LINE MAN, Thailand’s No.1 food delivery platform, has released its 2025 food trends based on insights from more than 10 million users and over 700,000 restaurants nationwide. The data shows that spicy flavors remain core to Thai preferences, with “tum pu pla ra (Spicy papaya salad with pickled crab and fermented fish sauce)” taking the most-ordered dish at over 8 million plates across the country. On the drinks side, “matcha” emerged as the year’s fastest-growing trend, hitting more than 6.5 million cups and surging over 300% year-on-year making it the platform’s fastest-rising beverage.

Matcha Becomes the Year’s Hottest Drink, Surpassing 6.5 Million Orders emerging as 2025’s “Affordable Luxury”

Matcha led the platform as the biggest-growing menu of the year, with orders rising 300% year-on-year and surpassing 6.5 million cups. The trend reflects a growing focus on healthy drinks, positioning matcha as 2025’s new “affordable luxury” drink.

Other fast-growing menu items include:

  • Shio Pan (Salted Butter Bread): A simple, buttery flavor profile has made shio pan increasingly popular. Over the past year, more than 2,000 new shio pan shops opened on LINE MAN.
  • Ice Cream Sundaes: Demand climbed sharply, driven by accessible pricing strategies from major franchise brands.
  • Gai Jor (Deep-Fried Crab Meat Rolls): An unexpected breakout item thanks to its versatility — easy as a quick snack or paired with rice as a full meal.
  • Specialty Thai Tea & Premium Thai Tea: Traditional Thai tea saw an elevated makeover, with brands focusing on single-origin tea leaves and more distinctive flavor profiles. This shift moved mainstream consumers toward higher-quality Thai tea throughout the year.

Thais Embrace Spicy Flavors as “Tum Pu Pla Ra” Becomes the Most-Ordered Dish, Searches for Som Tum, Yum, and Mala Hit 16 Million

LINE MAN data shows that “Tum pu pla ra” claimed the No.1 spot as Thailand’s most-ordered dish of 2025, with more than 8 million servings nationwide. After years of competing closely with the ever-popular “Fried chicken”, tum pu pla ra secured a decisive win this year,  reaffirming that bold, spicy flavors remain at the heart of Thai food culture.

This craving for heat is reflected in search behavior: menu searches for “som tum,” “yum” and “mala” surpassed 16 million in 2025.

Other top-ordered dishes on the platform include Fried rice, Fried chicken, Hainanese chicken rice, and Crispy pork with basil. Popular search categories also included Noodles, Made-to-order Thai dishes, Single-plate meals, and Curry and rice shops.

Ice Green Milk Tea Emerges as the New Fan-Favorite Drink of the Year

This year saw a major shake-up in the beverage category, with “Iced green milk tea” rising to the top as the most-ordered drink on LINE MAN, overtaking “Black coffee”. This shift reflects the continued momentum of the matcha trend but with matcha’s higher price point, iced green milk tea has become the perfect substitute, offering a similar tea-forward flavor and appealing color at a more affordable, accessible price.

Other top beverages included Black coffee, Iced espresso, Milk tea, and Thai tea, highlighting the fast-paced urban lifestyle where coffee and sweet drinks play a key role in keeping consumers energized throughout the day.

“Rice and curry” Surges Past 65 Million Orders as Thailand’s Go-To Fast Food

The familiar comfort of “Rice and curry” has proven its strength as Thailand’s version of fast food, with annual orders surpassing 65 million, up 8% from last year. The growth reflects how well these shops have adapted to the rise of food delivery. Today, rice and curry vendors account for more than 10% of all restaurants on LINE MAN.

The most popular dishes were Fried pork and Fried pork patties, followed by Boiled eggs in sweet brown soup, Red curry, Stir-fried curry paste, and Green curry. Its continued dominance comes from the category’s core strengths: convenience, speed, and affordability. Making it a reliable everyday meal for consumers, especially during times of tightened spending.

LINE MAN continues to lead Thailand’s food delivery market with comprehensive nationwide restaurant coverage and services built around what Thai consumers truly need. The company remains committed to enhancing service quality, offering high-value promotions, and understanding local behaviors across regions to deliver the best possible experience every day.

For press inquiries, please contact
LINE MAN Wongnai’s Corporate Communication team: pr@lmwn.com 

News Release View More

โควิด-19 ทำให้เด็กยากจนกว่า 750,000 ชีวิต ต้องอยู่ในภาวะขาดแคลนอาหาร

วิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่คุกคามสภาพความเป็นอยู่ของคนทั่วโลก และส่งผลกระทบต่อสภาพความเป็นอยู่ของเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ขณะที่ทั้งภาครัฐและเอกชนได้ออกมาตรการต่าง ๆ เพื่อช่วยเหลือเยียวยาผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 แต่ความช่วยเหลือส่วนใหญ่ได้มุ่งเน้นไปยังการจัดการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค การกระตุ้นเศรษฐกิจ และมาตรการในการใช้ชีวิตร่วมกันของคนในสังคมที่จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป “ท่ามกลางกระแสการปรับตัวและเปลี่ยนแปลงการดำเนินชีวิตในวิกฤตการโควิด-19 ยังมีเสียงเล็ก ๆ จากเด็กยากจนอีกกว่า 750,000 คน ทั่วประเทศที่ต้องการความช่วยเหลือจากสังคมให้พ้นจากสภาวะขาดแคลนอาหารในช่วงปิดเทอม” การปิดเทอมที่ยาวนานกับมื้ออาหารที่หายไป? การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้รัฐบาลต้องประกาศสั่งเลื่อนการเปิดภาคการศึกษาใหม่ไปเป็นวันที่ 1 ก.ค. ทำให้เด็ก ๆ มีระยะเวลาในการปิดเทอมที่ยาวนานออกไปถึง 45 วัน สำหรับเด็กที่มาจากครอบครัวที่ไม่ขัดสนก็คงจะไม่มีผลกระทบใด ๆ แต่เมื่อหันไปมองเด็ก ๆ ที่มาจากครอบครัวที่ยากจนเราจะพบวิกฤตที่แฝงอยู่ในวิกฤตที่กำลังเผชิญอยู่ ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธานกรรมการบริหาร กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เปิดเผยว่า “ที่ผ่านมาเครือข่ายครูสังกัด สพฐ. ตชด. และ อปท. กว่า 400,000 คนทั่วประเทศได้มีการลงพื้นที่เยี่ยมสำรวจความต้องการของนักเรียนยากจน เพื่อนำมาประเมินสถานการณ์ ความเสี่ยง และผลกระทบที่นักเรียนจะได้รับเนื่องมาจากการปิดเทอมที่ยาวนานขึ้น เราพบว่าปัญหาอันดับหนึ่งที่เกิดขึ้นคือความกังวลจากการเพิ่มภาระรายจ่ายค่าอาหารของครอบครัว และยิ่งไปกว่านั้นพบว่าเด็ก ๆ กำลังประสบปัญหาการขาดแคลนอาหาร เนื่องมาจากเด็กส่วนใหญ่พึ่งพาอาหารกลางวันที่ครบห้าหมู่จากโรงเรียนเป็นหลัก เมื่อการเปิดเทอมถูกเลื่อนออกไปจึงทำให้เด็กเหล่านี้ประสบสภาวะทุพโภชนาการและต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน” ความช่วยเหลือเร่งด่วน กสศ.ในฐานะที่เป็นองค์กรทำงานเพื่อสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาด้วยการยื่นมือเข้าไปให้ความช่วยเหลือผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษามาโดยตลอด ซึ่งเป็นเวลากว่า 2 ปีมาแล้วที่ กสศ. ได้เข้าไปช่วยเหลือ สนับสนุน และส่งเสริมพัฒนา เด็ก เยาวชน ทั้งที่อยู่ในระบบและนอกระบบการศึกษา ตลอดจนการให้ความช่วยเหลือแก่ครู ผู้พิการ และประชาชนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาสกว่า 1,147,754 คน ครอบคลุม 27,731 โรงเรียนทั่วประเทศไทย เมื่อเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 กสศ. จึงเร่งดำเนินการเข้าไปช่วยเหลือกลุ่มเด็กยากจนพิเศษที่กำลังประสบปัญหาอย่างเร่งด่วน ในเบื้องต้น กสศ. ได้ใช้งบประมาณที่ได้คืนมาจากรัฐบาลรวมกับงบประมาณฉุกเฉิน รวมเป็นเงิน 500 ล้านบาท และได้เร่งนำไปแจกจ่ายช่วยเหลือให้กับนักเรียนยากจนจำนวนคนละ 600 บาท เป็นค่าอาหารเบื้องต้น 30 วัน ซึ่งเฉลี่ยแล้วจะได้คนละเพียง 20 บาทต่อวันเท่านั้นเอง ซึ่งเงินจำนวนนี้นับเป็นเงินฉุกเฉินเบื้องต้นที่ กสศ. ได้ดำเนินการเยียวยาเด็ก ๆ ที่กำลังประสบปัญหาอย่างเร่งด่วน อย่างไรก็ตามยังมีช่องว่างอีก 15 วันก่อนที่จะถึงวันเปิดเทอมที่ กสศ. จำเป็นต้องออกมาระดมทุนผ่านโครงการ “สู้วิกฤตให้น้องอิ่ม คนละมือ เพื่อมื้อน้อง” ซึ่งต้องการความช่วยเหลือจากภาคเอกชนและประชาชนทั่วไปให้มีส่วนร่วมในการช่วยเหลือสนับสนุน และร่วมสมทบทุนเพื่อเติมเต็มมื้ออาหารให้กับเด็ก ๆ ครูลงพื้นที่พบเด็กอดมื้อกินมื้อ จากการลงพื้นที่ของเครือข่ายครูเพื่อรายงานสภาพความเป็นอยู่ของเด็กนักเรียนยากจนและจากพื้นที่ทุรกันดาร พบว่าเด็ก ๆ ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลและถิ่นทุรกันดารมักจะไม่ได้รับสารอาหารครบ 5 หมู่ โดยบางบ้านเด็ก ๆ ต้องกินข้าวต้มกับเกลือเสียด้วยซ้ำ นอกจากนั้นยังพบว่าบางครัวเรือนที่ผู้ปกครองมีอาชีพหาเช้ากินค่ำ จะประสบปัญหาไม่มีเงินซื้ออาหารเนื่องมาจากโดยปกติเด็กจะพึ่งพาอาหารเช้าและอาหารกลางวันจากโรงเรียน เมื่อมีการปิดเทอมที่ยาวนานขึ้นจึงทำให้เด็กต้องอดมื้อกินมื้อ การปิดเทอมที่ยาวนานนี้ หากมองจากมุมของผู้มีอันจะกินคงมิใช่ปัญหา แต่หากมองในมุมของเด็กๆ เหล่านี้มันคือสภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงหรือแก้ไขได้ในระยะเวลาอันสั้น แต่ก็คือเรื่องจริงที่กำลังเกิดขึ้นในสังคมและต้องการความช่วยเหลือ และร่วมมือกันแก้ไขอย่างจริงจัง สารอาหารที่ไม่เพียงพอกระทบพัฒนาการของเด็กๆ อาจารย์สง่า ดามาพงษ์ นักวิชาการด้านโภชนาการ ที่ปรึกษาโครงการสู้วิกฤตให้น้องอิ่ม คนละมือ เพื่อมื้อน้อง กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กล่าวเพิ่มเติมว่า “ปัญหาที่พบบ่อยในการติดตามพัฒนาการของเด็กยากจนคือ สภาวะทุพโภชนาการ หรือการที่เด็กไม่ได้รับสารอาหารครบถ้วน โดยเด็กๆ เหล่านี้ต้องการอาหารที่ครบ 5 หมู่ ซึ่งจำเป็นต่อพัฒนาการทั้งด้านร่างกาย สติปัญญา สมอง ซึ่งหากเด็กๆ ไม่ได้รับสารอาหารที่เพียงพอจะส่งผลกระทบให้มีอาการสมองฝ่อ ร่างกายเตี้ย ผอมแคระแกร็น ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเรียนและพัฒนาการทางสติปัญญา ที่ผ่านมาพบว่าเด็กที่มีปัญหาจะอยู่ในถิ่นทุรกันดารหรือมาจากครอบครัวที่ยากจน โดยเด็กมักจะไม่ได้รับสารอาหารที่เพียงพอในระหว่างปิดภาคเรียนเนื่องมาจากความยากจน ซึ่งเด็กเหล่านี้จะพึ่งพาอาหารที่ถูกหลักโภชนาการจากโรงเรียน ดังนั้นเมื่อกำหนดเปิดภาคการศึกษาถูกเลื่อนออกไปจึงส่งผลกระทบโดยตรงต่อเด็กกลุ่มดังกล่าวโดยตรง เพราะโรงเรียนไม่ใช่แค่สถานที่เรียนรู้ แต่คือโรงครัวของเด็กๆ ที่ยากจน” ปัญหาปากท้องของเด็กยากจนในช่วงปิดเทอมที่ยาวนานอาจจะเป็นปัญหาระยะสั้นที่ต้องเร่งมือกันช่วยแก้ไข แต่ปัญหาระยะยาวนั้นมีผลกระทบเป็นทอดๆ และต่อเนื่องในหลากหลายมิติ ซึ่งสภาวะขาดแคลนของครอบครัวที่ขาดรายได้นอกจากจะส่งผลกระทบต่อตัวเด็กแล้ว ยังเชื่อมโยงเป็นลูกโซ่จนสามารถส่งผลกระทบให้เด็กเหล่านั้นจำต้องออกจากระบบการศึกษาในที่สุด และแน่นอนว่าการที่เด็กคนหนึ่งจำต้องออกจากระบบการศึกษาจะส่งผลโดยตรงต่อโอกาสในชีวิตของเด็กและสามารถกลายมาเป็นปัญหาอื่นๆ ให้กับสังคมได้อีกมากมาย ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการบริจาคเพื่อช่วยเหลือเด็กที่ยากจนพิเศษจำนวนกว่า 750,000 คนทั่วประเทศ ในโครงการ #สู้วิกฤตให้น้องอิ่ม กับกสศ. ผ่านบัญชีธนาคารกรุงไทย ชื่อบัญชี: กสศ.มาตรา 6(6) เลขบัญชี: 172-0-30021-6 หรือเวบไซต์ สู้วิกฤตให้น้องอิ่ม หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 02-079-5475

LINE MAN Wongnai

21 May 2020

LINE MAN สานพลัง ฮอนด้า และภาคีฯ จัดอบรมขับขี่ปลอดภัยแก่ไรเดอร์ ลุยภารกิจสร้างมาตรฐานความปลอดภัยและลดอุบัติเหตุบนถนน

LINE MAN สานพลัง ไทยฮอนด้า จัดโครงการอบรม “ขับขี่ปลอดภัย” ครั้งที่ 4 มุ่งเสริมสร้างทักษะและวินัยการขับขี่ที่ถูกต้องให้กับไรเดอร์ เพื่อลดความเสี่ยงและอัตราการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน ตั้งเป้าสร้างแกนนำไรเดอร์ขับขี่ปลอดภัย 200 คนทั่วกรุงเทพฯ โดยได้รับการสนับสนุนจาก คณะอนุกรรมการด้านการจัดการความปลอดภัยทางถนนในกลุ่มรถจักรยานยนต์รับจ้างและกลุ่มไรเดอร์, กรุงเทพมหานคร, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, ศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) และ แผนงานสนับสนุนการป้องกันอุบัติเหตุจราจร (สอจร.) คุณอุบลวรรณ แก้วสมนึก หนึ่งในไรเดอร์ LINE MAN ที่เข้าร่วมอบรม เผยว่า “อาชีพไรเดอร์ต้องขับรถจักรยานยนต์ทุกวันจนบางครั้งก็อาจหลงลืมเทคนิคที่ถูกต้องไปบ้าง การได้กลับมาเรียนรู้กับครูฝึกที่ผ่านการอบรมจากญี่ปุ่นและลงสนามฝึกปฏิบัติจริง ทำให้เราได้ทบทวนพื้นฐานที่สำคัญและเสริมทักษะใหม่ ๆ ที่นำไปใช้ได้ทันทีในงานประจำวัน นอกจากนี้ยังได้ทั้งความมั่นใจ การมีสติ และรู้จักประเมินความเสี่ยงล่วงหน้า ทำให้อยากนำสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปบอกต่อและชักชวนเพื่อนไรเดอร์ให้เข้าร่วมอบรมมากขึ้น เพราะยิ่งพวกเรามีทักษะและความปลอดภัยร่วมกัน ก็ยิ่งช่วยสร้างถนนที่ปลอดภัยให้กับทุกคนได้จริง ๆ” พ.ต.อ.พชร์ ฐาปนดุลย์ ผู้กำกับการกลุ่มงานจราจร สำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เผยถึงข้อมูลที่น่าสนใจว่า “อุบัติเหตุบนท้องถนนยังคงเป็นปัญหาสำคัญ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ซึ่งคิดเป็น 80% ของอุบัติเหตุทางถนนทั้งหมด เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มักเผชิญกับแรงกดดันเรื่องเวลา จึงขับรถเร็วและซอกแซก ซึ่งปัญหาเหล่านี้อาศัยเพียงการทำงานของตำรวจฝ่ายเดียวอาจดูแลได้ไม่หมด การที่หน่วยงานภาคเอกชนอย่าง LINE MAN ร่วมกับ Honda จัดกิจกรรมอบรมขับขี่ปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นกำลังสำคัญที่ช่วยสนับสนุนเป้าหมายระดับชาติในการดูแลความปลอดภัยบนท้องถนนให้เกิดขึ้นจริง เนื่องจากเป็นการปลูกฝังนิสัยและทักษะการขับขี่ที่ดีให้ไรเดอร์” นายแพทย์ธนะพงศ์ จินวงษ์ เลขาธิการมูลนิธินโยบายถนนปลอดภัย และ ผู้จัดการศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน  กล่าวเพิ่มเติมว่า “ข้อมูลล่าสุดสะท้อนภาพวิกฤติความปลอดภัยทางถนนในกรุงเทพฯ อย่างชัดเจน เพียง 8 เดือนแรกของปี มีอุบัติเหตุจากรถจักรยานยนต์สะสมแล้วกว่า 90,000 ครั้ง และผู้ประสบเหตุส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนทำงานที่เป็นกำลังหลักของครอบครัว เป็นสัญญาณเตือนที่สังคมต้องให้ความสำคัญอย่างจริงจัง การที่ภาคเอกชนอย่าง LINE MAN ซึ่งมีพาร์ทเนอร์ไรเดอร์เป็นจำนวนมากได้เข้ามามีส่วนร่วม ไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยงให้กับไรเดอร์เท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสในการนำข้อมูลไปพัฒนาหลักสูตรและเป็นต้นแบบการจัดการ ที่สามารถนำไปต่อยอดสู่การยกระดับมาตรการความปลอดภัยทางถนนของประเทศได้อย่างเป็นระบบ” นายแพทย์อนุชา เศรษฐเสถียร ผู้จัดการแผนงานสนับสนุนการป้องกันอุบัติเหตุจราจรระดับจังหวัด (สอจร.) เปิดเผยว่า “การลดอุบัติเหตุบนท้องถนนเป็นวาระแห่งชาติ ที่ไทยต้องเร่งแก้ไข โดยเฉพาะเมื่ออัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนยังอยู่ในระดับสูงกว่ามาตรฐานสากล หลายประเทศที่ประสบความสำเร็จ เช่น ญี่ปุ่นและสหราชอาณาจักร ใช้ระบบและเทคโนโลยีที่ช่วยจัดการความเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นป้ายสัญญาณอัจฉริยะ อุปกรณ์ควบคุมความปลอดภัย หรือระบบโครงสร้างพื้นฐาน แต่ในมุมของผู้ขับขี่ สิ่งที่สำคัญและอยู่ใกล้ตัวที่สุดคือ ระบบเบรกของรถจักรยานยนต์ หากผู้ขับขี่เข้าใจและได้รับการฝึกใช้งานได้อย่างถูกต้อง” คุณธนันท์ชัย เมฆประเสริฐวนิช ผู้อำนวยการกองนโยบายและแผนงาน สำนักจราจรและขนส่ง กรุงเทพมหานคร  กล่าวว่า “นอกจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการจราจรแล้ว การสร้างจิตสำนึกสาธารณะเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดในการทำให้เมืองของเราน่าอยู่ ไรเดอร์ถือว่าเป็นผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์กลุ่มหลักที่หล่อเลี้ยงกิจกรรมมากมายในเมืองหลวง เพราะฉะนั้นการสร้างความตระหนักรู้และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไรเดอร์จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องอาศัยความร่วมมือของภาคีต่างๆ อย่างแข็งขันและต่อเนื่อง เพื่อสร้างวัฒนธรรมการขับขี่ที่มีระเบียบและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น” คุณสุพจน์ พนธ์พงษ์ขจร ผู้จัดการทั่วไป สายงานส่งเสริมด้านความปลอดภัยทางถนน บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด กล่าวว่า“หลักสูตร Basic Course ครั้งที่ 4 จากฮอนด้าและ LINE MAN ถูกออกแบบเพื่อยกระดับทักษะการขับขี่ของไรเดอร์โดยตรง จากข้อมูลจริงพบว่าไรเดอร์จำนวนมากแม้จะขับขี่ทุกวัน แต่ยัง ‘เบรกไม่ถูกวิธี’ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของอุบัติเหตุ ไฮไลท์ของหลักสูตรจึงอยู่ที่การฝึกเบรกที่ถูกต้อง ควบคู่กับการฝึก APT (Accident Prediction Training) เพื่อคาดการณ์และประเมินความเสี่ยงล่วงหน้า นอกจากนี้ยังครอบคลุมการทบทวนพื้นฐานความปลอดภัย 6 ประการ (PDSA) การตรวจเช็กรถ 10 จุดสำคัญ และการฝึกควบคุมรถจริง เช่น การใช้คันเร่ง การเข้าโค้ง หรือการทรงตัวในที่แคบ ซึ่งเป้าหมายสูงสุดคือช่วยให้ไรเดอร์มีความมั่นใจ ประเมินสถานการณ์ได้แม่นยำ และกลับบ้านอย่างปลอดภัยทุกวัน” คุณอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ รองประธานฝ่ายนโยบายสาธารณะและรัฐกิจสัมพันธ์ LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “LINE MAN มีไรเดอร์เป็นกำลังสำคัญในการให้บริการ เราตระหนักถึงความจำเป็นในการสร้างความปลอดภัยให้แก่พวกเขา การอบรมครั้งนี้จึงเป็นส่วนหนึ่งของสวัสดิการที่สำคัญที่เรามอบให้ นอกเหนือจากประกันอุบัติเหตุที่คุ้มครองไรเดอร์และคนขับรถยนต์ทุกคนทันทีตั้งแต่เริ่มรับงานในระบบและขับเป็นครั้งแรก คุ้มครองในทุกกรณีไม่ว่าจะเป็นฝ่ายถูกหรือฝ่ายผิด โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ   เพราะเราเชื่อว่าความปลอดภัยของไรเดอร์คือรากฐานที่ยั่งยืนของธุรกิจ ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนเช่นนี้จะช่วยเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุบนท้องถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยโครงการนี้มีเป้าหมายสำคัญในการสร้าง แกนนำไรเดอร์ LINE MAN ขับขี่ปลอดภัย 200 คน ที่จะเป็นต้นแบบของการสร้างพฤติกรรมการขับขี่ที่ปลอดภัยในหมู่ไรเดอร์ พร้อมทั้งมีแผนที่จะขยายโครงการนี้ไปยังพื้นที่ต่างจังหวัดในอนาคต”  โครงการ “ขับขี่ปลอดภัย” ในความร่วมมือระหว่าง LINE MAN และไทยฮอนด้า จัดขึ้นมาแล้ว 4 ครั้ง และได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากไรเดอร์ในการเข้าร่วมฝึกอบรม นอกจากนี้การเปิดโครงการครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก คุณพงศ์วิชญ์ คงเจริญ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai, คุณกมลชนก กล่อมดี ศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยบนท้องถนน และไรเดอร์ที่เข้าร่วมโครงการ ร่วมถ่ายภาพ ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: pr@lmwn.com

LINE MAN Wongnai

29 Aug 2025

LINE MAN Wongnai เผยฟู้ดเดลิเวอรีโตสวนตลาด รุกขยายธุรกิจ Non-Food และ Merchant Solutions ผลักดันการเติบโตระยะยาว

LINE MAN Wongnai ผู้นำแพลตฟอร์มออนดีมานด์และข้อมูลร้านอาหารของไทยเผยธุรกิจฟู้ดเดลิเวอรีโตสวนตลาด เร่งโตเพิ่มในพื้นที่ต่างจังหวัด ลุยขยายธุรกิจ Non-food และ Merchant Solutions เสริมแกร่งสู่เป้าหมาย National Champion  LINE MAN เผยมูลค่าธุรกรรมรวม (GMV) โต 33% สวนตลาด ลุยขยายการเติบโตธุรกิจ Non-Food คุณยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจฟู้ดเดลิเวอรีของ LINE MAN ตั้งแต่เดือนมกราคม 2565 จนถึงเมษายน 2566 มีมูลค่าธุรกรรมรวม (GMV) เติบโตขึ้น 33% ในขณะที่ตลาดฟู้ดเดลิเวอรีในปีนี้คาดการณ์ว่าจะมีมูลค่าประมาณ 8.1-8.6 หมื่นล้านบาท หรือลดลงราว 0.8-6.5% จากการประเมินของศูนย์วิจัยกสิกรไทย หากพิจารณาตามพื้นที่ ตั้งแต่เดือนมกราคม 2565 จนถึงเมษายน 2566 พื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลมีจำนวนออร์เดอร์เติบโตขึ้น 25% จำนวนผู้ใช้งานเติบโตขึ้น 27% ในขณะที่พื้นที่ต่างจังหวัดมีจำนวนออร์เดอร์เติบโตถึง 17% และจำนวนผู้ใช้งานเติบโตขึ้น 10% จึงเตรียมวางแผนทุ่มงบการตลาดเพื่อดึงดูดผู้ใช้งานและเพิ่มตัวเลือกร้านอาหารทั่วประเทศไทยให้มากขึ้น LINE MAN ยังได้เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่เพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้า เช่น ฟีเจอร์สั่งอาหารเป็นกลุ่ม เพิ่มความสะดวกแก่ผู้ใช้งานให้สามารถสั่งอาหารพร้อมกันกับเพื่อนหรือครอบครัวได้ในออร์เดอร์เดียว รวมถึงฟีเจอร์ LINE MAN Only รวบรวมร้านที่สั่งได้เฉพาะบน LINE MAN และฟีเจอร์เก็บโค้ดลดเพิ่ม  นอกจากนี้ LINE MAN ยังเร่งขยายการเติบโตของบริการออนดีมานด์ในกลุ่ม Non-food ได้แก่ บริการส่งสินค้า เมสเซนเจอร์ และแท็กซี่ โดยปี 2565 ที่ผ่านมาพบการเติบโตที่น่าสนใจ ได้แก่  ด้านธุรกิจ Merchant Solutions ที่ถือเป็นกลุ่มธุรกิจเสริมแกร่งพอร์ตรายได้ของ LINE MAN Wongnai ชู Wongnai POS ระบบจัดการร้านอาหารและการขายผ่านเดลิเวอรีที่ครองอันดับ 1 ในตลาด POS ปัจจุบันมีผู้ประกอบการร้านอาหารใช้งานมากกว่า 50,000 ร้าน และเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องหลังจากที่การทานอาหารนอกบ้านกลับมาคึกคัก ตั้งเป้าขยายสัดส่วนการใช้งาน POS ในร้านอาหารแบบ Dine-in เพิ่มขึ้นทั่วประเทศ เพื่อผลักดันร้านอาหารนำเทคโนโลยีมาใช้บริหารจัดการร้าน  เปิดแนวทางการดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG)    ปีที่ผ่านมาถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ LINE MAN Wongnai มุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) อย่างจริงจัง โดยได้เปิดแนวทาง ESG ประจำปี 2566 ในประเด็นปัญหาที่บริษัทมีความเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น ประเด็นเรื่อง Plastic Waste และ Food Waste ที่ได้พัฒนาฟีเจอร์ไม่รับช้อนส้อมพลาสติกบนแอปฯ LINE MAN ตั้งแต่เดือนมกราคม 2564 ถึงปัจจุบันสามารถลดขยะพลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวไปแล้วกว่า 3,286 ตัน และเตรียมต่อยอดฟีเจอร์ใหม่เลือกไม่รับเครื่องปรุงเพื่อลดขยะพลาสติกและขยะอาหาร คาดว่าจะสามารถลดขยะอาหารได้อีกกว่า 5 ตันต่อเดือน LINE MAN Wongnai ยังให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตและการพัฒนาทักษะอาชีพของไรเดอร์ ผ่านโครงการฝึกอบรมร่วมกับหน่วยงานต่างๆ เช่น กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน รวมถึงชูประเด็นด้านความหลากหลาย (Diversity & Inclusion) สร้างองค์กรให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับทุกคนได้เป็นตัวเองและแสดงศักยภาพได้อย่างเต็มที่ ผ่านสวัสดิการที่สนับสนุนความเท่าเทียมทางเพศ อย่างการให้เงินขวัญถุงกับคู่แต่งงานเพศเดียวกัน ทัดเทียมกับคู่สมรสชาย-หญิง โดยไม่จำเป็นต้องรอกฎหมายสมรสเท่าเทียมในไทย คุณยอด กล่าวทิ้งท้ายว่า เป้าหมายของเราในวันนี้ ไม่ได้มองเพียงแค่ของเรา แต่เรามองถึงความสำเร็จของทุก ๆ คนที่อยู่ภายใต้ระบบนิเวศน์ของเรา ซึ่งเป็นนิยามความสำเร็จที่ยั่งยืน สร้างการเติบโตไปพร้อม ๆ กัน ภายใต้ วิสัยทัศน์ “Help Thai People Live Better” เพื่อเดินหน้าสู่เป้าหมายการเป็น National Champion ที่สร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับทุกภาคส่วน และสร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทยทุกคน 

LINE MAN Wongnai

22 May 2023

LINE MAN ยกทัพร้านดังในเครือ iberry Group-ทองสมิทธ์-เดอะ แพลทเทอส์ มหานคร จัดเต็มส่วนลดและโปรพิเศษตลอดปี 

LINE MAN ผู้นำแพลตฟอร์มออนดีมานด์ของไทย ผนึกกำลังกลุ่มธุรกิจร้านอาหารแบรนด์ดัง ได้แก่ iberry Group-ทองสมิทธ์-เดอะ แพลทเทอส์ มหานคร  ยกทัพร้านอาหารในเครือกว่า 11 แบรนด์ ได้แก่ กับข้าว’ กับปลา, รส’นิยม, โรงสีโภชนา, เจริญแกง, ฟ้าปลาทาน, เบิร์นบุษบา, โรงสีข้าวต้มกุ๊ย By Rongsipochana, รวมมิตร คลาวด์ คิทเช่น, ทองสมิทธ์, FRAN’S และ Ăn Cơm Ăn Cá (อัน-เกิม-อัน-ก๋า) มอบส่วนลดสองต่อแบบจัดเต็ม ทั้งส่วนลดค่าอาหารสูงสุด 100 บาทและค่าส่งเริ่มต้น 0 บาท ให้คนไทยได้อิ่มคุ้มทุกช่วงเวลากับร้านอาหารที่คุ้นเคยตลอดปี คุณยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “LINE MAN มุ่งมั่นเติมเต็มประสบการณ์ให้แก่ผู้ใช้อย่างต่อเนื่อง โดยหนึ่งในความตั้งใจของเราด้านการเพิ่มจำนวนร้านอาหาร และพันธมิตรร้านอาหารบนแพลตฟอร์ม ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับอีโคซิสเต็ม ล่าสุดได้จับมือกับ iberry Group-ทองสมิทธ์-เดอะ แพลทเทอส์ มหานคร กลุ่มธุรกิจร้านอาหารแบรนด์ดังที่มีร้านในเครือกว่า 10 แบรนด์ และมีจำนวนสาขามากกว่า 100 สาขา ถือเป็นหนึ่งในพันธมิตรที่มีความแข็งแกร่งด้านการสร้างสรรค์เมนูอาหารที่หลากหลายและมีคุณภาพ ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในทุกกลุ่มผ่านบริการเดลิเวอรีที่สะดวกสบาย”  คุณอัจฉรา บุรารักษ์ ผู้ก่อตั้ง iberry Group และหนึ่งในผู้ก่อตั้งบริษัท ทองสมิทธิ์ สยาม จำกัด และเดอะ แพลทเทอส์ มหานคร กล่าวว่า “ในฐานะของผู้ประกอบการร้านอาหาร เราถือคติในการทำร้านอาหารแบบให้เกียรติและต้องการมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าทุกท่าน โดยส่งมอบอาหารที่ดี มีคุณภาพไปยังลูกค้ากลุ่มใหม่ ๆ ในหลากหลายช่องทาง ดังนั้นการร่วมมือกับทาง LINE MAN ในครั้งนี้ถือเป็นครั้งสำคัญที่เข้ามาช่วยตอกย้ำความตั้งใจของเราในการขยายช่องทางส่งต่อความอร่อยไปสู่กลุ่มลูกค้าที่หลากหลายให้ได้กินของอร่อยกันมากขึ้น” LINE MAN และ iberry Group ร่วมกันส่งต่อความอร่อยให้กับคนไทยตลอดปี 2566 จัดเต็มโปรโมชันและโค้ดส่วนลดร้านอาหารในเครือ iberry group 8 แบรนด์ ได้แก่ กับข้าว’ กับปลา, รส’นิยม, โรงสีโภชนา, เจริญแกง, ฟ้าปลาทาน, เบิร์นบุษบา, โรงสีข้าวต้มกุ๊ย By Rongsipochana, รวมมิตร คลาวด์ คิทเช่น รวมถึงร้านทองสมิทธ์ ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือขวัญใจคนไทย และร้านอาหารภายใต้ เดอะ แพลทเทอส์ มหานคร อีก 2 แบรนด์ ได้แก่ FRAN’S และ Ăn Cơm Ăn Cá (อัน-เกิม-อัน-ก๋า) นอกจากนี้ ยังสามารถรับส่วนลดเพิ่มเติมสูงสุด 100 บาทต่อครั้ง ภายในไอคอน “เก็บโค้ดลดเพิ่ม”  สั่งซื้ออาหารจากร้านในเครือ iberry Group ได้ที่ https://lineman.onelink.me/1N3T/cowle99e 

LINE MAN Wongnai

24 Jan 2023