LINE MAN Wongnai จับมือ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และ  สำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ลงนามบันทึกความร่วมมือเพื่อยกระดับร้านอาหารที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ‘ฮาลาล’ สู่แพลตฟอร์มดิจิทัล เปิดหมวดร้านอาหาร ‘ฮาลาล’ บนแอปฯ ยกระดับร้านที่ได้มาตรฐานสู่ผู้ใช้ไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มมุสลิมที่มีจำนวนมากและมีกำลังซื้อสูง พร้อมสร้างมาตรฐานความน่าเชื่อถือให้ธุรกิจร้านอาหารไทย ชี้โอกาสทองตลาดอาหารฮาลาล มูลค่าแตะล้านล้านดอลลาร์

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า “ความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันธุรกิจร้านอาหารฮาลาลไทยให้ก้าวสู่มาตรฐานสากล ซึ่งเป็นการสร้างโอกาสทางการตลาดใหม่ ๆ และสร้างแรงขับเคลื่อนสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน กรมพัฒนาธุรกิจการค้ามองเห็นความสำคัญของการสร้างโอกาสให้กับร้านอาหารฮาลาล โดยมีสำนักงานคณะกรรมการกลางฯ เข้ามาร่วมตรวจสอบและออกหนังสือรับรองมาตรฐานเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคชาวมุสลิม นักชิมไทย และต่างประเทศ ปัจจุบัน มูลค่าตลาดอาหารฮาลาลทั่วโลกเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าปี 2568 จะมีมูลค่าสูงกว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าธุรกิจฮาลาลเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมดาวรุ่งที่ผู้ประกอบการไทยควรเร่งใช้ประโยชน์เพื่อโอกาสในการแข่งขันได้ทั้งในตลาดในประเทศและต่างประเทศ” 

ด้าน พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ เลขาธิการคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย กล่าวเสริมว่า “การรับรองมาตรฐานฮาลาลไม่เพียงตอบสนองความต้องการด้านศาสนา แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความมั่นใจและเพิ่มมูลค่าให้แก่ธุรกิจร้านอาหาร ซึ่งจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจฮาลาลของไทย”

นายยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “ปัจจุบันเรามีร้านอาหารที่ได้รับการรับรองมาตรฐานฮาลาลทั่วประเทศอยู่บนแพลตฟอร์มแล้วกว่าร้อยละ 70 และยังมีแผนขยายจำนวนร้านอาหารฮาลาลในพื้นที่บริการเดลิเวอรีทั้ง 77 จังหวัด เพื่อช่วยเพิ่มความมั่นใจแก่ผู้บริโภคชาวมุสลิมที่มองหาร้านที่ได้รับมาตรฐานการรับรองจาก สำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยจริงๆ และยกระดับผู้ประกอบการร้านอาหารฮาลาลไทยก้าวสู่แพลทฟอร์มดิจิทัลอย่างเต็มศักยภาพ”

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีร้าน ช่อมาลี (Chormalee Bistro) ร้านอาหารไทย-มุสลิมสมัยใหม่ ที่เป็นตัวแทนร้านอาหารที่ได้รับมาตรฐานฮาลาลและอยู่บนแพลตฟอร์ม LINE MAN เข้าร่วมพิธีลงนาม พร้อมนำเมนูจากทางร้านมาให้ผู้เข้าร่วมงานได้ลองชิม การได้รับมาตรฐานฮาลาล เป็นเสมือนตรารับรองคุณภาพที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจและความน่าเชื่อถือให้กับร้านอาหารและเมื่อผนวกเข้ากับพลังของแพลตฟอร์มที่มีฐานผู้ใช้งานแข็งแกร่ง จะช่วยขยายโอกาสทางธุรกิจได้อย่างแท้จริง

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ
ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: pr@lmwn.com

News Release View More

LINE MAN Wongnai เข้าซื้อกิจการสตาร์ทอัพไทย FoodStory รุกขยายธุรกิจ Merchant Solutions ครอบคลุมทุกตลาดร้านอาหารในไทย 

LINE MAN Wongnai ประกาศบรรลุข้อตกลงเพื่อเข้าซื้อกิจการ FoodStory สตาร์ทอัพไทยผู้พัฒนาระบบ POS สำหรับร้านอาหาร เพื่อเสริมแกร่งกลุ่มธุรกิจ Merchant Solutions ตั้งเป้าพัฒนาโซลูชันที่ตอบโจทย์ร้านอาหารมากที่สุดและขยายครอบคลุมทุกตลาดร้านอาหารในไทย FoodStory เป็นสตาร์ทอัพผู้พัฒนาระบบ POS ที่มีประสบการณ์ทำงานใกล้ชิดกับผู้ประกอบการร้านอาหารทั่วประเทศมานานกว่า 11 ปี การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้เป็นอีกก้าวสำคัญของ LINE MAN Wongnai ในการรวมทรัพยากรด้านเทคโนโลยี บุคลากร และความเชี่ยวชาญระหว่าง LINE MAN Wongnai และ FoodStory เป็นหนึ่งเดียวกัน เพื่อพัฒนาระบบบริหารจัดการร้านอาหารทั้ง POS และ Merchant App ที่ตอบโจทย์ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ร้านอาหารในไทย ตอกย้ำผู้นำเบอร์ 1 ของตลาด POS ในไทย คุณยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “การเข้าซื้อกิจการ FoodStory ในครั้งนี้เป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญในการตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดในกลุ่มธุรกิจ Merchant Solutions หลังจากทำงานร่วมกันมาตั้งแต่ปี 2561 ทำให้เราเชื่อมั่นว่า FoodStory คือบริษัทสตาร์ทอัพไทยที่พัฒนาผลิตภัณฑ์และระบบการจัดการร้านอาหารได้ลึกที่สุดและแข็งแกร่งที่สุด ช่วยเหลือร้านอาหารให้บริหารจัดการร้านได้ดีขึ้น ซึ่งตรงตามพันธกิจของ LINE MAN Wongnai – ช่วยให้คนไทยมีชีวิตที่ดีขึ้น” คุณเอกลักษณ์ วิริยะโกวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ Lifestyle & Solution Services LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “ปัจจุบัน Wongnai POS ระบบจัดการร้านอาหารแบบครบวงจร ถือเป็นผู้นำตลาด POS สำหรับร้านอาหาร มีผู้ประกอบการร้านอาหารไว้วางใจใช้งานมากกว่า 50,000 ร้าน มากที่สุดในไทย ตลาดยังมีแนวโน้มเติบโตขึ้นหลังจากโควิด-19 คลี่คลาย รวมถึงต้องการนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อบริหารจัดการร้านแบบองค์รวมที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น การเข้าซื้อกิจการ FoodStory ที่เชี่ยวชาญในตลาดร้านอาหารระดับพรีเมียมและร้านอาหารเชน จะช่วยให้สามารถพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ที่ตอบโจทย์ร้านอาหารทุกประเภทในตลาดได้ลึกขึ้น ครบถ้วนมากขึ้น และรวดเร็วกว่าเดิม” คุณฐากูร ชาติสุทธิผล ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ลีฟวิ่ง โมบาย จำกัด ผู้พัฒนาระบบ FoodStory เสริมว่า “ตลอด 11 ปีในธุรกิจระบบ POS สำหรับร้านอาหาร เรายึดมั่นพันธกิจในการสร้าง Restaurant Ecosystem ที่ครบวงจรสมบูรณ์ ด้วยมุมมองที่ตรงกันกับ LINE MAN Wongnai เราเชื่อว่าการรวมกันนี้จะยกระดับอุตสาหกรรมร้านอาหารในประเทศไทยให้เติบโตไปอีกขั้น อีกทั้งเปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานระบบ FoodStory ในปัจจุบันจะสามารถเข้าถึงระบบนิเวศของ LINE MAN Wongnai ได้เพิ่มเติมอีกด้วย” ผู้ร่วมก่อตั้ง FoodStory ได้แก่ คุณฐากูร ชาติสุทธิผล และคุณชวิน ศุภวงศ์ จะเข้ามารับตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงของกลุ่มธุรกิจ Merchant Solutions รวมถึงพนักงานกว่า 150 คนจะเข้ามาอยู่ภายใต้การดูแลของคุณเอกลักษณ์ วิริยะโกวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ Lifestyle & Solution Services LINE MAN Wongnai  ### เกี่ยวกับ LINE MAN Wongnai LINE MAN Wongnai คือบริษัทเทคสตาร์ตอัพที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีมูลค่าบริษัทมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังการระดมทุนซีรีส์บีที่นำโดย GIC และ LINE บริษัทตั้งเป้าสู่การเป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซด้านบริการครบวงจร ได้แก่ ส่งอาหาร สินค้า แท็กซี่ เมสเซนเจอร์ รีวิวร้านอาหาร และโซลูชันสำหรับร้านอาหาร บริษัทขับเคลื่อนโดยพนักงานกว่า 1,000 คนที่ทุ่มเทเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง เชื่อมต่อผู้ใช้หลายล้านคนในไทยเพื่อยกระดับชีวิตให้ดีขึ้น เกี่ยวกับ FoodStory FoodStory POS เป็นแบรนด์ผู้ให้บริการโซลูชัน ณ จุดขายสำหรับอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ภายใต้การบริหารโดยบริษัท ลีฟวิ่ง โมบาย จำกัด และได้รับการระดมทุนรอบ Series B จาก Beacon VC บริษัทการเงินร่วมลงทุนของธนาคารกสิกรไทย ร่วมกับ JWD Group ด้วยอินเทอร์เฟซที่ใช้งานง่าย การรายงานที่ครอบคลุม เครื่องมือการจัดการเมนูแบบไดนามิก ทำให้ FoodStory ก้าวขึ้นสู่แบรนด์ยอดนิยมอันดับ 1 ที่ผู้ประกอบการร้านอาหารไว้วางใจมากที่สุด 

LINE MAN Wongnai

20 Jul 2023

LINE MAN Wongnai จัดกิจกรรม Junior Case Competition 2026 ปั้นคนรุ่นใหม่ด้วยโจทย์ธุรกิจและ Data จริง

LINE MAN Wongnai เดินหน้าส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพคนรุ่นใหม่ ผ่านโครงการ “LINE MAN Wongnai Junior Case Competition 2026” เวทีแข่งขันวิเคราะห์ธุรกิจสำหรับนักศึกษาทั่วประเทศ เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้จากโจทย์ธุรกิจจริง พร้อมใช้ Data จริงในการพัฒนา Business Strategy เพื่อฝึกทักษะสำคัญที่จำเป็นต่อโลกธุรกิจยุคใหม่ ตอกย้ำบทบาทในฐานะ Tech Platform ไทยที่ส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพคนรุ่นใหม่ไทย ผ่านการนำ Data ผู้ใช้จริงมาสร้างพื้นที่การเรียนรู้นอกห้องเรียน LINE MAN Wongnai ตั้งเป้าพัฒนาทักษะศักยภาพของคนรุ่นใหม่เพื่อร่วมกันสร้าง Tech Platform ที่เป็นความภาคภูมิใจของประเทศ โครงการ LINE MAN Wongnai Junior Case Competition ครั้งแรกนี้ เปิดโอกาสให้นักศึกษาปริญญาตรีทุกชั้นปีและทุกสาขาทั่วประเทศ รวมทีม 3-4 คน ลงพื้นที่จริงเพื่อสำรวจปัญหาและความต้องการของผู้บริโภคด้วยตัวเอง “ทักษะที่สำคัญในยุคนี้ คือความสามารถในการปรับตัว” นี่คือแนวคิดที่สะท้อนผ่านโครงการ “LINE MAN Wongnai Junior Case Competition 2026” ครั้งแรกของเวทีแข่งขันโจทย์ธุรกิจจริงจาก LINE MAN Wongnai ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาทั่วประเทศ ได้ลงสนามจริง ใช้ข้อมูลจริง และได้ทดลองพัฒนากลยุทธ์เพื่อแก้โจทย์ธุรกิจบนแพลตฟอร์มออนดีมานด์อันดับหนึ่งของไทยที่มีผู้ใช้งานกว่า 10 ล้านคน และได้มีโอกาสสัมผัสประสบการณ์การ Pitch แผนธุรกิจแบบสด ๆ กับ CEO สตาร์ตอัปยูนิคอร์นตัวจริงของไทย คุณยอด ชินสุภัคกุล เพื่อชิงเงินรางวัลรวม 100,000 บาท    ยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai อธิบายถึงเบื้องหลังแนวคิดนี้ว่า “โครงการนี้คือ Sandbox ของบริษัทเทคโนโลยีที่ผลักดันให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากการลงมือทำจริง ที่สำคัญคือการลับความสามารถในการปรับตัวให้คมขึ้น เพราะโลกธุรกิจออนดีมานด์ปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงในระดับวินาทีและการแข่งขันสูง คนรุ่นใหม่จะต้องฝึกวิธีคิดแบบเดียวกับที่เกิดขึ้นในบริษัทสตาร์ตอัป ทั้งการตั้งคำถาม การหาอินไซต์ และการออกแบบแนวทางแก้ปัญหา โดยใช้ Data เป็นเครื่องมือในการตัดสินใจ แต่ละโครงการของ 6 ทีมสุดท้ายที่มานำเสนอมีความน่าสนใจและสามารถต่อยอดเป็นโครงการได้จริง” 3 ไอเดียธุรกิจ จาก Pain Point สู่กลยุทธ์ที่ทำได้จริง การจัดโครงการในปีนี้ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม โดยมีผู้สมัครกว่า 300 ทีม ก่อนจะถูกคัดกรองอย่างเข้มข้นจนเหลือ 6 ทีมสุดท้าย ที่ต้องมานำเสนอแผนกลยุทธ์ต่อผู้บริหารระดับสูงของ LINE MAN Wongnai เพื่อชิงเงินรางวัลรวมกว่า 100,000 บาท โดย 3 ทีมผู้ชนะในปีนี้ต่างมีจุดเด่นในการแก้ปัญหาของผู้บริโภคกลุ่ม Gen Z ได้อย่างเฉียบคม ได้แก่ ผู้ชนะเลิศ ทีม 2AM จาก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คว้ารางวัล 50,000 บาท ด้วยการหยิบกลยุทธ์ “ง่ายและไว” หลังพบว่าอุปสรรคที่ทำให้นักศึกษาไม่สมัคร LINE MAN VIP ไม่ใช่เรื่องของราคา แต่คือ ความลังเลและขั้นตอนที่ดูซับซ้อนในการเข้าถึงสิทธิประโยชน์  ทีมจึงปรับขั้นตอนให้ง่ายและรวดเร็วต่อการใช้งาน พร้อมทั้งยังออกแคมเปญฮีโร่อย่าง SME Smile และ เด็กเกษตร  โดยเปลี่ยนโรงอาหารซึ่งเป็นพื้นที่รวมตัวของนักศึกษาในช่วงเวลาพักเที่ยง ให้กลายเป็นพื้นที่จัดกิจกรรม ควบคู่ไปกับการแจกโค้ดจากการเล่นเกมผ่านโซเชียลมีเดียที่ร่วมมือกับสโมสรนิสิตและมหาวิทยาลัยต่าง ๆ เพื่อเจาะตรงถึงคอมมูนิตี้นักศึกษา รองชนะเลิศอันดับ 1 ทีม What’s Your GPA ? จาก สจล. คว้ารางวัล 30,000 บาท ด้วยการต่อยอดแนวคิด “Zero-Waste Marketing” เพื่อลดภาระค่าครองชีพให้ Gen Z โดยผลักดันให้ LINE MAN กลายเป็นแอปหลักที่ขาดไม่ได้ในชีวิตประจำวัน ผ่านการเจาะกลุ่มผู้ใช้งานระบบ KMITL UApp ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันมือถืออย่างเป็นทางการของมหาวิทยาลัย และสร้างทีมแอมบาสเดอร์ The Survivor ซึ่งเป็นการคัดเลือกตัวแทนนักศึกษาที่เป็นไมโครอินฟลูเอนเซอร์สาย Real Lifestyle จากคณะต่าง ๆ เพื่อช่วยแชร์เรื่องราวและแชร์ทริคการใช้ชีวิตสุดคุ้ม ผ่านการทำคอนเทนต์วิดีโอสั้น ซึ่งเป็นวิธีที่เข้าถึงใจเพื่อนนักศึกษาด้วยกันเอง รองชนะเลิศอันดับ 2 ทีม Manova จาก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คว้ารางวัล 20,000 บาท ด้วยแนวคิด “เพื่อน-รัก-LINE MAN” ที่มุ่งช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพจากรายได้ที่จำกัดของนักศึกษาและใช้กลยุทธ์ Gamification ดึงดูดให้นักศึกษาเข้ามาทำภารกิจสนุก ๆ ร่วมกัน เช่น กิจกรรม ‘VIP Hunter’ หรือการแชร์โมเมนต์ไลฟ์สไตล์เพื่อสะสมแต้ม แล้วนำไปปลดล็อกรางวัลได้ทันที เป็นการเปลี่ยนมุมมองเรื่องการจ่ายค่าส่งให้กลายเป็นเรื่องที่สนุกและคุ้มค่า สร้างความผูกพันระหว่างแบรนด์กับกลุ่มนักศึกษาได้ “Fail Fast, Learn Faster” บทเรียนที่มีค่ากว่ารางวัล สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจที่สุดจากการแข่งขันครั้งนี้ คือทัศนคติในการรับมือกับความไม่แน่นอน ตัวแทนจากทีม 2AM เจ้าของรางวัลชนะเลิศ เปิดเผยอินไซต์ที่ได้เรียนรู้ว่า ในโลกธุรกิจจริงไม่มีแผนไหนที่สมบูรณ์แบบตั้งแต่ครั้งแรก หลายครั้งที่ทีมเจอความล้มเหลวจากกิจกรรมที่ไม่ตอบโจทย์ หรืออินไซต์ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ด้วยข้อจำกัดด้านเวลา พวกเขาจึงเลือกหยิบเอาวิถีการทำงานแบบ LINE MAN Wongnai Startup Spirit มาเป็นอาวุธสำคัญ นั่นคือแนวคิด Fail Fast, Learn Faster “ถ้าแผนไหนไม่เวิร์กก็รีบกลับมาปรับและทดลองใหม่ทันที” ซึ่งตลอดการแข่งขันนี้ได้ให้ประสบการณ์ที่มีค่ากับพวกเราคือ การทำธุรกิจยุคนี้ไม่ได้วัดกันแค่ไอเดีย แต่คือความสามารถในการปรับตัวและเรียนรู้จากสถานการณ์จริงให้เร็วที่สุด” ท้ายที่สุด โครงการ Junior Case Competition สะท้อนให้เห็นความเชื่อของ LINE MAN Wongnai ที่ว่า ศักยภาพของคนรุ่นใหม่จะเติบโตได้ดีที่สุด ก็ต่อเมื่อพวกเขาได้รับโอกาสในการลงมือทำ โครงการนี้คือพื้นที่จำลองโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแผนบนหน้าจอให้กลายเป็นผลงานจริง โดยไอเดียของทีมผู้ชนะจะถูกนำไปเพื่อต่อยอดปรับใช้เป็นแคมเปญจริงบนแพลตฟอร์ม นี่จึงเป็นเวทีที่พิสูจน์ว่า ไอเดียของนักศึกษาก็สามารถสเกลขึ้นไปเป็นผลงานจริง ที่เข้าถึงผู้ใช้งานหลักล้านคนทั่วประเทศได้ ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ  ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: pr@lmwn.com

LINE MAN Wongnai

26 May 2026

LINE MAN และ สสส. ตรวจสุขภาพไรเดอร์ฟรีประจำปี รับมือความเสี่ยง “โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)” ที่พบในกลุ่มไรเดอร์

LINE MAN ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กรุงเทพมหานคร และภาคีเครือข่าย จัดงาน “มหกรรมตรวจสุขภาพไรเดอร์ (Rider Day) 2026” เปิดให้ไรเดอร์และคนขับเข้ารับบริการตรวจสุขภาพฟรีประจำปีกว่า 500 คน เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ พร้อมนำข้อมูลสุขภาพมาใช้เป็นฐานในการพัฒนาแนวทางดูแลสุขภาพพาร์ทเนอร์ไรเดอร์อย่างต่อเนื่อง และลดความเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ที่พบได้บ่อยในกลุ่มไรเดอร์ ดร.มาลียา โชติสกุลรัตน์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายนโยบายสาธารณะและรัฐกิจสัมพันธ์ LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “LINE MAN ให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยและสุขภาพของไรเดอร์และคนขับ แต่ด้วยลักษณะการใช้ชีวิตที่ต้องอยู่บนท้องถนนเป็นเวลานาน มีเวลารับประทานอาหารและพักผ่อนไม่แน่นอน การตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ไรเดอร์รู้เท่าทันสุขภาพของตนเองและสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อลดความเสี่ยงของโรคในระยะยาวได้ โดย LINE MAN และ สสส. เป็นพาร์ทเนอร์กันมาอย่างยาวนาน ในการจัดกิจกรรมตรวจสุขภาพและรับคำแนะนำจากแพทย์โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในหลายพื้นที่ ปัจจุบันมีจำนวนไรเดอร์ LINE MAN ที่ได้รับการตรวจสุขภาพฟรีรวมแล้วกว่า 2,000 คนทั่วประเทศ ในระหว่างปี 2567-2569 และช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการตรวจสุขภาพไปแล้วมูลค่ารวมกว่า 6,000,000 บาท และนอกจากนี้ LINE MAN ยังมีโครงการส่งเสริมสุขภาพและความปลอดภัยอื่นๆ เช่น การมอบประกันอุบัติเหตุฟรี การอบรบขับขี่ปลอดภัย การอบรมปฐมพยาบาลเบื้องต้นและการช่วยชีวิต (CPR) รวมถึงการจัดกิจกรรมเพื่อสุขภาพ เช่น การแข่งขันกีฬา เป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของไรเดอร์และคนขับในระยะยาว” ศรีสุวรรณ ควรขจร ประธานคณะกรรมการกำกับทิศทางการขับเคลื่อน ยุทธศาสตร์การพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงานอิสระ สำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า “ข้อมูลจากการตรวจสุขภาพไรเดอร์ในโครงการที่ผ่านมา พบว่า ปัญหาสุขภาพที่พบมากที่สุดอยู่ในกลุ่มโรคเมตาบอลิซึมและปัจจัยเสี่ยงของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง โดย 68% มีระดับไตรกลีเซอไรด์ผิดปกติ 43% มีระดับคอเลสเตอรอลสูงกว่าปกติ และมากกว่า 53% อยู่ในภาวะน้ำหนักเกินหรืออ้วน ขณะที่ 27% มีระดับน้ำตาลในเลือดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงหรือสูงกว่าปกติ สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการใส่ใจสุขภาพและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต ทั้งการรับประทานอาหาร การพักผ่อนและการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดความเสี่ยงของโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในระยะยาว นอกจากนี้ ผลการตรวจยังพบประเด็นด้านสุขภาพที่ควรเฝ้าระวัง โดย 25% ของไรเดอร์มีปัญหาการมองเห็นระยะไกล 38% พบภาวะต้อลมหรือต้อเนื้อ และ 12% พบความผิดปกติของคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ซึ่งตอกย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสุขภาพเชิงป้องกันและการติดตามสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ไรเดอร์ได้รับคำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์และสามารถวางแผนดูแลสุขภาพได้อย่างเหมาะสม”  มหกรรมตรวจสุขภาพไรเดอร์ (Rider Day) 2026 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 22–23 กรกฎาคม 2569 ณ ศูนย์การค้า MBK Center กรุงเทพมหานคร เปิดให้ไรเดอร์เข้ารับบริการตรวจสุขภาพโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ครอบคลุมการตรวจร่างกาย การตรวจเลือด การคัดกรองโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง การประเมินสมรรถภาพร่างกาย และการให้คำปรึกษาจากทีมแพทย์และบุคลากรสาธารณสุข ภายใต้ความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อสร้างระบบสุขภาพที่เข้าถึงแรงงานอิสระและยกระดับคุณภาพชีวิตของไรเดอร์ไทยอย่างยั่งยืน ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ  ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: pr@lmwn.com

LINE MAN Wongnai

24 Jul 2026

LINE MAN Wongnai ชี้เทรนด์หวานน้อยมาแรง! ยอดออร์เดอร์เครื่องดื่มเกินครึ่งเลือกสั่งลดหวาน

LINE MAN Wongnai เผยผลลัพธ์จากความร่วมมือกับกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ผลักดันเมนูชูสุขภาพภายใต้โครงการ “หวานน้อยสั่งได้” สู่ร้านอาหารบนแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี สนับสนุนให้ร้านเพิ่มตัวเลือกระดับความหวานในเมนูเครื่องดื่ม เพื่อกระตุ้นให้ผู้บริโภคฉุกคิดเรื่องระดับความหวานก่อนสั่ง ก่อนหน้านี้ กรมอนามัยเคยรายงานถึงพฤติกรรมการบริโภคน้ำตาลของคนไทย ที่เฉลี่ยสูงถึง ถึง 25 ช้อนชาต่อวัน มากกว่าปริมาณที่องค์การอนามัยโลก (WHO) กำหนดไว้ถึง 4 เท่า พฤติกรรมเหล่านี้เป็นการเพิ่มโอกาสเสี่ยงในการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs เช่น เบาหวาน โรคอ้วน ความดันโลหิตสูง หัวใจ และหลอดเลือดหัวใจ ซึ่งเป็นปัญหาสุขภาพที่ทำให้คนเสียชีวิตอันดับ 1 ของโลก หลังจากดำเนินโครงการมาเป็นเวลา 10 เดือน (มกราคม-ตุลาคม 2566) พบว่าทั้งร้านค้าและผู้บริโภคสนใจลดความหวานของเครื่องดื่มอย่างจริงจัง โดยมีข้อมูลสถิติดังนี้ LINE MAN Wongnai พร้อมเดินหน้าโครงการหวานน้อยสั่งได้อย่างต่อเนื่อง โดยการผลักดันให้ทุกร้านเครื่องดื่มบนแพลตฟอร์มมีฟีเจอร์เลือกระดับความหวานและสานต่อความร่วมมือกับกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข อย่างต่อเนื่องเพื่อส่งเสริมให้คนไทยมีสุขภาพดีขึ้น ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ   ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: pr@lmwn.com

LINE MAN Wongnai

13 Nov 2023