025 บริษัทได้รับความสนใจจากผู้สมัครกว่า 41,000 คนจากทั้งในและต่างประเทศ และยังคงรักษามาตรฐานการคัดเลือกอย่างรอบคอบเพื่อเฟ้นหาคนที่เหมาะสมกับองค์กรในระยะยาว ขณะเดียวกัน บริษัทยังเดินหน้าลงทุนด้านบุคลากรสายเทคโนโลยีอย่างจริงจัง โดยมีสัดส่วนการจ้างงานในสายนี้อยู่ที่ประมาณ 40% ของทั้งหมด ซึ่งถือว่าสูงเมื่อเทียบกับบริษัทในอุตสาหกรรมเดียวกัน ในด้านโครงสร้างทีม LINE MAN Wongnai ปรับสู่ความสมดุลมากขึ้น โดยในปี 2025 พนักงาน Gen Z คิดเป็นสัดส่วนราว 55% ของพนักงานใหม่ ขณะที่พนักงาน Gen Y อยู่ที่ประมาณ 44% สะท้อนแนวทางการสร้างทีมที่ผสมผสานทั้งความคล่องตัวของคนรุ่นใหม่และความเชี่ยวชาญจากคนทำงานที่มีประสบการณ์ เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว คุณอานนทวงศ์ มฤคพิทักษ์ รองประธานอาวุโสฝ่ายบุคคลและสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai เปิดเผยว่า “การเติบโตของ LINE MAN Wongnai ในช่วงที่ผ่านมา มาจากการสร้างทีมที่พร้อมรับมือความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว เราให้ความสำคัญกับการสรรหาคนที่มีทั้งศักยภาพด้านเทคโนโลยี มีทักษะในการทำงานร่วมกับ AI และความเข้าใจธุรกิจ โดยเฉพาะในช่วงที่บริษัทมีการขยายตัวผ่านการซื้อกิจการและการเปิดธุรกิจใหม่ ทีม Talent Acquisition ต้องทำงานเชิงกลยุทธ์มากขึ้นเพื่อคัดคนที่เป็นตัวจริง การที่เรามีขั้นตอนรับคนที่เข้มข้นจากผู้สมัครหลายหมื่น ก็เพื่อให้ได้คนที่ ‘ใช่’ จริงๆ ไม่ใช่แค่ ‘เก่ง’ โดยพิจารณาทักษะที่ใช้ได้จริงมากกว่าสาขาที่เรียนจบมา ผู้สมัครต้องมีศักยภาพในการเติบโต มีลักษณะนิสัยที่กลมกลืนกับวัฒนธรรมองค์กร และมีทัศนคติที่ดีจนใครๆ ก็อยากร่วมงานด้วย ทั้งหมดนี้เพื่อรักษามาตรฐานองค์กรให้แข็งแกร่ง พร้อมสร้างนวัตกรรมเพื่อคนไทยต่อไป” รางวัล LinkedIn Talent Awards จัดขึ้นโดย LinkedIn แพลตฟอร์มเครือข่ายสังคมสำหรับคนทำงานมืออาชีพที่ใหญ่ที่สุดในโลก สำหรับรางวัลสาขา AI Pioneer: Best Talent Acquisition Team (ประเภทองค์กรที่มีพนักงาน 1,000 – 5,000 คน) เป็นรางวัลที่มอบให้แก่องค์กรที่มีความโดดเด่นในการนำเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยในกระบวนการสรรหาคน โดย LINE MAN Wongnai ได้นำ AI เข้ามายกระดับกระบวนการสรรหาบุคลากรอย่างจริงจัง ทำให้สามารถรองรับจำนวนผู้สมัครที่เพิ่มขึ้นกว่า 20% ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมลดระยะเวลาการคัดกรองลงเกือบ 50% และช่วยลดเวลาทำงานเอกสารและขั้นตอนแบบดั้งเดิมในการสรรหาคนลงได้ราว 40% ส่งผลให้ทีมสามารถโฟกัสกับการคัดเลือกคนที่เหมาะสมได้ดียิ่งขึ้น และสร้างความโดดเด่นท่ามกลางการแข่งขันอันดุเดือดในการดึงตัวบุคลากรคุณภาพสูงในตลาดแรงงานปัจจุบัน  ก่อนหน้านี้ LINE MAN Wongnai ยังเคยได้รับรางวัล LinkedIn Talent Awards สาขา Best Employer Brand (ประเภทองค์กรที่มีพนักงานน้อยกว่า 1,000 คน) เมื่อปี 2023 โดยล่าสุดมียอดผู้ติดตามบน LinkedIn เติบโตขึ้นถึง 32% ในช่วงปีที่ผ่านมา (มกราคม 2025 – 2026)  ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ  ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: pr@lmwn.com

LINE MAN Wongnai

30 Apr 2026

CTO ของ LINE MAN Wongnai กางแผนดึง Tech Talent ลุยสร้างบริการ Made in Thailand ย้ำภาพบริษัทเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดในไทย 

LINE MAN Wongnai เดินหน้าขยายทีมเทคโนโลยีเต็มขั้นหลังประกาศระดมทุนซีรี่ส์บีดันมูลค่าบริษัททะลุ 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ เล็งเพิ่มจำนวนทีมงานเทคโนโลยีเป็น 450 คนภายในครึ่งปีแรกปี 66 เพื่อสร้างบริการ Made in Thailand ที่ส่งผลกระทบเชิงบวกในระดับประเทศ  คุณภัทราวุธ ซื่อสัตยาศิลป์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี LINE MAN Wongnai และหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง Wongnai ซึ่งเป็นกำลังสำคัญที่ผลักดันบริษัทกลายเป็นยูนิคอร์นได้สำเร็จ ได้เล่าแผนการลงทุนด้านเทคโนโลยีขั้นถัดไป ดังนี้  เบื้องหลังแพลตฟอร์มระดับชาติ คือทีมงานเทคโนโลยีระดับหัวกะทิกว่า 350 คน    LINE MAN Wongnai คือแพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้งานคนไทย 10 ล้านคนใช้งานทุกวัน และมีความถี่ในการใช้งานวันละหลายครั้ง ภายในอีโคซิสเต็มของ LINE MAN Wongnai ประกอบไปด้วย 3 ส่วน ได้แก่ ผู้ใช้งาน, ร้านค้า และไรเดอร์ จำเป็นต้องใช้ทีมเทคโนโลยีมากกว่า 350 คน พัฒนาและออกแบบผลิตภัณฑ์ที่แต่ละส่วนมีรูปแบบการใช้งานแตกต่างกันมาก แต่มีเป้าหมายเดียวกันคือต้องให้คนไทยทุกคนใช้งานได้ง่าย โครงสร้างทีมเทคโนโลยีแบ่งเป็น 3 ทีมใหญ่ๆ ได้แก่ ทีม Engineering, ทีม Product และทีม Data ทำงานสอดประสานกันเพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานที่ง่ายและทำให้ชีวิตคนไทยดีขึ้นทั้ง 1) ผู้ใช้มีชีวิตที่สะดวกสบายยิ่งขึ้นผ่านบริการออนดีมานด์ 2) ร้านค้าพันธมิตรสามารถสร้างยอดขายออนไลน์และสร้างความเติบโตให้ธุรกิจได้ดี และ 3) ไรเดอร์สามารถสร้างอาชีพและรายได้บนแพลตฟอร์มอย่างยั่งยืน เข้าถึง-เข้าใจ-รวดเร็ว จุดแข็งของบริษัทเทคโนโลยีที่มี HQ และทีมงานในไทย “ทีมงานเทคโนโลยีที่ LINE MAN Wongnai กว่า 90% เป็นคนไทย การมีทีมวิศวกรไทยที่นั่งทำงานอยู่ที่สำนักงานใหญ่ (Headquarter) ในประเทศไทย ทำให้ปรับตัวกับทุกสถานการณ์ได้รวดเร็ว รู้ลึกรู้จริงในความต้องการของคนไทย ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมากในการพัฒนาเทคโนโลยีสู่ผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์คนไทยได้อย่างแท้จริง ทุกคนทำงานโดยยึดหลัก Core Values ขององค์กร คือ Innovate Faster สร้างนวัตกรรมและทำให้เร็ว Go Deeper ทำงานลงลึกใกล้ชิดผู้ใช้งาน Respect Everyone ทำงานโดยเคารพทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน”  หนึ่งในตัวอย่างที่น่าสนใจของการทำงานของทีมเทคโนโลยีที่สะท้อน Core Values ได้อย่างครบถ้วน คือ การเชื่อมระบบโครงการ ‘คนละครึ่ง’ เข้ากับบริการส่งอาหารของ LINE MAN ที่สามารถพัฒนาให้สำเร็จอย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาเพียง 6 สัปดาห์ และได้เสียงตอบรับจากร้านอาหารว่าใช้งานง่าย ส่งผลให้มีจำนวนร้านอาหารเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งในเฟส 3 กับ LINE MAN มากถึง 75% จากร้านคนละครึ่งที่ลงทะเบียนขายเดลิเวอรีทั้งหมด นอกจากนี้ LINE MAN Wongnai เริ่มเปิดออฟฟิศสำหรับทีมเทคโนโลยีที่จังหวัดเชียงใหม่ ตอนนี้มีพนักงานราว 20 คนที่ทำงานร่วมกับทีมงานที่กรุงเทพฯ และสร้างบริการที่มีคนใช้ทั้งประเทศ โดยพนักงานทุกคนไม่ว่าจะอยู่ที่จังหวัดใดก็ได้รับผลตอบแทนและสวัสดิการเท่าเทียมกัน “แม้ว่าเราเป็นแพลตฟอร์มระดับประเทศ แต่เป้าหมายของเราคือการสร้างเทคโนโลยีที่มีมาตรฐานระดับโลก ดังนั้นเราจึงเริ่มดึงชาวต่างชาติมีประสบการณ์การทำงานกับแพลตฟอร์มระดับโลกมาร่วมทีม ไม่ว่าจะเป็น สิงคโปร์ จีน หรืออินเดีย  เพื่อนำ Know-how มาปรับใช้และพร้อมสำหรับสเกลอัพในอนาคต โดยทีมงานชาวต่างชาติสามารถทำงานจากที่ไหนก็ได้ มีทั้งเลือกอยู่ที่ประเทศเดิมและย้ายมาทำงานในไทย” คุณภัทราวุธ กล่าวเสริม  ปี 66 ขยายทีมเทคเพิ่มขึ้นเป็น 450 คน ด้วยงานที่ท้าทายเทียบชั้นแพลตฟอร์มระดับโลก คุณภัทราวุธยังเล่าว่า หลังการระดมทุนซีรี่ส์บีในปี 65 ตั้งเป้าขยายทีมงานเทคโนโลยีเป็น 450 คนภายในครึ่งปีแรกของปี 66 และเพิ่มสัดส่วนพนักงานระดับอาวุโส (Senior) อีกจำนวนมากทั้งคนไทยและต่างชาติ เพื่อรองรับการเติบโตของแพลตฟอร์มที่จะขยายพื้นที่บริการฟู้ดเดลิเวอรีให้ลึกยิ่งขึ้น รวมถึงพัฒนาบริการใหม่ๆ อีกมากมายในรูปแบบ E-commerce Platform for Services โดยมีกลยุทธ์ดึงดูด-รักษา-พัฒนาทีมงานเทค ตั้งแต่กระบวนการค้นหาคนที่ใช่อย่างเข้มข้น เปิดพื้นที่แบ่งปันความรู้และประสบการณ์ระหว่างทีมงาน สร้างบรรยากาศการทำงานที่ท้าทาย ให้ผลตอบแทนที่สมเหตุสมผล มีสวัสดิการที่สนับสนุนการใช้ชีวิตหลากหลาย และเข้าไปมีส่วนร่วมผลักดัน Developer Community ในประเทศไทย ด้วยการสนับสนุนทั้งองค์ความรู้และประสบการณ์เพื่อพัฒนาชุมชนนักพัฒนาในไทยให้เติบโตไปพร้อมกัน “ตลอด 12 ปีที่ผ่านมา เรามุ่งมั่นสร้างบริษัทเทคโนโลยีที่เป็นแรงบันดาลใจให้คนไทย เพื่อดึงดูดบุคลากรด้านเทคโนโลยีชาวไทยที่ทำงานอยู่ทั่วโลก ให้สามารถกลับมาพัฒนาแพลตฟอร์มไทยที่มีเพื่อน ครอบครัว และคนรอบตัวใช้งานจริงๆ ในทุกวัน รับรองว่าบรรยากาศการทำงานที่ LINE MAN Wongnai เต็มไปด้วยงานที่ท้าทาย และสามารถสร้างประสบการณ์การทำงานในระดับเดียวกับแพลตฟอร์มระดับโลก” คุณภัทราวุธ ปิดท้าย 

LINE MAN Wongnai

8 Nov 2022

LINE MAN ร่วมกับ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดคอร์สซ่อมบำรุงจักรยานยนต์

LINE MAN และ กรมพัฒนาฝีมือแรงงานจับมือเดินหน้าปั้นโครงการพัฒนาทักษะอาชีพให้ไรเดอร์ต่อเนื่อง LINE MAN ร่วมกับ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดโครงการ “ไลน์แมน เสริมทักษะซ่อมบำรุงจักรยานยนต์” โครงการนำร่องเพื่อพัฒนาและต่อยอดทักษะของไรเดอร์ทั่วประเทศให้สามารถสร้างโอกาสทางอาชีพตามความสนใจ ด้วยหลักสูตรซ่อมบำรุงจักรยานยนต์และการขับขี่อย่างปลอดภัย โดยผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ซึ่งให้ไรเดอร์ได้เข้าเรียนโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย โดย LINE MAN และกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ได้จับมือเตรียมปั้นโครงการพัฒนาทักษะอาชีพให้ไรเดอร์ในอนาคต เดินหน้าตามนโยบายของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานในการสร้างความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจฐานราก โดยมีจุดมุ่งหมายในการพัฒนาทักษะให้ไรเดอร์สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และสร้างโอกาสทางอาชีพเพิ่มเติม นอกจากนี้ LINE MAN ยังเตรียมขยายความร่วมมือกับสถาบันเชี่ยวชาญด้านต่างๆ ในการสร้างสรรค์คอร์สอบรมที่เป็นประโยชน์แก่ไรเดอร์อย่างต่อเนื่อง ในงานเปิดตัวโครงการได้รับเกียรติจากนายอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ รองประธานฝ่ายนโยบายสาธารณะและรัฐกิจสัมพันธ์ LINE MAN Wongnai, นายสรรชัย ชอบพิมาย ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาผู้ฝึกและเทคโนโลยีการฝึก กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ผู้แทนอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ,นายวีระพงษ์ วงษ์ชาดี นักวิชาการพัฒนาฝีมือเเรงงานชำนาญการพิเศษ สังกัดสำนักพัฒนาผู้ฝึกและเทคโนโลยีการฝึก และนายเกียรติศักดิ์ นาถชัชวาล ครูฝึกฝีมือแรงงาน สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 1 สมุทรปราการ ร่วมเปิดงาน พร้อมกับไรเดอร์ที่มาร่วมอบรมทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ณ The Phyll Connect เมื่อเร็วๆ นี้

LINE MAN Wongnai

20 Jul 2022