โครงการ “คนละครึ่งพลัส” ถูกจับตามองในฐานะมาตรการสำคัญที่เป็นความหวังในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ซึ่งไม่เพียงช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน แต่ยังสร้างโอกาสให้ร้านอาหารเล็กทั่วประเทศเข้าถึงผู้บริโภคและต่อยอดการเติบโตได้จริง LINE MAN ในฐานะเบอร์ 1 คนละครึ่งเดลิเวอรี่ จัดเวทีสนทนาโต๊ะกลม “ถกกระแสคนละครึ่งพลัส ความหวังร้านอาหารและปากท้องคนไทย” สะท้อนบทบาทของแพลตฟอร์ม พร้อมหยิบยกประเด็นจริงที่สังคมกำลังเผชิญ ทั้งความกังวลด้านภาษีและความหวังของผู้ประกอบการรายย่อยที่ต้องการเติบโตมากกว่าการเพียงอยู่รอ เพื่อผลักดันให้เกิดมาตรการสนับสนุนที่ต่อเนื่องเป็นระบบ และเหมาะสมกับร้านค้าทุกขนาด โดยมี “คนละครึ่ง” เป็นต้นแบบความร่วมมือที่พิสูจน์แล้วว่าควรได้รับการต่อยอดอย่างยั่งยืน

ข้อมูลที่น่าสนใจจากเวทีสนทนาโต๊ะกลม ถกกระแสคนละครึ่งพลัส ความหวังร้านอาหารและปากท้องคนไทย

คุณยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai เปิดเผยข้อมูลสำคัญตอกย้ำ LINE MAN เบอร์ 1 คนละครึ่ง

  • จากสถิติความสำเร็จคนละครึ่งบน LINE MAN รอบก่อนหน้ามีร้านกว่า 100,000 ร้านเข้าร่วมบนระบบเดลิเวอรี และกว่า 70% ของร้านค้าที่เข้าร่วมเลือกขายบนแพลตฟอร์ม LINE MAN ขณะที่กว่า 90% ของยอดการใช้สิทธิคนละครึ่งบนแพลตฟอร์มเดลิเวอรี่ทั้งหมดเกิดขึ้นบน LINE MAN สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นผู้นำตลาดและความเชื่อมั่นจากทั้งร้านค้าและผู้บริโภคอย่างแท้จริง
  • โครงการ คนละครึ่ง ยังช่วยสร้างการเติบโตให้ยอดขายเฉลี่ย 1-5 เท่าบางร้านเติบโตสูงสุดถึง 16 เท่า ตอกย้ำว่าโครงการนี้สร้างการเติบโตที่จับต้องได้และยั่งยืนให้กับร้านอาหารทั่วประเทศ
  • LINE MAN ยังมีการช่วย Up-Skill และ Re-Skill ร้านค้าเพิ่มเติม โดยมีการจัดกิจกรรมให้ความรู้ร่วมกับ Depa เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย และการใช้เทคโนโลยีอย่างซอฟต์แวร์จัดการร้าน หรือ POS เพื่อมุ่งสร้างความเติบโตให้ร้านค้า ปูทางไปสู่การเข้าถึงแหล่งเงินทุนของร้านค้า ซึ่งทาง LINE MAN มีการสนับสนุนโซลูชันตรงนี้ให้พร้อม 
  • นอกจากนี้ ยังมีการช่วยเหลือร้านค้าในด้านอื่นเพิ่มเติม ได้แก่ ลดค่า GP เหลือ 7%, ส่งฟรี 5 กิโลเมตรแรก, อัดงบการตลาด 300 ล้านบาทผ่านแคมเปญต่าง ๆ  และสร้างความมั่นใจด้วยพรีเซ็นเตอร์อย่างพี่หนุ่ม กรรชัย ส่วนการสนับสนุนไรเดอร์จะมีการเพิ่มเงินอัดฉีดในไรเดอร์เพื่อรองรับปริมาณงานที่มากขึ้น

คุณฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย ให้ความเห็นว่า

  • มองว่า “คนละครึ่งพลัส” เป็นเหมือน “สเตียรอยด์” ที่ฉีดแล้วเศรษฐกิจฐานรากจะฟื้นตัวอย่างรวดเร็วในช่วง 2 เดือนนี้ และรัฐบาลชุดนี้ ฉลาดและแก้ไขจุดอ่อน จากโครงการที่ผ่านมาได้ดี
  • บทบาทในการร่วมผลักดันร้านอาหารในโครงการได้ผลักดันเรื่องคนละครึ่งอีกครั้งตั้งแต่ช่วงหลังสงกรานต์ เนื่องจากเห็นว่าเศรษฐกิจแย่มาก และร้านอาหารต้องการทางรอด โดยมีหลักฐานจากข้อมูลที่ปรึกษาร่วมกับคุณยอด CEO LINE MAN Wongnai สนับสนุนว่ายอดขายร้านอาหารเติบโตขึ้นได้จริงในช่วงที่มีคนละครึ่งความสำเร็จหลังจากผลักดันโครงการคนละครึ่งร่วมกับ LINE MAN ทางรัฐบาลชุดปัจจุบันรับหลักการ ให้มีโครงการคนละครึ่งพลัส ซึ่งถือเป็น ของขวัญที่ดีที่สุด สำหรับผู้ประกอบการร้านอาหารและ Micro SME อื่น ๆ (ร้านสปา, ร้านตัดผม, ขนส่งสาธารณะ, ชุมชน)
  • ผลที่ได้คือ ร้านไซซ์ S (ยอดขาย 15,000 – 30,000 บาทต่อวัน) และMicro SME (ร้านรายได้ไม่เกิน 5,000 ต่อวัน) รวมจำนวนกว่า 600,000 ได้เข้าร่วม ทั้งร้านอาหาร ร้านขายของ ขนส่ง ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก
  • เรื่องการเสียภาษีเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ร้านค้าเติบโตได้ ซึ่งรัฐก็ควรช่วยเหลือ แม้ว่าร้านเล็กกลัวว่าถ้าบวก 7% ขึ้นไป ลูกค้าจะไม่กิน เพราะต้องขายแพงขึ้น ในความเห็นสมาคม คิดว่ารัฐควรให้ Value สร้างแรงจูงใจ และควรขยายการเข้าร่วมของร้านที่มีรายได้ 1.8 ล้านขึ้นไป เพราะตอนนี้ต้นทุนร้านอาหารสูงขึ้นมาก  ไม่ว่าจะเป็นภาษีป้าย ประกันสังคมที่เจ้าของต้องทำให้ลูกจ้าง

คุณคุณาพงศ์ เตชวรประเสริฐ กูรูร้านอาหาร เจ้าของเพจขายดีไปด้วยกัน ชี้ คนละครึ่งคือโอกาสทองร้านอาหาร แนะร้านไม่ต้องกลัวภาษี แต่มองว่าเป็นโอกาสในการสร้างการเติบโต

  • จากเสียงสะท้อนของร้านค้าทั่วประเทศ พบว่าผู้ประกอบการรายใหม่ยังมีความลังเลในการตัดสินใจเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง เนื่องจากกังวลเรื่องภาษี ขณะที่ร้านค้าที่เคยเข้าร่วมมาก่อนเห็นตรงกันว่าโครงการนี้ช่วยเพิ่มยอดขายและขยายฐานลูกค้าได้จริง โดยเฉพาะเมื่อมีการขายผ่านแพลตฟอร์มเดลิเวอรีทำให้เข้าถึงลูกค้าได้สะดวกและครอบคลุมมากขึ้น แม้จะมีความกังวลบางอย่าง แต่โดยภาพรวมร้านค้าและผู้บริโภคต่างตื่นตัวและรอคอยการกลับมาของโครงการในรอบใหม่นี้อย่างคึกคัก
  • ในมุมของเจ้าของร้านข้าวมันไก่ที่มียอดขายบน LINE MAN กว่า 1 ล้านบาทต่อเดือน มองว่าการเสียภาษีไม่ใช่อุปสรรค แต่เป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน เพราะการอยู่ในระบบภาษีช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและต่อยอดสู่การขยายกิจการได้ในอนาคต พร้อมเสนอให้ภาครัฐสนับสนุนและส่งเสริมผู้ประกอบการนิติบุคคลมากขึ้น เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจร้านอาหารไทยให้แข็งแกร่งในระยะยาว
  • การใช้เดลิเวอรีเป็นช่องทางที่สะดวกมาก ไม่อยากให้ร้านค้าลังเลที่จะเข้าร่วม ซึ่งจากประสบการณ์การใช้ส่วนตัวมองว่า LINE MAN ตอบโจทย์ ร้านค้ามั่นใจถึงระบบการใช้งานที่เสถียร ไม่ค้าง ซึ่งจากโครงการรอบที่แล้วแอป LINE MAN ก็ไม่มีปัญหา ช่วยให้การจัดการร้านเป็นได้สะดวกรวดเร็ว

คุณธนันท์รัท เกื้อหนุน เจ้าของร้านตำยำยั่ว by โบตั๋น ตัวแทนร้านที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง ชวนร้านเล็กเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน ดันยอดขายโตด้วยแพลตฟอร์มเดลิเวอรี

  • โครงการคนละครึ่งเป็นความหวังของผู้ประกอบการ เพราะเป็นการกระตุ้นให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อง่ายขึ้น และการมีเดลิเวอรียังทำให้ความแออัดหน้าร้านน้อยลง ทำให้ร้านยอดขายโตขึ้น 2-3 เท่า รวมทั้งยังทำให้ร้านเราเป็นที่จดจำมีตัวตนกับลูกค้าเพิ่มขึ้น เช่น การมีรีวิวที่ดีบน LINE MAN ทำให้ร้านเล็กมีศักยภาพสู้กับร้านใหญ่ได้ดีขึ้น
  • ในส่วนการเตรียมตัวเข้าร่วมโครงการคือ การเทรนพนักงานว่าไม่ควรจัดการออเดอร์หนึ่งนานเกิน 15 นาที เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้ร้านค้าและไรเดอร์ไม่ต้องรอนาน
  • ความพิเศษของ LINE MAN ในรอบนี้คือ ลดค่า GP เหลือ 7% จึงอยากเชิญชวนให้ร้านค้าเข้าร่วม เพราะช่วยสร้างการเติบโตของยอดขายได้จริง

เจ้เอ๋ คุณณัฐฐารินทร์ เจ้าหนี้คนดัง ตัวแทนประชาชนผู้ใช้คนละครึ่ง เผยถึงบรรยากาศความคึกคักจากการเปิดใช้คนละครึ่งวันแรก พร้อมเป็นตัวแทนส่งเสียงถึงภาครัฐ เดินหน้าให้ความรู้ภาษีประชาชน

  • ในมุมมองของผู้บริโภคจากจังหวัดสระบุรี พบว่าผู้ประกอบการร้านค้ามีความคึกคักสูงมาก เพราะการมีคนละครึ่งทำให้คนรู้สึกคุ้มค่าที่จะจ่าย และยังเป็นโอกาสให้ร้านเป็นที่รู้จักเพิ่ม นำไปสู่การต่อยอดโอกาสการขายใหม่ ๆ ในอนาคตแม้โครงการจะจบลงไปแล้ว
  • เม็ดเงินจากคนละครึ่งช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายไปทุกหย่อมหญ้าในชุมชนได้จริง ถ้าชาวบ้าน ร้านค้า และไรเดอร์ เมื่อยอดมาคึกคักทุกคนก็มีความหวัง ได้เลี้ยงปากท้อง
  • ส่วนที่ต้องการให้รัฐช่วยสนับสนุนเพิ่มเติมคือ อยากให้รัฐมาช่วยให้ความรู้เรื่องภาษี เพราะชาวบ้านร้านค้าไม่เข้าใจเรื่องระบบภาษี ทำให้ร้านค้ากลัวที่จะเข้าโครงการ โดยการให้ความรู้จะเป็นพื้นฐานที่ทำให้ร้านค้าเข้าใจและกล้าเข้าร่วมโครงการมากขึ้น และนำไปสู่การเติบโตได้ 

เตรียมพร้อมร้านค้าต้องรู้ 3 เรื่อง ก่อนเริ่มรับออเดอร์ ‘คนละครึ่ง พลัส’ กับ LINE MAN บน Wongnai Merchant App ดูรายละเอียดเพิ่มเติม https://www.lmwnmerchantcenter.com/half-half-manual-guide 

สำหรับร้านอาหารที่สมัครเข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ผ่าน LINE MAN ที่แอปถุงเงิน ตั้งแต่วันที่ 3 พฤศจิกายน เป็นต้นไป จะได้รับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ดังนี้

  • รับ 7% GP สำหรับออเดอร์คนละครึ่งพลัส เมื่อสมัครเข้าร่วมโครงการกับ LINE MAN ในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2568  หรือรับ 9% GP สำหรับออเดอร์คนละครึ่งพลัส ที่สมัครเข้าร่วมโครงการหลังวันดังกล่าวจนจบโครงการ
  • คูปองส่วนลดเร่งยอดขายสำหรับร้านค้าเพื่อนำไปทำโปรโมชันสูงสุด  4,000 บาท
  • LINE MAN ออกส่วนลดให้ลูกค้าเพิ่ม 2,500 บาท
  • เครดิตโฆษณาเพิ่มการมองเห็นของร้านในแอปพลิเคชัน สูงสุด 1,000 บาท
  • ขยายระยะทางส่งฟรีเป็น 5 กิโลเมตร
  • สื่อโฆษณา ณ จุดขาย (POSM) เพื่อให้ลูกค้าทราบว่าร้านสามารถสั่งผ่านโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ได้
  • ส่วนลดค่าบริการระบบจัดการร้านอาหาร (POS) สูงสุด 8,000 บาท
  • วงเงินกู้เพื่อร้านค้า นำไปใช้ต่อยอดธุรกิจ
  • กิจกรรมทางการตลาดออนไลน์และออฟไลน์มูลค่ากว่า 200 ล้านบาท เพื่อกระตุ้นยอดขายร้านอาหารทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ
ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: pr@lmwn.com

News Release View More

LINE MAN Wongnai และ กรมอนามัย สานต่อ “หวานน้อยสั่งได้ – เมนูชูสุขภาพ” ปีที่ 3 พบเทรนด์คนไทยสั่ง “ไม่หวานเลย” พุ่ง 160%

LINE MAN Wongnai และกรมอนามัย ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือสานต่อโครงการ “หวานน้อยสั่งได้ – เมนูชูสุขภาพ” สู่ปีที่ 3 เผยความสำเร็จปีที่ผ่านมา ยอดออร์เดอร์ของคนไทยเกินครึ่งสั่งลดหวาน ช่วยลดการบริโภคน้ำตาลไปกว่า 120 ตัน พบเทรนด์คนไทยสั่ง “ไม่หวานเลย” พุ่ง 160% ตั้งเป้าขยายความร่วมมือสู่เมนูอาหารจานหลัก  โครงการ “หวานน้อยสั่งได้ – เมนูชูสุขภาพ” มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนสามารถเข้าถึงอาหารและเครื่องดื่มที่ดีต่อสุขภาพได้ง่ายขึ้น พร้อมสร้างแรงจูงใจให้เลือกบริโภคลดหวาน มัน เค็ม ผ่านบริการฟู้ดเดลิเวอรี ซึ่งจากสถิติพบว่า คนไทยยังบริโภคน้ำตาลและโซเดียมเกินเกณฑ์ที่องค์การอนามัยโลกกำหนด โดยมีคนไทยเสียชีวิตจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) มากถึง 400,000 คนต่อปี หรือคิดเป็น 77% ของการเสียชีวิตทั้งหมด  ความร่วมมือ 2 ปีลดน้ำตาลแล้วกว่า 120 ตัน คนไทยสั่ง “ไม่หวานเลย” พุ่ง 160%  คุณยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai เปิดเผยถึงความสำเร็จของความร่วมมือระหว่างกรมอนามัยและ LINE MAN Wongnai ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา สร้างผลลัพธ์ที่ชัดเจน โดยมีร้านค้าเข้าร่วมกว่า 60,000 ร้านทั่วประเทศ มียอดสั่งเครื่องดื่มแบบหวานน้อยมากถึง 30 ล้านแก้ว หรือคิดเป็น 58% ของยอดสั่งเครื่องดื่มทั้งหมด และมีอัตราการสั่งแบบ “ไม่หวานเลย” เพิ่มขึ้นถึง 160% เมื่อเทียบระหว่างปี 2566 และปี 2567 สามารถช่วยคนไทยลดการบริโภคน้ำตาลได้มากถึง 120 ตัน ส่งผลให้ลดการแจกซองเครื่องปรุงไปได้กว่า 120 ล้านซองตามไปด้วยเช่นกัน เดินหน้าขยายความร่วมมือจากเครื่องดื่มสู่เมนูจานหลัก แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวถึงความร่วมมือในเฟสต่อไป จะขยายจากเมนูเครื่องดื่มสู่กลุ่มอาหารจานหลัก ภายใต้โครงการ “เมนูชูสุขภาพ” และ “เมนูทางเลือก” ที่เน้นการลดน้ำตาล ลดไขมัน และลดโซเดียม โดย LINE MAN Wongnai จะส่งเสริมให้ร้านอาหารบนแพลตฟอร์มพัฒนาสูตรอาหารให้ผ่านเกณฑ์การรับรองจากกรมอนามัย ซึ่งครอบคลุมถึงความปลอดภัยจากเชื้อโรค สารเคมี สารพิษ และต้องมีคุณค่าทางโภชนาการที่เหมาะสมตามเกณฑ์ที่กำหนด ร้านอาหารที่สนใจสามารถขอการรับรองเมนูชูสุขภาพจากกรมอนามัยได้ผ่านโปรแกรมรับรองเมนูชูสุขภาพออนไลน์ (Food4Health) และในอนาคต ผู้บริโภคจะสามารถสั่งอาหารที่เป็นเมนูชูสุขภาพได้โดยตรงบนแพลตฟอร์ม LINE MAN พร้อมทั้งมีกิจกรรมส่งเสริมการขาย เช่น โปรโมชั่นลดการแจกซองเครื่องปรุงรส สำหรับผู้บริโภคที่ต้องการลดการปรุงรส ซึ่งจะเป็นการสร้างการรับรู้ และสร้างพฤติกรรมการบริโภคที่ดีต่อสุขภาพ นอกจากนี้ภายในงานลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทาง LINE MAN Wongnai และกรมอนามัย ได้มอบ “ป้ายเมนูชูสุขภาพ และหวานน้อยสั่งได้” ให้แก่ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ โดยหนึ่งในร้านที่เข้ารับมอบป้ายในครั้งนี้ ได้แก่ ร้าน “อีกา” ร้านอาหารไทยสูตรชุมชนในเครือ It’s Happened to be A Closet และร้าน “ชาตรามือ” ตำนานร้านชาไทยที่อยู่เคียงคู่คนไทยมานาน ซึ่งเป็นร้านที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของผู้บริโภค และพร้อมขับเคลื่อนแนวคิดอาหารสุขภาพร่วมกับภาครัฐและเอกชน โครงการ “หวานน้อยสั่งได้ – เมนูชูสุขภาพ” ถือเป็นต้นแบบของความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนที่สามารถนำแนวคิดเชิงนโยบายไปสู่การปฏิบัติจริง เพื่อสร้างพฤติกรรมการบริโภคที่ดีให้กับประชาชนไทยอย่างยั่งยืน ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ  ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: pr@lmwn.com

LINE MAN Wongnai

26 Mar 2025

Self Delivery ใหม่! ให้ร้านรับ-ส่งเดลิเวอรีเอง บน Wongnai Merchant App

Wongnai เพิ่มทางเลือกให้ร้านอาหารยุคเดลิเวอรีด้วยฟีเจอร์ล่าสุด “Self Delivery (ร้านส่งเอง)” บน Wongnai Merchant App (WMA) ช่วยให้ร้านอาหารกำหนดค่าส่งและวิธีการส่งเดลิเวอรีที่เหมาะสมได้เอง ไม่ว่าจะเป็น ใช้พนักงานที่ร้าน ใช้บริการคนขับ LINE MAN หรือวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง โดยรับออร์เดอร์อัตโนมัติจากลูกค้าได้อย่างง่ายดายผ่าน LINE OA สำหรับผู้ประกอบการร้านอาหารที่สนใจ 100 ท่านแรก สามารถใช้ฟีเจอร์นี้ได้ ฟรี ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2563 ลงทะเบียนได้ที่ Self Delivery ระบบรับ – ส่งออเดอร์เดลิเวอรีด้วยตัวเอง ผ่าน Wongnai Merchant App (WMA) “Self Delivery (ร้านส่งเอง)” ฟีเจอร์ล่าสุดบน Wongnai Merchant App (WMA) ตัวช่วยใหม่ที่จะช่วยคุมต้นทุนค่าส่งอาหารเดลิเวอรี เหมาะกับร้านที่อยากทำเดลิเวอรีของตัวเอง หรือมีการทำเดลิเวอรีโดยรับออร์เดอร์ผ่าน LINE OA อยู่แล้ว สะดวก ง่าย จัดการได้เอง ดังนี้ ควบคุมต้นทุนค่าส่งเดลิเวอรีได้เอง ร้านอาหารสามารถตั้งราคาค่าส่งเองได้ เช่น ใช้วิธีคิดค่าส่งราคาเดียว (Flat Rate) ในรัศมีที่กำหนด หรือส่งฟรีเมื่อลูกค้าสั่งอาหารถึงยอดขั้นต่ำ หรือเลือกคิดราคาค่าส่งตามจริงก็ได้ตามสะดวก เลือกวิธีการส่งเดลิเวอรีที่เหมาะกับร้านได้ ร้านอาหารสามารถเลือกวิธีการส่งอาหารได้เอง ไม่ว่าจะเป็น ใช้พนักงานที่ร้าน หรือใช้บริการคนขับ LINE MAN หรือวินมอเตอร์ไซต์ เพื่อไปส่งอาหารให้ลูกค้าก็ได้ตามสะดวก รับออร์เดอร์อัตโนมัติผ่าน LINE OA (Official Account) ได้เลย ให้ลูกค้าสั่งอาหารผ่าน LINE OA ของร้านได้ทันทีที่ปุ่ม Rich Menu ด้านล่างได้อย่างสะดวก โดยออเดอร์จะเข้ามาที่แอป Wongnai Merchant App (WMA) ทันที รับออเดอร์สะดวก โดยเจ้าของร้านไม่ต้องตอบไลน์เอง เช็คที่อยู่ของลูกค้าได้แม่นยำ หมดปัญหาพิกัดไม่ชัดเจน เพราะระบบจะแสดงที่อยู่พร้อมแผนที่ให้ตั้งแต่มีออเดอร์เข้ามา ทำให้การจัดส่งราบรื่นยิ่งขึ้น ตรวจสอบการชำระเงินและสรุปยอดขายได้ทันที เมื่อลูกค้าชำระเงินแล้ว ระบบจะแสดงหลักฐานการชำระเงินบน Wongnai Merchant App (WMA) ให้ทันที โดยไม่ต้องกลับเข้าไปดูใน LINE OA ให้ยุ่งยาก รวมถึงยังสามารถดูสรุปยอดขายรายวันได้อีกด้วย ผู้ประกอบการร้านอาหาร 100 ท่านแรก สามารถใช้ฟีเจอร์ “Self Delivery (ร้านส่งเอง)” ได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2563 ลงทะเบียนได้ที่ Self Delivery ระบบรับ – ส่งออเดอร์เดลิเวอรีด้วยตัวเอง ผ่าน Wongnai Merchant App (WMA) ดาวน์โหลด Wongnai Merchant App (WMA) แอปพลิเคชันรับออเดอร์เดลิเวอรีจาก LINE MAN ได้ทั้งระบบ iOS และ Android และสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมค้นหา “Wongnai for Business” ผ่าน LINE Official Accounts หรือคลิก ที่นี่

LINE MAN Wongnai

27 May 2020

LINE MAN Crowns 2025 the Year of Matcha, Orders Surge 300% to 6.5 Million Cups; “Tum Pu Pla Ra” Ranks Top-ordered Food with 8 Million Plates

LINE MAN, Thailand’s No.1 food delivery platform, has released its 2025 food trends based on insights from more than 10 million users and over 700,000 restaurants nationwide. The data shows that spicy flavors remain core to Thai preferences, with “tum pu pla ra (Spicy papaya salad with pickled crab and fermented fish sauce)” taking the most-ordered dish at over 8 million plates across the country. On the drinks side, “matcha” emerged as the year’s fastest-growing trend, hitting more than 6.5 million cups and surging over 300% year-on-year making it the platform’s fastest-rising beverage. Matcha Becomes the Year’s Hottest Drink, Surpassing 6.5 Million Orders emerging as 2025’s “Affordable Luxury” Matcha led the platform as the biggest-growing menu of the year, with orders rising 300% year-on-year and surpassing 6.5 million cups. The trend reflects a growing focus on healthy drinks, positioning matcha as 2025’s new “affordable luxury” drink. Other fast-growing menu items include: Thais Embrace Spicy Flavors as “Tum Pu Pla Ra” Becomes the Most-Ordered Dish, Searches for Som Tum, Yum, and Mala Hit 16 Million LINE MAN data shows that “Tum pu pla ra” claimed the No.1 spot as Thailand’s most-ordered dish of 2025, with more than 8 million servings nationwide. After years of competing closely with the ever-popular “Fried chicken”, tum pu pla ra secured a decisive win this year,  reaffirming that bold, spicy flavors remain at the heart of Thai food culture. This craving for heat is reflected in search behavior: menu searches for “som tum,” “yum” and “mala” surpassed 16 million in 2025. Other top-ordered dishes on the platform include Fried rice, Fried chicken, Hainanese chicken rice, and Crispy pork with basil. Popular search categories also included Noodles, Made-to-order Thai dishes, Single-plate meals, and Curry and rice shops. Ice Green Milk Tea Emerges as the New Fan-Favorite Drink of the Year This year saw a major shake-up in the beverage category, with “Iced green milk tea” rising to the top as the most-ordered drink on LINE MAN, overtaking “Black coffee”. This shift reflects the continued momentum of the matcha trend but with matcha’s higher price point, iced green milk tea has become the perfect substitute, offering a similar tea-forward flavor and appealing color at a more affordable, accessible price. Other top beverages included Black coffee, Iced espresso, Milk tea, and Thai tea, highlighting the fast-paced urban lifestyle where coffee and sweet drinks play a key role in keeping consumers energized throughout the day. “Rice and curry” Surges Past 65 Million Orders as Thailand’s Go-To Fast Food The familiar comfort of “Rice and curry” has proven its strength as Thailand’s version of fast food, with annual orders surpassing 65 million, up 8% from last year. The growth reflects how well these shops have adapted to the rise of food delivery. Today, rice and curry vendors account for more than 10% of all restaurants on LINE MAN. The most popular dishes were Fried pork and Fried pork patties, followed by Boiled eggs in sweet brown soup, Red curry, Stir-fried curry paste, and Green curry. Its continued dominance comes from the category’s core strengths: convenience, speed, and affordability. Making it a reliable everyday meal for consumers, especially during times of tightened spending. LINE MAN continues to lead Thailand’s food delivery market with comprehensive nationwide restaurant coverage and services built around what Thai consumers truly need. The company remains committed to enhancing service quality, offering high-value promotions, and understanding local behaviors across regions to deliver the best possible experience every day. For press inquiries, please contactLINE MAN Wongnai’s Corporate Communication team: pr@lmwn.com 

LINE MAN Wongnai

12 Dec 2025

LINE MAN Wongnai เผยยอดสั่ง “ข้าวแกง” ทะลุ 52 ล้านจาน ดัน Fast Food แบบไทยโกอินเตอร์ ในเวที “สุดยอดแชมป์ข้าวแกงไทยสู่สากล”

LINE MAN Wongnai เผยยอดสั่ง “ข้าวแกง” ทะลุ 52 ล้านจานทั่วไทยในช่วง 9 เดือนแรกปี 2025 สวนกระแสตลาดอาหารทั่วไปที่มียอดขายร้านเดิมลดลง -14% ขณะที่ร้านข้าวแกงลดลงเพียง -4% สะท้อนจุดแข็ง Fast Food แบบไทยที่ทั้งสั่งได้เร็ว เข้าถึงง่าย และราคาย่อมเยา ล่าสุดจับมือสมาคมภัตตาคารไทย เปิดศึก “สุดยอดแชมป์ข้าวแกงไทยสู่สากล” ดันเมนูตำนานข้างทางสู่เวทีโลกและหนุนการเติบโตของร้านอาหารรายย่อย ร้านข้าวแกงครอง 10% ของร้านบน LINE MAN ยอดสั่งทะลุ 52 ล้านจาน ตลาด Fast Food แบบไทยยังแกร่ง คุณอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ รองประธานฝ่ายนโยบายสาธารณะและรัฐกิจสัมพันธ์ LINE MAN Wongnai ให้ข้อมูลว่า “ร้านข้าวแกงเล็กๆ ข้างทางปรับตัวสู่เดลิเวอรีได้อย่างรวดเร็วเพื่อขยายฐานลูกค้าให้กว้างกว่าเดิม ปัจจุบันมีร้านข้าวแกงบน LINE MAN มากกว่า 10% ของร้านอาหารทั้งหมดบนแพลตฟอร์ม นอกจากนี้ข้อมูลจาก Wongnai POS ในไตรมาสที่ 2 ปี 2025 พบว่ายอดขายร้านเดิม (Same store sales) ของร้านข้าวแกงลดลงเพียง -4% ในขณะที่ร้านอาหารทั่วไปยอดตกเฉลี่ยถึง -14% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สะท้อนให้เห็นว่า Fast Food แบบไทยยังคงไปต่อได้ดีในยุคเศรษฐกิจผันผวน เนื่องจากเป็นเมนูที่คนไทยกินได้ทุกมื้อ ทุกวัน สะดวกรวดเร็ว และราคาเข้าถึงง่าย” โดยเมนูข้าวแกงที่มีคนสั่งสูงที่สุด 3 อันดับ ได้แก่ อันดับ 1 ไข่พะโล้ เมนูที่ถูกจุดกระแสโดย ‘พี่เอ ศุภชัย’ ตั้งแต่ปีก่อนและยังคงครองความนิยมต่อเนื่อง อันดับ 2 หมูก้อนทอด และอันดับ 3 แกงเหลือง ยอดสั่งข้าวแกงรวมทุกเมนูบน LINE MAN ตั้งแต่เดือนมกราคม-กันยายน 2025 เสิร์ฟไปแล้วกว่า 52 ล้านจานใน 77 จังหวัดทั่วไทย เราเห็นศักยภาพของร้านข้าวแกงที่สามารถเติบโตไปได้ไกลทั้งในประเทศและต่างประเทศ จึงมีความยินดีอย่างยิ่งที่จะได้สนับสนุนทุกร้านที่ผ่านการคัดเลือกในการเข้าแข่งขันครั้งนี้ ด้าน คุณฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย กล่าวว่า “การจัดการแข่งขันครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่ออนุรักษ์และยกระดับข้าวแกงไทยในฐานะมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ พร้อมตอกย้ำถึงความสำคัญของข้าวแกงที่สะท้อนเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม และยังมีบทบาทสำคัญในขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ทั้งในมิติการท่องเที่ยว ภาคบริการ และการกระจายรายได้สู่ร้านค้ารายย่อยและชุมชนฐานรากทั่วประเทศ เนื่องจากข้าวแกงถือเป็นเมนูที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวที่อยากสัมผัสรสชาติไทยแท้ได้อย่างใกล้ชิด ซึ่งเรารู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับ LINE MAN Wongnai ในโครงการประกวดนี้ เพื่อเป็นตัวกลางในการเชื่อมต่อร้านข้าวแกงให้เข้าถึงการสนับสนุนจากภาครัฐและเข้าถึงลูกค้าได้กว้างขึ้น ผ่านบริการเดลิเวอรีที่เข้าใจลูกค้าคนไทย ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการสร้างคุณค่าและเรื่องราวให้ข้าวแกงไทยเป็นซอฟต์พาวเวอร์ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน” คุณลุงบุญช่วย เทอดทูลกิติกุล เจ้าของร้านนายอู๋ ข้าวแกงสามย่าน – ปทุมวัน กล่าวว่า “จุดเด่นของร้านเราคือรสชาติข้าวแกงที่คนไทยคุ้นเคย และมีเมนูให้เลือกเกือบร้อยรายการ ทำให้ลูกค้ากินได้ทุกวันโดยไม่รู้สึกเบื่อ ที่สำคัญยังใช้วัตถุดิบคุณภาพดีในราคาย่อมเยาที่ทุกคนเข้าถึงได้ ไม่ว่าจะเป็นคนทำงาน นักศึกษา หรือแม้แต่นักท่องเที่ยวที่อยากสัมผัสรสชาติอาหารไทยแบบท้องถิ่น โดยเราตัดสินใจเพิ่มช่องทางขายบนแพลตฟอร์มเดลิเวอรีอย่าง LINE MAN เข้ามา เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงรสชาติข้าวแกงแบบนี้ได้ง่ายขึ้น ซึ่งได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากลูกค้าหลายคน จนกลายเป็นร้าน LINE MAN Only ที่มียอดขายสูงสุด และยังเป็นขวัญใจลูกค้าจนได้รางวัล LINE MAN Wongnai Users’ Choice ซึ่งถือเป็นความภาคภูมิใจที่ทำให้เราเห็นว่าข้าวแกงมีเสน่ห์และคุณค่าที่เป็นที่ยอมรับ รวมทั้งยังรู้สึกขอบคุณที่ภาครัฐและเอกชนร่วมกันจัดงานแข่งขันขึ้น เพื่อส่งเสริมข้าวแกงไทยให้ดังไกลไประดับโลก” นอกจากนี้ ภายในงานยังมีร้านข้าวแกงและขนมไทยชื่อดังมาร่วมส่งเสริมและยกระดับชื่อเสียงของข้าวราดแกงไทยให้เป็นที่รู้จัก อาทิ Kai chef house ร้านอาหารไทยรสจัดจ้านฝีมือเชฟไก่, ร้านส้มตำคุณกัญจณ์ ที่มีทั้งอาหารอีสานและขนมไทยรสชาติดั้งเดิม, กิ่งหลิว ร้านขนมเค้กและเบเกอรี่ที่โดดเด่นเรื่องชิฟฟ่อน, หมี่คลุกโบราณบ้านแม่ติ๋ม, และ Y-Prepper ร้านอาหารและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ที่เน้นเมนูจากวัตถุดิบจากธรรมชาติ โครงการประกวดอาหาร สุดยอดแชมป์ข้าวแกงไทยสู่สากล “Khao Gaeng” Thai Curry Rice Championship 2025 จัดขึ้นเพื่ออนุรักษ์และยกระดับเมนูข้าวแกงไทย อาหารตำนานที่อยู่คู่สังคมไทยให้ก้าวสู่เวทีโลก ผ่านการแข่งขันตลอด 3 วันเต็ม ระหว่างวันที่ 17–19 ตุลาคม ณ ชั้น 4 ตึก Phenix ประตูน้ำ เพื่อเฟ้นหาสุดยอดร้านข้าวแกงที่โดดเด่นด้านรสชาติและยกระดับมาตรฐานสู่สากล สำหรับทุกร้านที่ผ่านการคัดเลือกเพื่อเข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้ จะได้รับการสนับสนุนจาก LINE MAN Wongnai ดังนี้ การแข่งขันจะแบ่งออกเป็น 3 รอบ ได้แก่ Skills Challenge Day, Creativity Challenge Day และ Grand Finale Day รวมทั้งยังมีการจัดกิจกรรมเรียนรู้เชิง Interactive เสวนาเชิงวิชาการ เวิร์กชอป และการแสดงศิลปวัฒนธรรม เพื่อมุ่งสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้ข้าวแกงไทยในฐานะ Soft Power ที่ทรงพลังของชาติ โดยผู้ชนะเลิศจะได้รับโล่เกียรติยศและประกาศนียบัตร “Professional ข้าวแกงไทย” จากสมาคมภัตตาคารไทยและพันธมิตร พร้อมเงินรางวัล 100,000 บาท รองชนะเลิศอันดับ 1-4 รับเงินรางวัลตั้งแต่ 10,000 – 50,000 บาท พร้อมโล่และประกาศนียบัตร รวมมูลค่ารางวัลทั้งหมดกว่า 200,000 บาท ผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดโครงการเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: สมาคมภัตตาคารไทย และ Facebook: Khao Gaeng – Thai Curry Rice Championship 2025 ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: pr@lmwn.com

LINE MAN Wongnai

19 Sep 2025