LINE MAN แอปเบอร์ 1 ไทยช่วยไทย พลัส  (60/40) ที่ร้านอาหารเลือกเข้าร่วมมากที่สุดกว่า 50,000 ร้าน ชวนนายกฯ ชักชาไทยโชว์เปิดฤกษ์สั่งเดลิเวอรีไทยช่วยไทย พลัสวันแรก พร้อมอุดหนุนส่วนลดเพิ่มเติมสูงสุด 5,000 บาทตลอดโครงการ ระหว่างวันที่ 15 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569 

เมื่อวันจันทร์ที่ 15 มิถุนายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล LINE MAN Wongnai นำโดย ยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สรุปความสำเร็จโครงการคนละครึ่ง พลัส ในปีที่ผ่านมา โดยมีอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ ดร. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมคณะ เยี่ยมชมบูธ LINE MAN ซึ่งมีร้านอาหารที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง พลัส เลือกขายบน LINE MAN มากกว่า 65% ของร้านค้าทั้งหมด ขณะที่มูลค่าการใช้จ่ายผ่าน LINE MAN คิดเป็นสัดส่วนกว่า 63% ของยอดใช้จ่ายรวมผ่านฟู้ดเดลิเวอรี และมียอดสั่งซื้อสะสมรวมกว่า 12 ล้านออเดอร์ตลอดโครงการคนละครึ่ง พลัสเมื่อปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ LINE MAN ยังนำผู้ประกอบการร้านอาหารที่ได้รับประโยชน์จากโครงการมาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์การเติบโตของธุรกิจ พร้อมชวนนายกฯ ชักชาไทยโชว์กลางทำเนียบ เปิดฤกษ์สั่งเดลิเวอรีไทยช่วยไทย พลัสวันแรก 

ยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “LINE MAN ยังคงเป็นแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีที่มีร้านค้าเข้าร่วมโครงการภาครัฐมากที่สุดในประเทศ และสามารถรักษาอันดับ 1 ได้อย่างต่อเนื่องตั้งแต่โครงการคนละครึ่ง คนละครึ่งพลัส จนถึงโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ที่มีร้านค้าลงทะเบียนเข้าร่วมผ่าน LINE MAN แล้วกว่า 46,533 ร้านค้า จำนวน 46,566 สาขาภายใน 2 วันแรกที่เปิดให้ลงทะเบียน (ข้อมูลตั้งแต่เริ่มเปิดลงทะเบียน วันที่ 10 มิ.ย. ถึงข้อมูลล่าสุด 11 มิ.ย. เวลา 13.00 น.) สะท้อนความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการรายย่อยทั่วประเทศ

สำหรับโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ในครั้งนี้ LINE MAN คาดว่าจะช่วยสร้างยอดออเดอร์รวมตลอดโครงการเติบโตขึ้น 2 เท่าจากออเดอร์รวมของโครงการคนละครึ่ง พลัสช่วงปลายปี 2568 โดยข้อมูลจากโครงการคนละครึ่ง พลัสในปีที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่าร้านค้าที่เข้าร่วมมียอดขายเดลิเวอรีเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 5 เท่าในช่วงโครงการ และยังมียอดขายเติบโตขึ้นต่อเนื่องถึง 2 เท่า แม้โครงการจะสิ้นสุดไปแล้ว สะท้อนว่าโครงการภาครัฐร่วมกับแพลตฟอร์มดิจิทัลสามารถสร้างผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจได้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว รวมถึงกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจสู่ภูมิภาค โดย 5 จังหวัดที่มีร้านค้าที่ยอดขายเดลิเวอรีเติบโตสูงสุดช่วงโครงการคนละครึ่ง พลัส ได้แก่ จันทบุรี หนองบัวลำภู อุตรดิตถ์ อุดรธานี และเชียงราย ตามลำดับ โดยจันทบุรีเติบโตสูงถึง 9 เท่า ในขณะที่กรุงเทพฯ เติบโตเฉลี่ยที่ 4 เท่า นอกจากนี้ ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ Upskill & Reskill ทักษะดิจิทัลมียอดขายเติบโตเฉลี่ย 6.3 เท่า ซึ่งทำให้เห็นว่าทักษะและเครื่องมือดิจิทัลสามารถช่วยให้ผู้ประกอบการบริหารธุรกิจได้แม่นยำขึ้น ลดต้นทุน เพิ่มรายได้ และเข้าถึงโอกาสใหม่ได้จริง” 

ชาไทย เป็นเมนูที่มียอดสั่งสูงที่สุดบน LINE MAN ในโครงการคนละครึ่ง พลัสที่ผ่านมา งานนี้จึงได้เชิญ รามวิทย์ วิไลเนตร เจ้าของร้านกูโรตีชาชัก ท่าอิฐ หนึ่งในร้านอาหารที่เข้าร่วมขายบน LINE MAN กับโครงการไทยช่วยไทย พลัส  (60/40)  มาเล่าถึงโอกาสของร้านรายย่อยพร้อมกับชง ‘ชาชัก’ ให้นายกฯ “ที่ผ่านมา LINE MAN ช่วยให้ร้านเข้าถึงลูกค้าใหม่ได้มากขึ้น จากเดิมที่มีลูกค้าหลักอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง ก็สามารถขยายฐานลูกค้าไปยังพื้นที่อื่น ๆ ได้ผ่านบริการเดลิเวอรี ส่งผลให้ยอดขายของร้านเติบโตราว 5 เท่าเมื่อเทียบกับช่วงก่อนเข้าร่วมโครงการ นอกจากการเพิ่มยอดขายแล้ว แพลตฟอร์มยังช่วยให้ร้านมีเครื่องมือในการทำการตลาดและบริหารจัดการธุรกิจได้สะดวกยิ่งขึ้น ทำให้ร้านเล็กอย่างเรามีโอกาสแข่งขันและเติบโตได้มากขึ้น เราคาดหวังว่าโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) จะช่วยกระตุ้นกำลังซื้อของผู้บริโภค สร้างโอกาสให้ร้านอาหารรายย่อยในหลายพื้นที่เข้าถึงลูกค้าใหม่ และช่วยให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว”

LINE MAN หนุนผู้ใช้สิทธิ์ไทยช่วยไทย พลัส  (60/40) มอบส่วนลดสูงสุด 5,000 บาท

เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายและช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน LINE MAN ยังมอบสิทธิพิเศษสำหรับผู้ใช้บริการภายใต้โครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ระหว่างวันที่ 15 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569 โดยสามารถใช้สิทธิ์ได้ง่าย ๆ ผ่านแอป LINE MAN เพียงเลือกร้านอาหารที่มีสัญลักษณ์โครงการ กด “ใช้สิทธิ์” และชำระเงินผ่านแอปเป๋าตังตามขั้นตอน พร้อมรับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม ดังนี้

  • ใส่โค้ด “LMPLUS” รับส่วนลดสูงสุด 100.- สำหรับออเดอร์ไทยช่วยไทย พลัส (60/40) เฉพาะผู้ใช้บริการที่มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด
  • หลังจากสั่งซื้อสำเร็จรับคูปองส่วนลดค่าอาหารมูลค่ารวมสูงสุด 3,950 บาท และส่วนลดสำหรับเซอร์วิสอื่นๆ มูลค่ารวมสูงสุด 1,050 บาท ภายใน 48 ชม. โดยมีอายุ 30 วันจากวันที่คูปองเข้าสมุดคูปอง ส่วนลดไม่สามารถใช้ร่วมกับสิทธิไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ได้
  • สิทธิ์การใช้โค้ดส่วนลดมีจำนวนจำกัดต่อวัน โดยเงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

LINE MAN เชื่อว่าการผสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐ แพลตฟอร์มดิจิทัล และผู้ประกอบการรายย่อย จะเป็นอีกกลไกสำคัญในการกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ กระจายรายได้สู่ชุมชน และยกระดับขีดความสามารถของร้านอาหารไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนในเศรษฐกิจดิจิทัล

###

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด
**ข้อมูลอ้างอิงจากสัดส่วนจำนวนร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง พลัส กับแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีในช่วงปลายปี 2568 ที่เลือกใช้บริการ LINE MAN มากกว่า 65% ของร้านที่เข้าร่วมโครงการทั้งหมด ซึ่งเป็นสัดส่วนสูงสุดเมื่อเทียบกับแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีอื่น

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ
ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: pr@lmwn.com

News Release View More

LINE MAN RIDE ผลักดันคนขับขอใบขับขี่สาธารณะ–จดทะเบียนรถรับจ้างสาธารณะ ขานรับกฎหมายใหม่

LINE MAN RIDE เดินหน้าหนุนนโยบายกรมการขนส่งทางบก (DLT) และสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ในการยกระดับมาตรฐานการให้บริการเรียกรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชัน (Ride-Hailing) ผลักดันคนขับในระบบให้ดำเนินการขอใบอนุญาตขับขี่สาธารณะ และนำรถยนต์ไปจดทะเบียนเป็นรถรับจ้างสาธารณะ (รย.18) ตามกฎหมายที่กำหนด  คุณอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ รองประธานฝ่ายนโยบายสาธารณะและรัฐกิจสัมพันธ์ LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “เราตอบรับนโยบายภาครัฐในการยกระดับมาตรฐานการให้บริการ Ride-Hailing ในประเทศไทย โดยส่งเสริมให้คนขับที่ให้บริการบนแพลตฟอร์มปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมายอย่างถูกต้อง ทั้งจัดกิจกรรมเพื่อกระตุ้นและส่งเสริมให้คนขับไปทำใบขับขี่สาธารณะและจดทะเบียน รย.18 อย่างต่อเนื่อง ในปัจจุบันมีคนขับในระบบของ LINE MAN RIDE ที่มีใบขับขี่สาธารณะแล้วประมาณ 10,000 คน สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการยกระดับการบริการร่วมกันของทั้งฝั่งคนขับและแพลตฟอร์ม” ทั้งนี้เพื่อให้คนขับสามารถดำเนินการตามข้อกำหนดของกรมการขนส่งทางบก (DLT) และสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ได้อย่างสะดวก LINE MAN RIDE ได้ให้การสนับสนุนด้านต่าง ๆ ดังนี้ การดำเนินการครั้งนี้สะท้อนถึงความตั้งใจของ LINE MAN RIDE ในการสนับสนุนให้คนขับปรับตัวและปฏิบัติตามกฎหมายได้อย่างราบรื่น พร้อมสร้างมาตรฐานใหม่ของการให้บริการ Ride-Hailing ที่โปร่งใสสำหรับผู้ใช้บริการ ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: pr@lmwn.com

LINE MAN Wongnai

1 Oct 2025

LINE MAN Wongnai ประกาศเกมรุกธุรกิจ POS ครองตลาดอันดับหนึ่ง เผยธุรกิจร้านอาหารแข่งดุ เปิดใหม่ 1 แสนร้าน ในงาน Restaurant 2023

LINE MAN Wongnai ผู้นำแพลตฟอร์มออนดีมานด์และข้อมูลร้านอาหารของไทย จัดงานใหญ่แห่งปี Restaurant 2023: Future’s Recipe เผยภาพรวมธุรกิจร้านอาหารในไทยปี 66 และเทรนด์การกินที่น่าจับตา พร้อมประกาศแผนหลังปิดดีลซื้อกิจการ FoodStory เร่งเครื่องเพิ่มฟีเจอร์โซลูชันจัดการร้านอาหารตอบโจทย์ร้านทุกรูปแบบ ยึดที่มั่นอันดับ 1 ผู้นำด้านโซลูชันสำหรับร้านอาหารที่ผู้ประกอบการร้านอาหารไว้วางใจมากที่สุด    ร้านอาหารในไทยเปิดใหม่เพิ่มหลักแสน ในขณะที่เผชิญความท้าทาย คุณยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai เปิดเผยว่า “ภาพรวมธุรกิจร้านอาหารไทยในปี 2566 มีจำนวนร้านเปิดใหม่เพิ่มขึ้นถึง 13.6% หรือราว 1 แสนกว่าร้าน* โดยประเภทร้านอาหารเปิดใหม่ที่เติบโตสูงสุด ได้แก่ ร้านอาหารเช้า (แซนด์วิช) ร้านอาหารจีน และร้านสุกี้ยากี้ ชาบู ตามลำดับ ในขณะที่ประเภทร้านอาหารเปิดใหม่ที่เติบโตชะลอลง ได้แก่ ฟู้ดทรัก ร้านข้าวต้มมื้อดึก และร้านพิซซ่า นอกจากนี้ จากข้อมูลของร้านอาหารที่ใช้ Wongnai POS ยังพบว่ามูลค่าการซื้อขายรวม (GMV) ของยอดขายประเภทนั่งรับประทานที่ร้าน (Dine-in) กลับมามีอัตราการเติบโตสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องหลังจากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย  อย่างไรก็ตาม แม้มีร้านอาหารเปิดใหม่ตลอดเวลา แต่จากสถิติพบว่ามีร้านอาหารถึง 50% ที่ต้องปิดตัวลงภายในปีแรก และ 65% ที่ปิดตัวลงภายใน 3 ปี ดังนั้นบทบาทของ LINE MAN Wongnai ในฐานะผู้นำโซลูชันสำหรับร้านอาหารแบบครบวงจรของไทย คือ ช่วยให้ร้านสามารถเพิ่มยอดขายและลดต้นทุน ซึ่งเป็นปัจจัยหลักให้ร้านอยู่รอดและเติบโตในสภาวะตลาดแข่งขันสูง ด้วยเทคโนโลยี POS (Point of Sale) ที่ล้ำหน้าและเหมาะกับการใช้งานของร้านอาหารทุกประเภทในไทย เพื่อเป็นศูนย์กลางในการรับออร์เดอร์หน้าร้าน และบริหารระบบหลังร้าน” ประกาศแผนหลังปิดดีลซื้อกิจการ FoodStory เร่งเครื่องโซลูชันครบวงจรสำหรับร้านทุกประเภท คุณยอดเสริมว่า “การเข้าซื้อกิจการ FoodStory คือ การรวมทรัพยากรของผู้พัฒนาระบบจัดการร้านอาหารที่ทำงานใกล้ชิดกับร้านอาหารทั่วประเทศมานานกว่า 11 ปีเข้ากับแพลตฟอร์มที่มีข้อมูลร้านอาหารมากที่สุดในไทย ตอนนี้เราถือเป็นอันดับ 1 ในตลาด POS สำหรับร้านอาหาร มีร้านอาหารกว่า 55,000 ร้านทั่วประเทศที่เลือกใช้ Wongnai POS และ FoodStory POS คิดเป็นสัดส่วน 40% ของตลาดนี้ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้สร้างมูลค่าการซื้อขายรวม (GMV) กว่า 180,000 ล้านบาท และจัดการออร์เดอร์ร้านอาหารไปแล้วรวมกว่า 636 ล้านออร์เดอร์** ซึ่งช่วยลดปริมาณการใช้กระดาษไปถึง 323 ตัน เปิดฟีเจอร์ใหม่สำหรับบริหารจัดการร้านอาหาร เพิ่มยอดขาย-ลดต้นทุน คุณฐากูร ชาติสุทธิผล ผู้อำนวยการอาวุโส กลุ่มผลิตภัณฑ์ระบบจัดการร้านอาหาร FoodStory POS ของ LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “Wongnai POS และ FoodStory POS คือผู้ช่วยที่ดีที่สุดของร้านอาหารไม่ว่าจะอยู่ในช่วงไหนของธุรกิจ ตั้งแต่ช่วงเปิดร้านใหม่ที่กำลังเริ่มวางโครงสร้างธุรกิจ ช่วงที่ต้องปรับโครงสร้างเพื่อรองรับปริมาณที่เติบโตขึ้น ไปจนถึงช่วงขยายโครงสร้างเพื่อเพิ่มจำนวนสาขา เราได้สำรวจข้อมูลจากร้านอาหาร 1,230 แห่งในช่วงครึ่งปีแรกของปี 66 พบว่าปัญหาหนักใจที่สุด ได้แก่ ต้นทุนวัตถุดิบ ต้นทุนแรงงาน ต้นทุนแฝงที่พุ่งสูงขึ้น รวมถึงจำนวนร้านคู่แข่งที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่จำนวนลูกค้าใหม่และลูกค้าประจำลดลง เราจึงพัฒนาโซลูชันใหม่ที่ช่วยแก้ปัญหาของร้านอาหาร ทุกประเภทได้มากขึ้น”  ภายในงานนี้ ยังเปิดเผยเทรนด์การกินของคนไทยที่น่าจับตาในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา พบว่า เมนูมาแรงที่จำนวนค้นหาเติบโตสูงสุดบนแพลตฟอร์ม LINE MAN Wongnai ได้แก่ หมูกรอบ ไอศกรีม เค้ก สุกี้ และหม่าล่า รวมถึงเมนูที่มียอดขายเดลิเวอรีเติบโตสูงสุดบน LINE MAN โดยเมนูอาหาร ได้แก่ ส้มตำปูปลาร้า กะเพราหมูกรอบ และไก่ย่าง ส่วนเมนูเครื่องดื่ม ได้แก่ ชาเขียวนม ช็อกโกแล็ต และชาไทย งาน “Restaurant 2023: Future’s Recipe” จัดขึ้น ณ สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์เมื่อเร็วๆ นี้ โดยได้รับเกียรติจาก คุณธนพงศ์ วงศ์ชินศรี เจ้าของเพจ Torpenguin, คุณพรชัย นิตย์เมธาวงศ์ เจ้าของเพจเพื่อนแท้ร้านอาหาร, คุณคุณาพงศ์ เตชวรประเสริฐ เจ้าของเพจขายดีไปด้วยกัน และตัวแทนจากร้านอาหารชื่อดัง ได้แก่ Mo-Mo-Paradise, Siam Steak, NANA Coffee Roasters มาร่วมแชร์ประสบการณ์ในการทำธุรกิจร้านอาหารในยุคปัจจุบัน โดยมีจำนวนผู้ประกอบการร้านอาหารให้ความสนใจเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก  *ข้อมูลจากร้านอาหารทั้งหมดบนแพลตฟอร์ม LINE MAN Wongnai เปรียบเทียบระหว่างเดือนมิถุนายน 2565 และมิถุนายน 2566  **ข้อมูลรวมระหว่าง Wongnai POS และ FoodStory POS ตั้งแต่ปี 2557-2566

LINE MAN Wongnai

24 Jul 2023

MITH x Wongnai เปิดตัวน้ำหอมกลิ่นชาไทย “Thai Tea” Eau De Parfum ถ่ายทอดกลิ่นละมุนละไมของเครื่องดื่มที่ทุกคนหลงรัก

MITH น้ำหอมแบรนด์ไทย ร่วมกับ Wongnai เปิดตัวน้ำหอมกลิ่นชาไทยครั้งแรก “Thai Tea” Eau De Parfum ถ่ายทอดกลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ของหนึ่งในสุดยอดเครื่องดื่มยอดนิยมระดับโลก โดยมีท็อปโน้ตเป็นกลิ่นความหอมหวานของส้มและความอ่อนนุ่มของ Cardamom ที่มีความ Warm Spicy เบา ๆ แทรกเข้ามาพร้อมกลิ่นหอมของช่วงกลางกลิ่นจาก Star Anise ผสมกับกลิ่นชาให้ความหอมหวานของใบไม้สีเขียวที่มีความ Aromatic ผสม Creamy ช่วงเบสมีกลิ่นนมนุ่ม ๆ ของ Vanilla ที่เข้มข้น ชวนให้รู้สึกเคลิ้มด้วย Brown Sugar และ Sandalwood เชื่อว่านี่จะเป็นกลิ่นหอมที่แฟนชาไทยหลาย ๆ คนชื่นชอบอย่างแน่นอน “Thai Tea” Eau De Parfum โดย MITH x Wongnai วางจำหน่ายแล้ววันนี้ทั้งหน้าร้าน MITH และช่องทางออนไลน์ ดูรายละเอียดได้ที่ลิงก์

LINE MAN Wongnai

5 Apr 2024

ครบรอบ 1 ปี LINE MAN Wongnai มอบโค้ดส่วนลด 20 วัน 20 ล้านบาท

ครบรอบ 1 ปี LINE MAN Wongnai แพลตฟอร์มไทยเพื่อคนไทยมอบโค้ดส่วนลด 20 วัน 20 ล้านบาท สนับสนุนมื้ออร่อยแก่ผู้ใช้ทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล LINE MAN Wongnai ผู้นำแพลตฟอร์มออนดีมานด์และข้อมูลร้านอาหารของไทย ฉลองครบรอบ 1 ปี สนับสนุนมื้ออร่อยแก่ผู้ใช้ทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล มอบโค้ดส่วนลดค่าส่งและส่วนลดค่าอาหารบนแอปฯ LINE MAN ฟรีวันละ 1 ล้านบาท 20 วัน รวมมูลค่ากว่า 20 ล้านบาท เพื่อแทนคำขอบคุณแก่ผู้ใช้และช่วยกระตุ้นยอดขายร้านอาหารให้เติบโตตลอดทั้งเดือนกันยายนนี้ LINE MAN Wongnai ถือเป็นแพลตฟอร์มไทยที่เติบโตขึ้นได้เพราะแรงสนับสนุนจากผู้ใช้ตลอด 1 ปี หลังควบรวมกิจการระหว่างบริการด้านฟู้ดเดลิเวอรีและบริการออนดีมานด์บน LINE MAN และธุรกิจฝั่งร้านอาหารของ Wongnai ให้เป็นหนึ่งเดียว ท่ามกลางวิกฤตโควิด-19 เป็นบทพิสูจน์ที่สำคัญของ LINE MAN Wongnai ในการแสดงถึงความมุ่งมั่นตามภารกิจที่ประกาศไว้ว่า “Help Thai People Live Better” ด้วยการช่วยให้ผู้ใช้สั่งอาหารได้หลากหลายในราคาที่คุ้มค่าที่สุด ช่วยให้ร้านอาหารสามารถเลือกขายอาหารออนไลน์ในรูปแบบ GP หรือ Non-GP ได้ตามความเหมาะสมเพื่อพยุงธุรกิจในช่วงวิกฤต ช่วยให้ไรเดอร์ทั่วประเทศมีรายได้และได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง เพื่อสร้างการเติบโตในองค์รวมให้กับทุกภาคส่วนในอีโคซิสเต็ม คุณยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “ตลอดหนึ่งปีที่ควบรวมกิจการ พวกเราเจอวิกฤตโควิด-19 ร่วมกับคนไทยทุกคน ดังนั้น LINE MAN Wongnai ในฐานะแพลตฟอร์มไทยจึงได้ทุ่มกำลังช่วยเหลือร้านอาหารอย่างเต็มที่ เพื่อให้มียอดขายจากเดลิเวอรีเข้ามาช่วยสนับสนุนยอดขายจากหน้าร้านที่ลดลง” “ก้าวต่อไปของ LINE MAN Wongnai หลังจากนี้จะขยายพื้นที่ให้บริการฟู้ดเดลิเวอรีให้ครอบคลุมทุกจังหวัดทั่วประเทศ และเสริมความแกร่งไปยังบริการออนดีมานด์อื่นๆ ได้แก่ ตลาดสินค้าอุปโภค-บริโภคออนไลน์ บริการเมสเซนเจอร์ และบริการเรียกรถแท็กซี่ ตามเป้าหมายสู่การเป็น E-commerce Platform for Services” เพื่อแทนคำขอบคุณแก่ผู้ใช้สำหรับการตอบรับที่ดีตลอด 1 ปีที่ผ่านมา LINE MAN Wongnai ขอมอบโค้ดส่วนลดค่าส่งและโค้ดส่วนลดค่าอาหารฟรีวันละ 1 ล้านบาท รวมทั้งสิ้น 20 วัน 20 ล้าน เมื่อสั่งอาหารผ่านแอปฯ LINE MAN ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 กันยายน 2564 ใส่โค้ด “HBD5KM” ส่งฟรี 5 กิโลเมตรแรก ส่วนลดไม่เกิน 20 บาท ใส่โค้ด “HBD20” ลดทันที 20 บาท เมื่อสั่งอาหารขั้นต่ำ 70 บาท ใส่โค้ด “HBD100” ลดทันที 100 บาท เมื่อสั่งอาหารขั้นต่ำ 200 บาท ผู้ใช้ LINE MAN ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล จะสามารถใช้โค้ดฟรีกับอาหารทุกประเภทตั้งแต่สตรีทฟู้ดไปจนถึงร้านพรีเมี่ยมที่มีให้เลือกมากที่สุดกว่า 4 แสนร้านบน LINE MAN ด้วยจุดเด่นมากมาย ทั้งค่าส่งเริ่มต้น 0 บาท, ส่งตรงไม่พ่วงออร์เดอร์ และสามารถตัดบัตรเครดิต/เดบิตได้อีกด้วย *สิทธิ์มีจำนวนจำกัดต่อชั่วโมง โค้ดส่วนลดจะถูกเติมทุกชั่วโมง*1 ผู้ใช้ไม่จำกัดจำนวนการใช้โค้ดส่วนลด*สิทธิ์มีจำนวนจำกัดต่อวัน*เงื่อนไขอื่นๆ เป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

LINE MAN Wongnai

15 Sep 2021