LINE MAN จัดกิจกรรม “ไลน์แมน คิดส์ สุขนี้เพื่อลูก” เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ 2568 พาบุตรหลานและครอบครัวไรเดอร์ 20 ครอบครัวได้ใช้ช่วงเวลาคุณภาพสร้างความทรงจำกับลูกและครอบครัวโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ณ ซาฟารีเวิลด์

ภายในกิจกรรมมีการตอบคำถามชิงของที่ระลึก และมอบของขวัญสุดพิเศษจาก LINE MAN พร้อมพาบุตรหลานและครอบครัวไรเดอร์เข้าชมสวนสัตว์และเพลิดเพลินกับการแสดงในหลากหลายโซน อีกทั้งยังมีการเปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ได้มีส่วนร่วมในการแสดงอย่างสนุกสนาน โดยได้รับการตอบรับจากไรเดอร์และครอบครัวที่เข้าร่วมกว่า 70 คน

กิจกรรมในครั้งนี้ มีการคัดเลือกไรเดอร์ผ่านการประกวดคำขวัญวันเด็ก ซึ่งไรเดอร์หลายท่านเผยว่า รู้สึกขอบคุณที่จัดกิจกรรมนี้ขึ้น และดีใจที่ได้มีโอกาสพาลูกพร้อมครอบครัวมาเที่ยวในวันเด็ก นับป็นการเปิดประสบการณ์ครั้งแรกในการเที่ยวที่ซาฟารีเวิลด์ของหลายครอบครัว ถือเป็นโอกาสพักผ่อนที่ทั้งตนและครอบครัวได้ใช้เวลาร่วมกันอย่างอบอุ่น

กิจกรรม “ไลน์แมน คิดส์ สุขนี้เพื่อลูก” ไม่เพียงเป็นการคืนความสุขเพื่อขอบคุณการทำงานอย่างทุ่มเทของไรเดอร์เพียงเท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งเสริมสถาบันครอบครัว อีกทั้งยังสะท้อนความมุ่งมั่นของ LINE MAN ที่ต้องการส่งเสริมคุณภาพความเป็นอยู่ของไรเดอร์ในทุกมิติ

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ
ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: pr@lmwn.com

News Release View More

สรุปบทเรียน 3 เคสจริงร้านอาหารเดลิเวอรี รับเทรนด์ “แพ็กเกจรักษ์โลก”

สรุปบทเรียน 3 เคสจริงร้านอาหารเดลิเวอรี รับเทรนด์ “แพ็กเกจรักษ์โลก” เติบโต อัตราการผลิตพุ่ง ดันต้นทุนต่อชิ้นปรับลดลงราว 50% จากสถานการณ์โควิด-19 และมาตรการ Work from home มีการขนส่งทั้งอาหาร พัสดุ สินค้า ฯลฯ มากขึ้นเป็นผลให้ปริมาณขยะพลาสติกเพิ่มสูง ข้อมูลเปรียบเทียบระหว่างปี 2562 (ช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19) มีอัตราการสร้างขยะพลาสติกเฉลี่ย 96 กรัม/คน/วัน ในขณะที่ปี 2563 เฉลี่ยอยู่ที่ 134 กรัม/คน/วัน เพิ่มขึ้นกว่า 40%* นี่เป็นเหตุผลที่ภาครัฐและภาคธุรกิจหันมาสนใจประเด็นบรรจุภัณฑ์รักษ์สิ่งแวดล้อมหรือ Eco-packaging มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหารยังคงมีภาพจำเรื่องข้อจำกัดเรื่องต้นทุน และคุณสมบัติของบรรจุภัณฑ์ที่อาจไม่สามารถใส่อาหารได้ทุกประเภท วันนี้เทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์ Eco-packaging ก้าวหน้าขึ้น มีต้นทุนที่ถูกลงกว่าเมื่อก่อน บทความนี้จึงสรุปบทเรียน 3 เคสจริงของร้านอาหารเดลิเวอรีบน LINE MAN หลังใช้แพ็กเกจรักษ์สิ่งแวดล้อมเพื่อให้เจ้าของร้านอาหารอื่นๆ สามารถนำไปปรับใช้ได้ Sizzler: เลือกใช้บรรจุภัณฑ์ให้ตอบโจทย์กับชนิดของอาหาร สร้างประสบการณ์การกินที่ดีให้กับผู้บริโภค Sizzler หนึ่งในร้านที่ขึ้นชื่อเรื่องความหลากหลายของเมนูอาหารสไตล์ตะวันตก ทั้งสเต๊ก ซีฟู้ด และสลัด ได้ตื่นตัวและปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาเป็นระยะเวลากว่า 3 ปีแล้ว ปัจจุบัน Sizzler ใช้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลกเป็นสัดส่วน 90% ของบรรจุภัณฑ์ทั้งหมด คุณกรีฑากร ศิริอัฐ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอส แอล อาร์ ที จำกัด (Sizzler) เล่าว่า “Eco-packaging ที่แบรนด์เลือกใช้มีทั้งบรรจุภัณฑ์จากเยื่อและกระดาษ (Fiber–Based Packaging) ที่ทำมาจากเส้นใยคุณภาพ มีความคงทนสูง สามารถนำเข้าไปอุ่นในไมโครเวฟได้ ซึ่งเรานำมาใช้เพื่อบรรจุสเต๊ก นอกจากนี้ยังมีกล่องกระดาษคราฟท์สำหรับบรรจุภัณฑ์ Sizzler to go ที่มีคุณสมบัติทนน้ำสลัด และคงสภาพในตู้เย็นได้ 1-2 วัน” “บรรจุภัณฑ์ที่ดีที่สุดคือบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะกับจุดประสงค์การใช้งานมากที่สุด การเลือกบรรจุภัณฑ์ต้องคำนึงถึงการสร้างประสบการณ์ในการสั่งอาหารที่ดีให้กับลูกค้า โดยยึดจากพฤติกรรมของลูกค้าเป็นหลัก เช่น เมนูสเต๊ก เมื่อลูกค้าต้องการสั่งไปทานที่บ้าน บรรจุภัณฑ์ที่เราใช้ต้องมีความแข็งแรงคงทนเพื่อให้สามารถเข้าไมโครเวฟได้” ปัจจุบัน Eco-packaging พัฒนาคุณภาพ ราคาที่ถูกลง รวมถึงรองรับการใช้งานที่หลากหลายมากขึ้น โดย DezpaX สตาร์ทอัพผู้ให้บริการ Packaging Solutions ด้านอาหารและเครื่องดื่มครบวงจรจากเอสซีจี ได้ให้คำแนะนำกับ Sizzler และร้านอาหารมือใหม่อีกมากมายเพื่อหาบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสมที่สุดกับการใช้งานของแต่ละร้าน “เราไม่จำเป็นต้องดีดนิ้วแล้วเปลี่ยนทุกอย่างในครั้งเดียว เส้นทางบรรจุภัณฑ์ Eco-friendly ยังมีโอกาสพัฒนาได้อีกมาก เราสามารถเปลี่ยนทีละเล็กทีละน้อย จนกระทั่งถึงวันที่ความต้องการใช้พลาสติกน้อยลง และใช้ Eco-packaging มากขึ้น จะช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าถึงได้ง่ายขึ้นอีกขั้น” คุณกรีฑากรกล่าว Phoenix Lava: เลือกบรรจุภัณฑ์รักษ์โลกเพื่อให้ลูกค้าได้อาหารที่ยังคงความสดใหม่ ร้านซาลาเปาไส้ไหล Phoenix Lava เป็นอีกหนึ่งร้านที่ใช้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลกเป็นสัดส่วนถึง 80% โดยคุณปริญญ์ สุขสมิทธิ์ ผู้ก่อตั้ง บริษัท ฟีนิกซ์ ลาวา จำกัด เล่าว่า “กระดาษรองซาลาเปามีราคาขึ้นอยู่กับความหนาของกระดาษ ด้วยความที่ซาลาเปาของเราเป็นไส้ลาวา มีความหนักกว่าซาลาเปาไส้อื่นๆ จึงต้องใช้กระดาษที่หนาประมาณ 325-350 แกรม ในขณะที่ซาลาเปาทั่วไป ใช้อยู่ที่ 250-300 แกรม” บรรจุภัณฑ์ของ Phoenix Lava ที่พัฒนาร่วมกับ DezpaX ให้ความสำคัญกับการคงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ด้วย “กล่องบรรจุภัณฑ์ซาลาเปาต้องเก็บความร้อนไว้ได้นานที่สุด รวมถึงต้องมีคุณสมบัติลดการเกิดไอน้ำภายในกล่อง เราจึงใช้วิธีการเคลือบด้วยวัสดุแบบฟู้ดเกรด ส่วนเมนูทอดที่ต้องใช้กล่องที่มีคุณสมบัติระบายความร้อน สามารถใช้บรรจุภัณฑ์แบบ Eco-packaging ที่หาซื้อได้ทั่วไป โดยไม่จำเป็นต้องหนา เพราะอาจทำให้แป้งเกิดการออกซิเดชัน ส่งผลให้ของทอดไม่แข็งตัวได้” “ปัจจุบันนี้ Eco-packaging เข้าถึงได้ง่าย ด้วยราคาที่ถูกลงเรื่อยๆ ทำให้เราเห็นหลายร้านหันมาใช้กันมากขึ้น ในอนาคตเรื่องของกฎหมายการบังคับใช้พลาสติกคงจะเกิดขึ้นและเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ผู้ประกอบการร้านอื่นๆ อาจเริ่มต้นจากการทดลองเปลี่ยนสินค้าเพียง 1-2 ชิ้น จากสินค้าทั้งหมดให้เป็น Eco-packaging ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี” คุณปริญญ์ กล่าว เผ็ดมาร์ค: เลือกลงทุนเพื่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว ร้านอาหารเมนูขวัญใจคนไทยอย่างกะเพราจากร้านเผ็ดมาร์คที่มีระดับความเผ็ดแบบ “เผ็ดมาก” จนกลายเป็นรสชาติเอกลักษณ์ที่ลูกค้าพูดถึง ร้านมียอดขายหลักมาจากการเดลิเวอรีกว่า 80% คุณแทน กิตติเดช วิมลรัตน์ ผู้ร่วมก่อตั้งร้านเผ็ดมาร์ค ด้วยแพชชั่นในการรักษาสิ่งแวดล้อม ตั้งใจออกแบบและเลือกใช้บรรจุภัณฑ์สำหรับเดลิเวอรีที่ช่วยลดขยะหรือสร้างมลพิษให้สิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด “เผ็ดมาร์ค ใช้เวลากว่า 1 ปี ในการวางแผน ปรับสูตร รวมไปถึงออกแบบบรรจุภัณฑ์ร่วมกับ DezpaX เพื่อพัฒนาดีไซน์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ถึงแม้ Eco-packaging มีต้นทุนที่สูงกว่าพลาสติกในระดับหนึ่ง เผ็ดมาร์คยินดีลดกำไรลง 2-3 บาทต่อออร์เดอร์ เลือกใช้ Eco-packaging สำหรับส่งเดลิเวอรีทาง LINE MAN และช่องทางอื่นๆ”  การเริ่มต้นที่ดี คือ การเริ่มต้นจากการปรับเปลี่ยนเท่าที่สามารถทำได้ โดยไม่รบกวนต้นทุนของธุรกิจจนเกินไป เพราะการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้ เรียกว่าเป็นการช่วยสิ่งแวดล้อมที่ง่ายที่สุด ทำได้ง่ายกว่าการเก็บขยะจากท้องทะเล” คุณแทนสรุป  DezpaX “Food Packaging Solutions partner” เพื่อนคู่คิดร้านอาหารในการสร้างสรรค์ทุกความต้องการด้านบรรจุภัณฑ์ ปัจจุบันมีการใช้บรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้อย่างแพร่หลาย ส่งผลให้ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์มีการวิจัยและพัฒนาสินค้าใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์วงการฟู้ดเดลิเวอรีมากขึ้น การผลิตที่มากขึ้นส่งผลให้ต้นทุนการผลิตต่ำลง นำมาสู่ราคาสินค้าต่ำลงมากถึง 50% ภายในระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ถือเป็นทางเลือกใหม่ให้กับร้านอาหารได้ดียิ่งขึ้น คุณปฐมพงศ์ ดีปัญญา CEO และผู้ร่วมก่อตั้ง DezpaX.com เปิดเผยว่า “จากปี 2564 มีแนวโน้มผู้สั่งซื้อบรรจุภัณฑ์จากกระดาษและเยื่อธรรมชาติจาก DezpaX เพิ่มมากขึ้นถึง 30% เมื่อเทียบกับปีก่อน และในตลาดใช้บรรจุภัณฑ์โฟมลดลงอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นพัฒนาการที่ดีมากสำหรับร้านอาหารในประเทศไทย” “จากเทคโนโลยีการผลิตและนวัตกรรมการออกแบบ ทำให้บรรจุภัณฑ์จากเยื่อธรรมชาติ 100% มีความแข็งแรงเพียงพอ สามารถเรียงซ้อนเมื่อขนส่งเดลิเวอรีและสามารถย่อยสลายในบ่อขยะฝังกลบภายใน 90 วัน อีกทั้งปัจจุบันบรรจุภัณฑ์จากพลาสติกที่สามารถ reuse หรือ recycle ได้ เช่น พลาสติกแบบ PET ที่ใช้ผลิตแก้วน้ำ และ ขวดน้ำ, พลาสติกแบบ LDPE ที่ใช้ผลิตถุงพลาสติกชั้นเดียวหรือฉลากขวดน้ำ หรือพลาสติกแบบ PP ที่ใช้ผลิตกล่องอาหารที่สามารถนำเข้าไมโครเวฟได้ เป็นต้น ถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับร้านอาหาร  และในอนาคตอันใกล้ จากนโยบายของภาครัฐ และการตื่นตัวของผู้บริโภค จะเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมีการใช้งานอย่างแพร่หลายมากยิ่งขึ้น โดย DezpaX พร้อมเป็นพาร์ทเนอร์กับทุกร้าน เหมือนดังเช่น เผ็ดมาร์ค, Sizzler, Phoenix Lava และร้านอื่นๆ ในการสร้างไอเดียและพัฒนาบรรจุภัณฑ์เพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งาน ราคา และเอกลักษณ์ของร้านอาหาร”  คุณปฐมพงศ์ กล่าว การที่ผู้ประกอบการร้านอาหารเริ่มตื่นตัวหันมาใช้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลกในทุกวันนี้ ถือเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงที่ดีทำให้ราคาของ Eco-packaging เข้าถึงได้ง่ายขึ้น โดยภายใน 5 ปีที่ผ่านมามีต้นทุนที่ลดลงประมาณ 50% เพราะมีอัตราการผลิตที่เพิ่มมากขึ้น เช่น กล่องเยื่อชานอ้อยจากเดิมราคาประมาณ 3 บาท ปัจจุบันราคาลดลงเหลือ 2 บาท รวมถึงมีวัสดุใหม่ๆ เข้ามาทดแทนเพื่อลดต้นทุน เช่น แก้วกาแฟ 16oz ที่มีต้นกำเนิดจากพืชต่างๆ จากเดิมที่ราคาประมาณ 3.2 บาท ปัจจุบันมีทางเลือกใหม่ในการใช้แก้วกาแฟ BIOMAT 16oz ที่สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติเช่นเดียวกัน ในราคาต้นทุนประมาณ 2 บาท เป็นต้น โดย LINE MAN ในฐานะผู้ให้บริการฟู้ดเดลิเวอรียังมุ่งมั่นสนับสนุนร้านค้าในการใช้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลกต่อไปในอนาคต *ข้อมูลจากการเสวนาในประเด็น “ขยะพลาสติก: การจัดการและโอกาส Post COVID-19 หาทางออก เพิ่มโอกาส สร้างรูปแบบที่สมดุล มุ่งสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างยั่งยืน” เปรียบเทียบอัตราการสร้างขยะในช่วงเดือน ม.ค. – ธ.ค. 2562 และช่วงเดือน ม.ค. – ธ.ค. 2563

LINE MAN Wongnai

20 Feb 2022

LINE MAN MART หนุนรัฐ ชวนคนไทยลดหย่อนภาษีโครงการ Easy E-Receipt สูงสุด 50,000 บาท ตั้งแต่วันนี้ – 15 กุมภาพันธ์นี้

ต้อนรับศักราชใหม่ปี 2567 LINE MAN MART สนับสนุนมาตรการรัฐ ชวนคนไทยช้อปสินค้าลดหย่อนภาษีในโครงการ Easy E-Receipt โอกาสดีที่ไม่ควรพลาด สั่งง่ายได้ทั้งช้อป ได้ทั้งของ พร้อมหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี 2567 สูงสุดถึง 50,000 บาท เพียงสั่งสินค้าจากร้านค้าดังที่ร่วมรายการกว่า 721 แห่ง ผ่าน LINE MAN MART พร้อมรับส่วนลดเพิ่มอีก 10% สูงสุด 150 บาท* ตั้งแต่วันนี้ ถึง 15 กุมภาพันธ์ 2567 โดยสามารถเลือกช้อปสินค้าจากร้านค้าดัง ได้แก่ Tops, Tops daily, Gourmet Market, OfficeMate, B2S, HomePro และ BigC Hyper สาขาที่ร่วมรายการกว่า 721 สาขา* ในพื้นที่บริการ 10 จังหวัด อาทิ กรุงเทพและปริมณฑล, ชลบุรี, ระยอง, อยุธยา, เชียงใหม่ ตั้งแต่วันนี้ – 15 กุมภาพันธ์ 2567 ซึ่งทุกการสั่งซื้อสามารถเลือกกดรับ Easy E-Receipt เพียงกรอกข้อมูลบน LINE MAN ขอใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์เต็มรูปแบบ e-Tax invoice หรือ e-Receipt ได้อย่างง่ายดาย “โครงการ Easy E-Receipt” บน LINE MAN MART ถือเป็นก้าวสำคัญในการต่อยอดกระแสตอบรับที่ดีจากโครงการช้อปดีมีคืนลดหย่อนภาษีปี 2566 ที่ผ่านมา โดยการสนับสนุนโครงการภาครัฐครั้งนี้ เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน พร้อมอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้ไม่พลาดการได้รับสิทธิลดหย่อนภาษี นอกจากนี้ยังมอบส่วนลดพิเศษให้กับผู้ใช้เพียงกรอกโค้ด “EASYTAX” รับส่วนลด 10% สูงสุด 150 บาท เมื่อสั่งขั้นต่ำ 600 บาท**  สำหรับผู้สนใจใช้สิทธิลดหย่อนภาษีในโครงการ Easy E-Receipt ผ่านการซื้อสินค้าบน LINE MAN MART และสามารถดูวิธีสั่งซื้อและการกรอกข้อมูลเพื่อขอรับใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมสั่งซื้อสินค้าเพื่อใช้ลดหย่อนภาษีปี 2567 ได้แล้ววันนี้ทาง LINE MAN MART หรือ https://lineman.onelink.me/1N3T/x9lbar52 *เฉพาะร้านค้าที่เข้าร่วมรายการ **เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ   ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: pr@lmwn.com

LINE MAN Wongnai

3 Jan 2024

LINE MAN Unveils New Positioning: “Everyday Lowest Prices” with No Subscription Needed

LINE MAN strengthens its leadership in food delivery by investing over THB 300 million, unveiling its new brand positioning, “Everyday Lowest Prices”, which doesn’t require any package subscription. The promotions include Free Delivery, Hot Deals, and Stackable Discounts, allowing customers to enjoy meals from over 700,000 restaurants nationwide at unbeatable prices. Additionally, ‘Moon,’ a familiar LINE MAN character is introduced as the brand ambassador. Yod Chinsupakul, CEO of LINE MAN Wongnai stated, “The Thai food delivery market continues to grow. LINE MAN now serves over 10 million users monthly with more than 100,000 riders across all 77 provinces in Thailand. We are the only food delivery service in the country that covers over 328 districts, with an area growth of more than 50% compared to two years ago, and continue to expand. LINE MAN is the real food master with the wide selections of 700,000 restaurants nationwide: from street food, traditional authentic restaurants, national restaurant chains, and trendy eateries. Today’s consumers are concerned about the cost of living and find the best value for online shopping. That’s why we redefine our brand positioning with the slogan of “Everyday Lowest Prices”. We allocate more than THB 300 million marketing budget for discount coupons, TV campaign advertisement, online and offline marketing communications activities in Bangkok’s business districts. We also introduce the mascot ‘Moon,’ a character well-known from our riders’ uniforms and boxes, as our brand ambassador. The campaign is expected to drive a 25% sales increase in Q4 2024.” At the launch event, “Moon” invited a number of celebrities to join in announcing the “Everyday Lowest Prices” campaign. These included Kongthap Peak, Mint Ranchrawee, Offroad Kantapol, Keng Harit, Engfa Waraha, and Bam Pitipat. The event also featured fun activities with plenty of prizes up, as well as exciting concerts from PURPEECH and Whal & Dolph. LINE MAN offers the combination of three-level discounts in a single order, providing the lowest prices without discount subscriptions Experience the “Everyday Lowest Prices” with no subscription needed on LINE MAN from today onwards. For more details, please visit https://www.facebook.com/linemanth/ *Terms and Conditions apply For press inquiries, please contact LINE MAN Wongnai’s Corporate Communication team: pr@lmwn.com

LINE MAN Wongnai

4 Oct 2024

LMWN สานต่อ #Saveร้านอาหาร ให้ร้านใหม่เข้าโครงการ GP ใช้ฟรี 15 วัน

LINE MAN Wongnai สานต่อแคมเปญ #Saveร้านอาหาร ให้ร้านใหม่เข้าโครงการ GP ใช้ฟรี 15 วัน ใน 6 จังหวัด ช่วงเดือน ก.ค. นี้ LINE MAN Wongnai สานต่อแคมเปญ #Saveร้านอาหาร ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ออกมาตรการสนับสนุนช่วยเหลือร้านอาหารที่ไม่เคยขายออนไลน์แบบ GP มาก่อน สามารถเข้าร่วมโครงการ LINE MAN GP ใช้ฟรี 15 วัน โดยจะได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆ เทียบเท่าร้าน GP ช่วยเพิ่มปริมาณยอดขายฝ่าวิกฤตโควิด-19 โดยไม่เสียค่าธรรมเนียม ใน 6 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ และสมุทรสาคร ช่วงเดือนกรกฎาคมนี้ โดยคาดว่าจะสามารถช่วยเหลือร้านอาหารได้กว่า 200,000 ราย นายยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “LINE MAN Wongnai มีความตั้งใจในการสนับสนุนช่วยเหลือร้านอาหารที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอก 3 นี้มาอย่างต่อเนื่องผ่านแคมเปญ #Saveร้านอาหาร ที่สอดรับกับโครงการของกระทรวงพาณิชย์ ล่าสุดในเดือนกรกฎาคม จาก ศบค. ประกาศงดนั่งทานในร้านอาหารอีกครั้งเป็นเวลา 30 วัน เราจึงเปิดให้ร้านอาหารขนาดเล็กในพื้นที่ 6 จังหวัดควบคุม ที่ยังไม่เคยขายออนไลน์แบบ GP ให้ลองเข้าร่วมโครงการ GP เพื่อสร้างยอดขายที่มากขึ้น ส่วนร้านอาหารอื่นๆ ก็สามารถสมัครขายเดลิเวอรีแบบ Non-GP ไม่เสียค่าธรรมเนียมใดๆ ได้ด้วยตัวเองทันทีผ่าน Wongnai Merchant App” แคมเปญ #Saveร้านอาหาร ให้ร้านใหม่ที่ไม่เคยขายออนไลน์แบบ GP สามารถเข้าร่วมโครงการ LINE MAN GP ใช้ฟรี 15 วัน และจะได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆ เทียบเท่าร้าน GP ได้แก่ ค่าส่งเริ่มต้น 0 บาท ในระยะทางที่กำหนด การโปรโมทร้านบนแอปฯ LINE MAN และ Wongnai การรับเงินผ่าน E-payment โดยมีเงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการ ดังนี้ สงวนสิทธิ์ให้กับร้านที่ไม่เคยเข้าร่วมโครงการค่าส่ง 0 บาท (LINE MAN GP) หรือยกเลิกมาแล้วไม่ต่ำกว่า 180 วัน (1 เลขประจำตัวประชาชน/เลขประจำตัวผู้เสียภาษี ต่อ 1 สิทธิ์) เป็นร้านในพื้นที่กรุงเทพฯ นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ และสมุทรสาคร เป็นร้านที่สมัครเข้าร่วม LINE MAN GP และส่งเอกสารสำเร็จ ภายในเดือนกรกฎาคม 2564 ร้านจะสามารถเริ่มใช้งาน LINE MAN GP ฟรี 15 วัน ตั้งแต่วันที่สัญญาได้รับการอนุมัติ โดยจะได้รับเงินเต็มจำนวนจากลูกค้าและไม่ต้องจ่ายค่าบริการระบบ GP จากปกติ 30% (ไม่รวม Vat) ระบบจะเริ่มคำนวณค่าบริการ GP ในอัตราปกติ เมื่อร้านเข้าร่วมโครงการได้ 16 วัน นับตั้งแต่วันที่เริ่มใช้งานวันแรก สมัครผ่านแอปพลิเคชัน Wongnai Merchant App ได้ระหว่างวันที่ 1-31 กรกฎาคม 2564 นอกจากนี้ LINE MAN Wongnai ยังพร้อมช่วยเหลือร้านอาหารทุกประเภท ให้สามารถขายอาหารเดลิเวอรีแบบ Non-GP (ลูกค้าเสียค่าส่งตามระยะทางจริง) บน LINE MAN ได้ทันที โดยไม่เสียค่าธรรมเนียมใดๆ เพื่อเป็นทางเลือกให้กับร้านอาหารในการรับมือหลังประกาศงดนั่งทานอาหารที่ร้านเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยร้านอาหารสามารถสมัครได้ด้วยตัวเองผ่าน Wongnai Merchant App ทั้งบน iOS และ Android สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าผ่าน Live Chat บนหน้าแรกของ Wongnai Merchant App *เงื่อนไขอื่นๆ เป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

LINE MAN Wongnai

29 Jun 2021