“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART เชื่อมร้านดอกไม้ไทยสู่ยุคดิจิทัลเพิ่มช่องทางขายผ่านเดลิเวอรี พร้อมเผยหมวดดอกไม้และของไหว้โต 1.5 เท่า

“ปากคลองตลาด” แหล่งค้าดอกไม้สำคัญของกรุงเทพฯ ที่อยู่คู่กับวิถีชีวิตคนไทยมาอย่างยาวนาน ยังคงปรับตัวตามเทรนด์และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป จากดอกไม้สำหรับพิธีกรรมดั้งเดิมสู่ดอกไม้ดีไซน์ร่วมสมัยที่ได้รับความนิยมบนโซเชียลมีเดีย ขณะที่ LINE MAN MART เข้ามาเชื่อมร้านดอกไม้ในปากคลองตลาดสู่ช่องทางการขายออนไลน์ เพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการเข้าถึงผู้บริโภคยุคดิจิทัล พร้อมเผยหมวดดอกไม้และของไหว้บนแพลตฟอร์มเติบโต 1.5 เท่า เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีร้านค้าจากพื้นที่ปากคลองตลาด 1 และ 2 บนแพลตฟอร์มรวมกว่าหลักร้อยร้าน “ปากคลองไม่มีวันตาย” จากตลาดดอกไม้ดั้งเดิมสู่โอกาสในยุคดิจิทัล “ดอกไม้” อยู่คู่กับวิถีชีวิตคนไทยในทุกช่วงชีวิต ตั้งแต่งานบวช งานแต่งงาน งานรับปริญญา ไปจนถึงงานอาลัย รวมถึงเทศกาลสำคัญตลอดปี ทั้งวันไหว้ครู วันแม่ วันพ่อ วันสงกรานต์ และวันวาเลนไทน์ แม้ความผูกพันกับดอกไม้จะไม่เปลี่ยนไป แต่รูปแบบความนิยมกลับเปลี่ยนตามยุคสมัย จากดอกไม้สำหรับพิธีกรรมและโอกาสสำคัญ สู่ช่อดอกไม้สไตล์มินิมอล ช่อดอกบัว มาลัยรัดเกล้า และมาลัยสะพายข้างที่ได้รับความสนใจบนโซเชียลมีเดีย สะท้อนให้เห็นว่า ปากคลองตลาดยังคงมีชีวิตชีวาและปรับตัวตามเทรนด์ใหม่อยู่เสมอ เมื่อเทรนด์ดอกไม้เปลี่ยนไป ช่องทางการขายก็ต้องปรับตามพฤติกรรมผู้บริโภค LINE MAN MART เข้ามาเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ช่วยเชื่อมร้านดอกไม้ดั้งเดิมในปากคลองตลาดเข้าสู่แพลตฟอร์มดิจิทัล ขยายโอกาสทางการค้าจากหน้าร้านสู่โลกออนไลน์ ให้ผู้ประกอบการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ได้กว้างขึ้น ขณะเดียวกันผู้บริโภคก็สามารถเลือกซื้อดอกไม้สด พวงมาลัย และของไหว้จากร้านค้าในพื้นที่ผ่านบริการเดลิเวอรีได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางมาถึงตลาดด้วยตนเอง ปัจจุบัน LINE MAN MART มีร้านค้าจากพื้นที่ปากคลองตลาด 1 และ 2 เปิดให้บริการบนแพลตฟอร์มรวมกว่าหลักร้อยร้าน ขณะที่หมวดดอกไม้และของไหว้เติบโต 1.5 เท่า เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยสินค้าที่ได้รับความนิยมสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่ ของไหว้ พวงมาลัย ดาวเรือง กุหลาบ และทานตะวัน ตามลำดับ สะท้อนความต้องการดอกไม้และของไหว้ที่ยังคงมีบทบาททั้งในประเพณีและโอกาสต่าง ๆ ของคนไทย สำหรับผู้บริโภคที่ต้องการเลือกซื้อดอกไม้และพวงมาลัยจากปากคลองตลาด สามารถเลือกซื้อสินค้าได้หลากหลายบน LINE MAN MART ไม่ว่าจะเป็น ดอกไม้สด ดอกไม้จัดช่อ พวงมาลัย ของไหว้ บายศรี หมากพลู ฯลฯ พร้อมสั่งและจัดส่งถึงบ้าน อาทิ เจ้นาถดาวเรือง (ปากคลองตลาดสะพานพุทธ), พวงมาลัยดอกไม้สด ปากคลองตลาด-สะพานพุทธ, มาลัยไหว้พระ (ร้านปู-จิ๊บ ดอกดาวเรืองขายส่ง) และ ร้านลุงมังส์ช่อดอกไม้และพวงมาลัย ปากคลองตลาด เป็นต้น จากตลาดดอกไม้ดั้งเดิมที่อยู่คู่สังคมไทยมาหลายยุคสมัย สู่การปรับตัวรับเทรนด์และพฤติกรรมผู้บริโภคในยุคดิจิทัล ปากคลองตลาดยังคงเป็นแหล่งค้าดอกไม้ที่มีชีวิตชีวา โดยมีเทคโนโลยีเป็นอีกหนึ่งช่องทางช่วยขยายโอกาสทางการค้าให้ผู้ประกอบการ พร้อมเชื่อมเสน่ห์ของดอกไม้ไทยให้เข้าถึงผู้บริโภครุ่นใหม่ได้ง่ายขึ้น ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: pr@lmwn.com

LINE MAN Wongnai

20 Oct 2026

แคมเปญแห่งปี LINE MAN “ถูกสุดทุกวัน GRAND SALE” ลดยกแอปฯ! ส่งไรเดอร์เฉย เตือนสติสายกิน “ระวังถูก!” แจกใบสั่งลดสูงสุด 50%

LINE MAN จัดมหกรรมเซลล์ครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปีผ่านแคมเปญ “LINE MAN ถูกสุดทุกวัน GRAND SALE” สร้างปรากฏการณ์ความคุ้มทั่วไทย ชูไฮไลต์ ‘ดีลล็อกราคา’ เริ่มต้นเพียง 1 บาท* ซื้อเมนูโปรดได้ตามใจ ไว้ใช้สั่งเมื่อต้องการภายในระยะเวลาที่กำหนด พร้อมจัดเต็มส่วนลดทั้งแอปฯ เพียงกรอกโค้ด “LINEMAN” รับส่วนลดสูงสุด 50%* และโปรส่งฟรี 0 บาท* เดินหน้าเตือนสติสายกิน “ระวังถูก!” เสริมทัพความตื่นเต้นด้วยกิมมิก “ไรเดอร์เฉย” เดินสายแจกใบสั่งมอบส่วนลดทั่วกรุงฯ ตอกย้ำจุดยืน ถูกจริง คุ้มจริง ใช้ได้ทุกวัน ครบจบในแอปฯ เดียว ดีลใหญ่สุดคุ้มเริ่มต้น 1 บาท พร้อมส่วนลดทั้งแอปฯ LINE MAN มอบประสบการณ์ความถูกจริง ให้ผู้ใช้งานได้อิ่มทุกมื้อกับร้านแบรนด์ดังและร้านอร่อยใกล้บ้าน ผ่านไอคอน “ดีลล็อกราคา” เริ่มต้นเพียง 1 บาท* สามารถซื้อเก็บไว้แล้วเลือกใช้สั่งเมนูโปรดจากร้านที่ร่วมรายการได้ตามความสะดวก นอกจากนี้ยังมอบโปรโมชันลดทั้งแอปฯ ด้วยโค้ด “LINEMAN” รับส่วนลดสูงสุด 50%* โดยไม่มีขั้นต่ำ ครอบคลุมทั้งบริการสั่งอาหาร ช้อปสินค้าผ่าน LINE MAN MART บริการส่งของ บริการเรียกรถ และบริการเภสัชกรรมทางไกล (Telepharmacy) (สิทธิ์ส่วนลดไม่ครอบคลุมสินค้าในหมวดหมู่ที่กฎหมายไม่อนุญาต) รวมถึงทวีคูณความคุ้มเมื่อชวนเพื่อนสั่งเป็นกลุ่ม รับส่วนลดเพิ่ม! สูงสุด 100 บาท* พร้อมสิทธิ์ส่งฟรี 0 บาท* แคมเปญ “LINE MAN ถูกสุดทุกวัน GRAND SALE” นี้พร้อมให้ทุกคนช้อปคุ้มและรับดีลพิเศษได้ทุกวัน ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2569 ถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569 “ไรเดอร์เฉย” บุกทั่วกรุง แจกใบสั่ง ระวังถูก! เพื่อเพิ่มประสบการณ์ความคุ้มจริงแบบถึงตัว LINE MAN ส่ง “ไรเดอร์เฉย” ลงพื้นที่ย่านใจกลางเมือง เพื่อมอบส่วนลดผ่าน “ใบสั่ง LINE MAN” รับส่วนลดสูงสุด 80 บาท* สร้างความคึกคักให้กับพนักงานออฟฟิศและผู้สัญจร โดยเริ่มเดินสายแจกตั้งแต่วันที่ 15 – 18 ตุลาคม 2569 ปักหมุด 40 จุดย่านธุรกิจสำคัญทั่วกรุงเทพฯ เช่น สยาม, สีลม, สาทร, อโศก และห้วยขวาง สั่งแบรนด์ดัง ระวังได้กินฟรี 1 ปี! เอาใจสายกินและแฟนพันธุ์แท้แบรนด์ดัง ส่งกิจกรรม “สั่งแบรนด์ดัง ระวังได้กินฟรี 1 ปี” บนเพจ Facebook: LINE MAN ชวนผู้ใช้สั่งอาหารจากแบรนด์ที่ร่วมรายการ แล้วมาคอมเมนต์ใต้โพสต์กิจกรรมเพื่อลุ้นรับสิทธิ์กินฟรี โดยใช้ได้นาน 1 ปี รวมมูลค่าคูปองส่วนลดกว่า 60,000 บาท ไม่ว่าจะเป็น YOLK, Dairy Queen, Café Amazon, KFC และ Nose Tea ร่วมกิจกรรมได้แล้ววันนี้ ถึง 19 พฤศจิกายน 2569 และประกาศรายชื่อผู้ได้รับรางวัล วันที่ 23 พฤศจิกายน 2569 สั่งทุกวัน ลุ้นทุกออร์เดอร์ เตรียมมาเจอคู่จิ้น เตรียมมาฟินรับทอง เพิ่มความตื่นเต้นในทุกออร์เดอร์กับกิจกรรม “สั่งปั๊บ ลุ้นรับทอง” เพียงสั่ง LINE MAN FOOD หรือช้อปบน LINE MAN MART แล้วกรอกโค้ด “LUCKY” ก่อนชำระเงินทุกครั้ง สั่ง 1 ครั้ง รับ 1 สิทธิ์ลุ้นรางวัลรวมมูลค่ากว่า 200,000 บาท* ได้แก่ ทองคำแท่ง 1 บาท (1 รางวัล), ทองคำ 1 สลึง (4 รางวัล), คูปองส่วนลด Food & Mart มูลค่า 500 บาท (100 รางวัล) และสิทธิ์ใช้งาน LINE MAN VIP ฟรี 1 ปี* (100 รางวัล) ร่วมกิจกรรมได้ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2569 ถึง 30 พฤศจิกายน 2569 (กิจกรรมนี้ได้รับใบอนุญาตให้มีการแถมพกหรือรางวัลด้วยการเสี่ยงโชคเลขที่ 2491/2569 ลงวันที่ 6 ตุลาคม 2569 โดยกรมการปกครอง) นอกจากนี้ LINE MAN ยังจัดเต็มเอาใจสายฟิน ชวนแฟนคลับลุ้นเป็น Lucky Fans รับสิทธิ์ที่นั่งพิเศษกระทบไหล่คู่จิ้นสุดฮอตแบบใกล้ชิดใน LINE MAN Live ตลอดทั้งแคมเปญ แฟนคลับห้ามพลาดโอกาสร่วมสร้างความทรงจำสุด Exclusive โดยสามารถติดตามรายละเอียดและเงื่อนไขการร่วมสนุกเพิ่มเติมได้ทางโซเชียลมีเดียของ LINE MAN ชวนครีเอเตอร์สายฟู้ดดี้ ส่งต่อดีลดีร้านอร่อย กับภารกิจพิเศษ LINE MAN Affiliate Program ขยายการรับรู้แคมเปญสู่โลกออนไลน์ผ่านเครือข่ายครีเอเตอร์สายฟู้ดดี้ด้วย LINE MAN Affiliate Program ชวนสร้างคอนเทนต์รีวิวเมนูและร้านเด็ดที่ร่วมรายการ เพียงโพสต์โปรโมตร้านค้าที่ร่วมรายการ และสะสมยอดคำสั่งซื้อให้ครบตามเงื่อนไขที่กำหนด มีสิทธิ์รับโบนัสพิเศษสูงสุดถึง 4,500 บาท* สั่งของอร่อย ช้อปคุ้ม ๆ ด้วยการรับดีลพิเศษได้ทุกวัน กับแคมเปญ “LINE MAN ถูกสุดทุกวัน GRAND SALE” ให้ทุกมื้อและทุกการใช้จ่ายคุ้มยิ่งกว่าเดิมครอบคลุมทุกบริการในแอปฯ ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569 *LINE MAN คือ แอปพลิเคชันผู้ให้บริการจัดส่งสินค้าที่มีอัตราค่าจัดส่งที่ถูกที่สุด (ปี 2025) ตามผลสำรวจโดย INTAGE Thailand การเปรียบเทียบค่าจัดส่ง เป็นไปตามวิธีการสำรวจและเงื่อนไขของ INTAGE Thailand ณ ช่วงเวลาที่ทำการสำรวจเท่านั้น *การร่วมกิจกรรม สิทธิ์ ของรางวัล วิธีการคัดเลือกผู้ได้รับรางวัล และเงื่อนไขอื่น ๆ ของแต่ละกิจกรรม เป็นไปตามข้อกำหนดและเงื่อนไขเฉพาะของกิจกรรมนั้น ๆ ที่บริษัทฯ กำหนด ซึ่งเผยแพร่ทาง https://lineman.line.me/lm-tooksud/ , https://lmwn.com/lineman/lm-tooksud-lucky-gold/ และ/หรือช่องทางที่ระบุในแต่ละกิจกรรม ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: pr@lmwn.com

LINE MAN Wongnai

15 Oct 2026

LINE MAN RIDE Expands EV Fleet to Boost Driver Income, Lowers Costs by 60%, and Tests New “Comfort” Feature for EV Rides

LINE MAN RIDE, the ride-hailing service under LINE MAN, is accelerating its investment in the Electric Vehicle (EV) ecosystem. The company aims to add more than 3,000 quality EV drivers to its platform by the end of 2026. This initiative uses a rental model designed to increase driver income and cut fuel costs. LINE MAN RIDE is also piloting a new feature called “Comfort,” which connects passengers directly with its growing EV fleet. Yod Chinsupakul, CEO of LINE MAN Wongnai, stated “A key structural factor for the long-term ride-hailing business is having a quality driver network that can build a sustainable career on our platform. We chose to invest in reducing driver costs through an EV rental model. Lower costs lead to a real increase in net income for drivers, while passengers receive better service. This approach creates a balanced EV ecosystem that benefits drivers, passengers, and the platform. After launching the EV ride-hailing service in July 2025, LINE MAN RIDE rapidly expanded its EV fleet within just 10 months. Building on this momentum, LINE MAN is expanding partnerships with EV fleet operators. The company intends to add over 3,000 certified EV drivers by the end of 2026. To ensure safety standards, LINE MAN also helps drivers get public driving licenses required by the Ministry of Transport. At the same time, we must grow passenger demand to balance driver capacity by piloting ‘Comfort,’ a new service category on LINE MAN RIDE. This expands our existing ride-hailing options of taxis, private cars, and motorbikes. Passengers can now select large, spacious, and comfortable electric vehicles (EVs) at affordable prices. The service is piloting in parts of Bangkok and its suburbs before gradually expanding. Due to high usage retention driven by a great passenger experience at reasonable prices, we are confident that EV ride bookings via Comfort feature will grow 10 times by the end of 2026 compared to the pilot period in July 2026.” Data from LINE MAN RIDE shows that lowering operational costs is essential for increasing driver earnings. EVs reduce fuel costs by more than 60%, or an average of 7,000 Baht per month per vehicle, compared to internal combustion engine (ICE) cars. This results in a net income increase of over 30% compared to traditional taxi drivers. To make EVs more accessible, LINE MAN developed a full-time rental-to-own model with a starting budget of just 4,000 Baht. The program guarantees a minimum income for drivers who meet the conditions, assists with public driving license applications, and offers vehicle ownership after 6 years of renting. Currently, LINE MAN RIDE partners with EV fleet operators to lower entry barriers, allowing individuals without vehicles to start driving immediately while building long-term infrastructure for the EV Ecosystem. Sila Udomsomboon, a LINE MAN RIDE driver partner who has driven an EV since the early stages, shared: “In the beginning, I drove from early morning until late at night. After learning from LINE MAN RIDE driver coaches and understanding passenger behavior across different locations and times, I shifted to a strategic approach. For instance, I pick up office workers, medical staff, and students in the Silom–Chula area in the morning. In the afternoon, I move to Lat Phrao, Ram Intra, and Ramkhamhaeng. In the evening, I target suburban areas where parents pick up their children and commuters return home. This allows me to work fewer hours but earn more income because I am no longer driving aimlessly. The higher earnings come from efficient cost management and strategic trip planning.” Beyond boosting driver income, expanding the EV Ecosystem creates positive environmental impacts. An EV on the LINE MAN platform drives an average of over 5,000 kilometers per month, reducing greenhouse gas emissions by approximately 0.75 tons per month per car. To date, LINE MAN RIDE has cut cumulative CO₂ emissions by more than 3,500 tons, equivalent to removing over 750 cars from the road for an entire year. In addition to expanding the EV network, LINE MAN RIDE continues to improve the travel experience under the “Affordable and Safe” concept. It features localized tools such as Chat Stickers for driver communication and QR Payment. For safety, the platform provides real-time Trip Tracking, driver background checks, insurance for both drivers and passengers, and an anonymous rating system. The application is fully certified by the Department of Land Transport. For press inquiries, please contactLINE MAN Wongnai’s Corporate Communication team: pr@lmwn.com 

LINE MAN Wongnai

8 Jul 2026

LINE MAN RIDE เร่งขยายรถ EV ยกระดับรายได้-ลดต้นทุนคนขับกว่า 60% พร้อมทดลองบริการเรียกรถ EV โดยเฉพาะ ผ่านฟีเจอร์ใหม่ “Comfort”

LINE MAN เดินหน้าลงทุนสร้าง EV Ecosystem ภายใต้บริการเรียกรถ LINE MAN RIDE ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนคนขับ EV คุณภาพอีกมากกว่า 3,000 คน ภายในสิ้นปี 2026 ผ่านโมเดลเช่ารถที่ช่วยเพิ่มรายได้คนขับและลดต้นทุนเชื้อเพลิง พร้อมเปิดทดลองฟีเจอร์ “Comfort” เชื่อมโยงความต้องการของผู้โดยสารเข้ากับเครือข่ายรถ EV ที่กำลังขยายตัวบนแพลตฟอร์ม ยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “ปัจจัยเชิงโครงสร้างที่สำคัญของธุรกิจ Ride-hailing ในระยะยาว คือการมีเครือข่ายคนขับที่มีคุณภาพและสามารถประกอบอาชีพบนแพลตฟอร์มได้อย่างยั่งยืน เราจึงเลือกลงทุนที่การลดต้นทุนของคนขับผ่านโมเดลเช่ารถยนต์ไฟฟ้า เพราะเมื่อคนขับมีต้นทุนต่ำลง รายได้สุทธิก็เพิ่มขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ขณะที่ผู้โดยสารก็ได้รับบริการที่มีคุณภาพมากขึ้นไปพร้อมกัน นี่คือแนวทางการสร้าง EV Ecosystem ที่เติบโตได้อย่างสมดุลทั้งฝั่งคนขับ ผู้โดยสาร และแพลตฟอร์ม หลังเปิดให้บริการเรียกรถ EV ในเดือนกรกฎาคม 2025 ที่ผ่านมา LINE MAN RIDE สามารถขยายจำนวนรถ EV ได้อย่างรวดเร็วภายในระยะเวลา 10 เดือน จากโมเมนตัมการเติบโตดังกล่าว LINE MAN จึงเดินหน้าขยายความร่วมมือกับพันธมิตรรถยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนคนขับรถ EV ที่มีคุณภาพบนแพลตฟอร์มอีกมากกว่า 3,000 คน ภายในสิ้นปี 2026 พร้อมสนับสนุนให้คนขับได้รับใบอนุญาตขับรถสาธารณะตามหลักเกณฑ์ของกระทรวงคมนาคม เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในการให้บริการ  ในขณะเดียวกัน เราต้องขยายความต้องการใช้งานให้สมดุลไปกับจำนวนคนขับ ด้วยการเปิดทดลองฟีเจอร์ “Comfort” ซึ่งเป็นบริการเรียกรถประเภทใหม่บน LINE MAN RIDE จากเดิมที่ให้บริการเรียกรถแท็กซี่ รถยนต์ส่วนบุคคล และมอเตอร์ไซค์สำหรับรับ-ส่ง โดยผู้โดยสารสามารถเลือกเรียกรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่โดยสารกว้างขวาง นั่งสบาย ในราคาที่เข้าถึงได้ นำร่องให้บริการในบางพื้นที่ของกรุงเทพฯ และปริมณฑล ก่อนทยอยขยายเพิ่มเติมในอนาคต ด้วยประสบการณ์การโดยสารที่ดีในราคาที่เหมาะสม ส่งผลให้มีอัตราการใช้บริการซ้ำสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จึงมั่นใจว่ายอดการใช้บริการฟีเจอร์เรียกรถ EV จะเติบโตขึ้น 10 เท่าภายในสิ้นปี 2026 เมื่อเทียบกับช่วงทดลองให้บริการในเดือนกรกฎาคม 2026” ข้อมูลจาก LINE MAN RIDE พบว่า การลดต้นทุนการประกอบอาชีพเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยยกระดับรายได้ของคนขับ โดยรถยนต์ไฟฟ้าช่วยลดต้นทุนด้านเชื้อเพลิงได้มากกว่า 60% หรือเฉลี่ยประมาณ 7,000 บาทต่อเดือนต่อคัน เมื่อเทียบกับรถยนต์สันดาป ส่งผลให้คนขับมีรายได้สุทธิเพิ่มขึ้นกว่า 30% เมื่อเทียบกับการขับแท็กซี่ทั่วไป  เพื่อให้คนขับเข้าถึงรถ EV ได้ง่ายขึ้น LINE MAN จึงพัฒนาโมเดลเช่าขับเต็มเวลา ใช้เงินเริ่มต้นเพียง 4,000 บาท พร้อมการันตีรายได้ขั้นต่ำสำหรับผู้ขับที่เข้าเงื่อนไข สนับสนุนการทำใบอนุญาตขับรถสาธารณะ และเปิดโอกาสให้เป็นเจ้าของรถได้เมื่อเช่าครบ 6 ปี ปัจจุบัน LINE MAN RIDE ร่วมมือกับพันธมิตรด้านรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อร่วมกันลดอุปสรรคในการเข้าสู่อาชีพ เปิดโอกาสให้คนไม่มีรถสามารถเริ่มขับได้ทันที และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับการเติบโตของ EV Ecosystem ในระยะยาว ด้านศิลา อุดมสมบูรณ์ พาร์ทเนอร์คนขับ LINE MAN RIDE ที่ขับรถ EV ให้บริการตั้งแต่ช่วงแรก เล่าว่า “ช่วงเริ่มต้น ขับรถตั้งแต่เช้ามืด กลับดึก แต่หลังจากได้เรียนรู้จากโค้ชคนขับ LINE MAN RIDE รวมถึงเริ่มเข้าใจพฤติกรรมผู้โดยสารในแต่ละพื้นที่และแต่ละช่วงเวลาก็เปลี่ยนมาวิ่งงานอย่างมีกลยุทธ์มากขึ้น เช่น ช่วงเช้ารับงานแถวสีลม–จุฬาฯ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพนักงานออฟฟิศ บุคลากรทางการแพทย์ และนักศึกษา กลางวันย้ายไปลาดพร้าว รามอินทรา รามคำแหง ส่วนช่วงเย็นเลือกวิ่งโซนชานเมืองซึ่งมีผู้ปกครองรับส่งบุตรหลานและคนทำงานเดินทางกลับบ้าน ทำให้แม้จะใช้เวลาทำงานน้อยลง แต่รายได้กลับมากกว่าเดิม เพราะไม่ได้ขับไปเรื่อย ๆ แบบไม่มีจุดหมาย รายได้ที่เพิ่มขึ้นจึงมาจากการบริหารต้นทุนและการวางแผนรับงานอย่างมีประสิทธิภาพ” ผลลัพธ์ของการขยาย EV Ecosystem นอกจากการยกระดับรายได้ของคนขับแล้ว ยังสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อม โดยรถ EV บนแพลตฟอร์ม LINE MAN มีการใช้งานเฉลี่ยกว่า 5,000 กิโลเมตรต่อเดือนต่อคัน ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 0.75 ตันต่อเดือน และปัจจุบัน LINE MAN RIDE สามารถลดการปล่อยก๊าซ CO₂ สะสมได้แล้วกว่า 3,500 ตัน เทียบเท่ากับการนำรถยนต์กว่า 750 คันออกจากท้องถนนตลอดทั้งปี นอกเหนือจากการขยายเครือข่ายรถ EV แล้ว LINE MAN RIDE ยังคงพัฒนาประสบการณ์การเดินทางภายใต้แนวคิด “ราคาถูก ปลอดภัย” ด้วยราคาที่คุ้มค่า พร้อมฟีเจอร์ที่ออกแบบสำหรับผู้ใช้งานในประเทศไทย เช่น Chat Stickers สำหรับสื่อสารกับคนขับ และ QR Payment สำหรับการชำระเงิน ขณะที่ด้านความปลอดภัยมีระบบติดตามการเดินทางแบบเรียลไทม์ (Trip Tracking) การตรวจสอบประวัติคนขับ ประกันคุ้มครองทั้งผู้ขับและผู้โดยสาร ระบบประเมินคะแนนแบบไม่เปิดเผยตัวตน และเป็นแอปพลิเคชันที่ผ่านการรับรองจากกรมการขนส่งทางบก ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: pr@lmwn.com

LINE MAN Wongnai

8 Jul 2026

LINE MAN เผยผู้ใช้สิทธิ  “ไทยช่วยไทย พลัส” เดลิเวอรีทะลุ 1.2 ล้านคน ยอดสั่งปลายเดือนโต 15% “ข้าวกะเพราหมูกรอบ-มัตจะลัตเต” แชมป์เมนูขายดีประจำเดือน

LINE MAN เปิดข้อมูลการใช้สิทธิในโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ช่วงวันที่ 15–28 มิถุนายน 2569 พบว่ามีผู้ใช้สิทธิผ่านบริการเดลิเวอรีแล้วกว่า 1.2 ล้านคน โดยมูลค่าการสั่งซื้อต่อออเดอร์ในช่วงปลายเดือนมิถุนายนเติบโตขึ้นกว่า 15% เมื่อเทียบกับวันแรกของการเปิดใช้สิทธิ สำหรับสิทธิไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ที่เติมใหม่อีก 1,000 บาทในเดือนกรกฎาคม LINE MAN อัดฉีดคูปองส่วนลดสูงสุด 5,000 บาท พร้อมส่งฟรี 5 กม.* เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายผู้บริโภค นายยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า “ผลตอบรับในช่วงสองสัปดาห์แรกสะท้อนว่า มาตรการไทยช่วยไทย พลัส ช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้จริง โดยผู้ใช้สิทธิมีการใช้จ่ายเฉลี่ย 450 บาทต่อคน ทำให้เม็ดเงินหมุนเวียนไปยังร้านอาหารทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันยังเห็นพฤติกรรมการใช้จ่ายที่เน้นอาหารมื้อหลัก ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายประจำวันของคนไทย ทั้งอาหารจานเดียว ข้าวราดแกง และก๋วยเตี๋ยว ที่เป็นหมวดอาหารที่มียอดสั่งสูงที่สุด ขณะที่ ‘ข้าวกะเพราหมูกรอบ’ ครองตำแหน่งเมนูขายดีอันดับหนึ่งของโครงการประจำเดือนแรก ตามด้วย ข้าวมันไก่ เกาเหลา และก๋วยเตี๋ยวเรือ ซึ่งเป็นเมนูจานด่วนที่รับประทานได้ทุกมื้อยังคงเป็นตัวเลือกหลักของผู้บริโภค ส่วนฝั่งเครื่องดื่ม ‘มัตจะลัตเต’ ขยับขึ้นมาติดอันดับเมนูขายดี แซง ‘ชาไทย’ ที่เคยครองอันดับอันดับหนึ่งในโครงการคนละครึ่ง พลัสรอบก่อน สะท้อนว่ามาตรการสนับสนุนการใช้จ่ายช่วยเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคเข้าถึงเมนูที่มีราคาสูงขึ้นได้มากขึ้น”  LINE MAN ยังคงเดินหน้าสนับสนุนการใช้จ่ายผ่านโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) อย่างต่อเนื่อง พร้อมเชิญชวนผู้บริโภคใช้สิทธิผ่านบริการเดลิเวอรีบนแพลตฟอร์ม ตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 กันยายน 2569 โดยสามารถใช้สิทธิได้ง่าย ๆ ผ่านแอป LINE MAN เพียงเลือกร้านอาหารที่มีสัญลักษณ์โครงการ กด “ใช้สิทธิ” และชำระเงินผ่านแอปเป๋าตังตามขั้นตอน พร้อมรับสิทธิประโยชน์ส่วนลดเพิ่มเติมอีกมากมาย ได้แก่ คูปองส่วนลดสูงสุด 5,000 บาท พร้อมส่งฟรี 5 กม.* ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: pr@lmwn.com

LINE MAN Wongnai

1 Jul 2026

LINE MAN และ กระทรวงคมนาคม ร่วมลงนามยกระดับมาตรฐานบริการเรียกรถผ่านแอปฯ หนุนผู้ขับขี่ถูกกฎหมาย สร้างความมั่นใจทุกการเดินทาง

LINE MAN ร่วมกับกระทรวงคมนาคมและกรมการขนส่งทางบก ประกาศแสดงเจตจำนงความร่วมมือยกระดับมาตรฐานบริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชัน สนับสนุนผู้ขับขี่ที่มีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมยกระดับความปลอดภัยและความเชื่อมั่นของผู้ใช้บริการ LINE MAN นำโดย ยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ร่วมลงนามในประกาศแสดงเจตจำนง “การปฏิบัติตามกฎหมายและการพัฒนามาตรฐานการให้บริการรถรับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์” ร่วมกับ สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วย สรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก และ ดร.ชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ร่วมเป็นสักขีพยาน เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2569 ภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ LINE MAN พร้อมสนับสนุนแนวทางของภาครัฐในการยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรม ทั้งการส่งเสริมให้ผู้ขับขี่มีใบอนุญาตขับรถสาธารณะ การยกระดับความปลอดภัย ความโปร่งใส และการให้บริการที่เป็นธรรม เพื่อสร้างระบบการเดินทางที่มีคุณภาพและยั่งยืน โดยหลังวันที่ 30 กันยายน 2569 จะให้บริการเฉพาะผู้ขับขี่ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามกฎหมาย เพื่อยกระดับมาตรฐานการให้บริการและความมั่นใจของผู้ใช้บริการในระยะยาว ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: pr@lmwn.com

LINE MAN Wongnai

30 Jun 2026

LINE MAN ผ่านการรับรอง Telepharmacy จาก อย. เดินหน้าขยายเครือข่ายร้านยาทั่วประเทศ ภายใต้การดำเนินงานที่ได้รับการรับรองตามกฎหมาย

LINE MAN ได้รับการรับรองเป็นผู้ให้บริการรายการโปรแกรมประยุกต์สำหรับการให้บริการเภสัชกรรมทางไกล (Telepharmacy) พ.ศ. 2569 จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) โดยเป็น 1 ใน 7 แพลตฟอร์มแรกที่ได้รับการรับรอง และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 22 มิถุนายน 2569 เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2569 ยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai พร้อมด้วย ดร.มาลียา โชติสกุลรัตน์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายนโยบายสาธารณะและรัฐกิจสัมพันธ์ เข้าร่วมงานแถลงข่าวความพร้อมการให้บริการเภสัชกรรมทางไกลสำหรับร้านขายยาแผนปัจจุบันตามโปรแกรมประยุกต์ที่ อย. กำหนด การได้รับการรับรองครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของ LINE MAN ในการต่อยอดแพลตฟอร์มสู่บริการสุขภาพดิจิทัล ภายใต้บริการ LINE MAN MART ผู้ใช้สามารถปรึกษาเภสัชกรและร้านขายยาที่ได้รับอนุญาตและขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องกับสภาเภสัชกรรมแบบเรียลไทม์ผ่านระบบแชท รับคำแนะนำด้านการใช้ยาและการดูแลสุขภาพ เลือกซื้อสินค้า เข้าถึงยาที่ต้องผ่านการประเมินโดยเภสัชกรตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด และรับยาจัดส่งถึงบ้านได้ในที่เดียว โดยบริการนี้ดำเนินการผ่านแพลตฟอร์ม LINE MAN ที่ได้รับการรับรอง สามารถยืนยันตัวตนร้านขายยาที่มีใบประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม และจัดเก็บข้อมูลผู้ป่วยได้อย่างแม่นยำ ควบคู่กับการรักษาความลับของผู้ป่วยอย่างปลอดภัยตามมาตรฐานสากล ปัจจุบัน LINE MAN ร่วมให้บริการกับเครือข่ายร้านยาชั้นนำและร้านยาในชุมชนทั่วประเทศ อาทิ Fascino, Boots, Tops Care, GPO Pharma Shop, Health Up, BDS, ยาหนึ่ง, PharmCare และ P&F โดยเชื่อมต่อผู้บริโภคกับร้านขายยาที่ได้รับอนุญาตภายในรัศมี 15 กิโลเมตร ช่วยให้ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง และผู้ที่มีข้อจำกัดในการเดินทางเข้าถึงบริการเภสัชกรรมได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืน วันหยุด หรือในพื้นที่ที่การเข้าถึงร้านขายยามีข้อจำกัด พร้อมเดินหน้าขยายเครือข่ายร้านยาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้บริการสุขภาพที่น่าเชื่อถือเข้าถึงผู้คนได้มากขึ้นทั่วประเทศ ร้านยาที่สนใจเข้าร่วมให้บริการผ่าน LINE MAN MART สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://bit.ly/lineman-telepharmacy  ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: pr@lmwn.com

LINE MAN Wongnai

25 Jun 2026

LINE MAN Expands Access to Healthcare with FDA-Certified Telepharmacy Services

LINE MAN has been certified by Thailand’s Food and Drug Administration (FDA) as a Telepharmacy application service provider under the Telepharmacy Application Certification B.E. 2569 (2026), becoming one of the first seven platforms approved under the new framework. The certification took effect on 22 June 2026. On 24 June 2026, LINE MAN Wongnai CEO Yod Chinsupakul and Dr. Maleeya Jotisakulratana, Head of Government Relations, attended the FDA’s official announcement on the readiness of telepharmacy services for licensed pharmacies operating through FDA-certified applications. The certification marks an important step in LINE MAN’s expansion into digital healthcare services. Through LINE MAN MART, consumers can connect with licensed pharmacists and pharmacies registered with the Pharmacy Council of Thailand in real time via chat, receive professional advice on medication use and health management, purchase healthcare products, access medicines that require pharmacist assessment under regulatory guidelines, and have medicines delivered directly to their homes—all within a single platform. The service is delivered through LINE MAN’s certified telepharmacy platform, which verifies pharmacy credentials, maintains accurate patient records, and safeguards patient privacy and confidential health information in accordance with international standards. LINE MAN currently partners with leading pharmacy chains and community pharmacies nationwide, including Fascino, Boots, Tops Care, GPO Pharma Shop, Health Up, BDS, Ya Nueng, PharmCare, and P&F. By connecting consumers with licensed pharmacies within a 15-kilometer radius, the platform helps elderly individuals, people living with chronic conditions, and those with limited mobility access pharmacy services more conveniently—particularly during late-night hours, public holidays, and in areas where access to physical pharmacies may be limited. LINE MAN plans to continue expanding its pharmacy network to bring trusted healthcare services to more communities across Thailand. Pharmacies interested in partnering with LINE MAN MART to offer telepharmacy services can learn more and register at https://bit.ly/lineman-telepharmacy  For press inquiries, please contactLINE MAN Wongnai’s Corporate Communication team: pr@lmwn.com 

LINE MAN Wongnai

25 Jun 2026

LINE MAN ชวน “นายกฯ อนุทิน” ชักชาไทยโชว์เปิดฤกษ์สั่งไทยช่วยไทย พลัส เดลิเวอรีวันแรก กับกว่า 5 หมื่นร้าน อัดโปรเพิ่มสูงสุด 5,000 บาท คาดดันออเดอร์โต 2 เท่า

LINE MAN แอปเบอร์ 1 ไทยช่วยไทย พลัส  (60/40) ที่ร้านอาหารเลือกเข้าร่วมมากที่สุดกว่า 50,000 ร้าน ชวนนายกฯ ชักชาไทยโชว์เปิดฤกษ์สั่งเดลิเวอรีไทยช่วยไทย พลัสวันแรก พร้อมอุดหนุนส่วนลดเพิ่มเติมสูงสุด 5,000 บาทตลอดโครงการ ระหว่างวันที่ 15 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569  เมื่อวันจันทร์ที่ 15 มิถุนายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล LINE MAN Wongnai นำโดย ยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สรุปความสำเร็จโครงการคนละครึ่ง พลัส ในปีที่ผ่านมา โดยมีอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ ดร. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมคณะ เยี่ยมชมบูธ LINE MAN ซึ่งมีร้านอาหารที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง พลัส เลือกขายบน LINE MAN มากกว่า 65% ของร้านค้าทั้งหมด ขณะที่มูลค่าการใช้จ่ายผ่าน LINE MAN คิดเป็นสัดส่วนกว่า 63% ของยอดใช้จ่ายรวมผ่านฟู้ดเดลิเวอรี และมียอดสั่งซื้อสะสมรวมกว่า 12 ล้านออเดอร์ตลอดโครงการคนละครึ่ง พลัสเมื่อปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ LINE MAN ยังนำผู้ประกอบการร้านอาหารที่ได้รับประโยชน์จากโครงการมาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์การเติบโตของธุรกิจ พร้อมชวนนายกฯ ชักชาไทยโชว์กลางทำเนียบ เปิดฤกษ์สั่งเดลิเวอรีไทยช่วยไทย พลัสวันแรก  ยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “LINE MAN ยังคงเป็นแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีที่มีร้านค้าเข้าร่วมโครงการภาครัฐมากที่สุดในประเทศ และสามารถรักษาอันดับ 1 ได้อย่างต่อเนื่องตั้งแต่โครงการคนละครึ่ง คนละครึ่งพลัส จนถึงโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ที่มีร้านค้าลงทะเบียนเข้าร่วมผ่าน LINE MAN แล้วกว่า 46,533 ร้านค้า จำนวน 46,566 สาขาภายใน 2 วันแรกที่เปิดให้ลงทะเบียน (ข้อมูลตั้งแต่เริ่มเปิดลงทะเบียน วันที่ 10 มิ.ย. ถึงข้อมูลล่าสุด 11 มิ.ย. เวลา 13.00 น.) สะท้อนความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการรายย่อยทั่วประเทศ สำหรับโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ในครั้งนี้ LINE MAN คาดว่าจะช่วยสร้างยอดออเดอร์รวมตลอดโครงการเติบโตขึ้น 2 เท่าจากออเดอร์รวมของโครงการคนละครึ่ง พลัสช่วงปลายปี 2568 โดยข้อมูลจากโครงการคนละครึ่ง พลัสในปีที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่าร้านค้าที่เข้าร่วมมียอดขายเดลิเวอรีเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 5 เท่าในช่วงโครงการ และยังมียอดขายเติบโตขึ้นต่อเนื่องถึง 2 เท่า แม้โครงการจะสิ้นสุดไปแล้ว สะท้อนว่าโครงการภาครัฐร่วมกับแพลตฟอร์มดิจิทัลสามารถสร้างผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจได้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว รวมถึงกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจสู่ภูมิภาค โดย 5 จังหวัดที่มีร้านค้าที่ยอดขายเดลิเวอรีเติบโตสูงสุดช่วงโครงการคนละครึ่ง พลัส ได้แก่ จันทบุรี หนองบัวลำภู อุตรดิตถ์ อุดรธานี และเชียงราย ตามลำดับ โดยจันทบุรีเติบโตสูงถึง 9 เท่า ในขณะที่กรุงเทพฯ เติบโตเฉลี่ยที่ 4 เท่า นอกจากนี้ ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ Upskill & Reskill ทักษะดิจิทัลมียอดขายเติบโตเฉลี่ย 6.3 เท่า ซึ่งทำให้เห็นว่าทักษะและเครื่องมือดิจิทัลสามารถช่วยให้ผู้ประกอบการบริหารธุรกิจได้แม่นยำขึ้น ลดต้นทุน เพิ่มรายได้ และเข้าถึงโอกาสใหม่ได้จริง”  ชาไทย เป็นเมนูที่มียอดสั่งสูงที่สุดบน LINE MAN ในโครงการคนละครึ่ง พลัสที่ผ่านมา งานนี้จึงได้เชิญ รามวิทย์ วิไลเนตร เจ้าของร้านกูโรตีชาชัก ท่าอิฐ หนึ่งในร้านอาหารที่เข้าร่วมขายบน LINE MAN กับโครงการไทยช่วยไทย พลัส  (60/40)  มาเล่าถึงโอกาสของร้านรายย่อยพร้อมกับชง ‘ชาชัก’ ให้นายกฯ “ที่ผ่านมา LINE MAN ช่วยให้ร้านเข้าถึงลูกค้าใหม่ได้มากขึ้น จากเดิมที่มีลูกค้าหลักอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง ก็สามารถขยายฐานลูกค้าไปยังพื้นที่อื่น ๆ ได้ผ่านบริการเดลิเวอรี ส่งผลให้ยอดขายของร้านเติบโตราว 5 เท่าเมื่อเทียบกับช่วงก่อนเข้าร่วมโครงการ นอกจากการเพิ่มยอดขายแล้ว แพลตฟอร์มยังช่วยให้ร้านมีเครื่องมือในการทำการตลาดและบริหารจัดการธุรกิจได้สะดวกยิ่งขึ้น ทำให้ร้านเล็กอย่างเรามีโอกาสแข่งขันและเติบโตได้มากขึ้น เราคาดหวังว่าโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) จะช่วยกระตุ้นกำลังซื้อของผู้บริโภค สร้างโอกาสให้ร้านอาหารรายย่อยในหลายพื้นที่เข้าถึงลูกค้าใหม่ และช่วยให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว” LINE MAN หนุนผู้ใช้สิทธิ์ไทยช่วยไทย พลัส  (60/40) มอบส่วนลดสูงสุด 5,000 บาท เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายและช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน LINE MAN ยังมอบสิทธิพิเศษสำหรับผู้ใช้บริการภายใต้โครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ระหว่างวันที่ 15 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569 โดยสามารถใช้สิทธิ์ได้ง่าย ๆ ผ่านแอป LINE MAN เพียงเลือกร้านอาหารที่มีสัญลักษณ์โครงการ กด “ใช้สิทธิ์” และชำระเงินผ่านแอปเป๋าตังตามขั้นตอน พร้อมรับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม ดังนี้ LINE MAN เชื่อว่าการผสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐ แพลตฟอร์มดิจิทัล และผู้ประกอบการรายย่อย จะเป็นอีกกลไกสำคัญในการกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ กระจายรายได้สู่ชุมชน และยกระดับขีดความสามารถของร้านอาหารไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนในเศรษฐกิจดิจิทัล ### *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด**ข้อมูลอ้างอิงจากสัดส่วนจำนวนร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง พลัส กับแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีในช่วงปลายปี 2568 ที่เลือกใช้บริการ LINE MAN มากกว่า 65% ของร้านที่เข้าร่วมโครงการทั้งหมด ซึ่งเป็นสัดส่วนสูงสุดเมื่อเทียบกับแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีอื่น ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: pr@lmwn.com

kasidids

15 Jun 2026

LINE MAN ร่วม Ari Football เสิร์ฟแคมเปญ “เชียร์เกมระดับโลกให้สุด LINE MAN คุ้มทุกแมตช์” อัดโปรสุดคุ้มตลอดทัวร์นาเมนต์

LINE MAN ผู้นำแพลตฟอร์มออนดีมานด์อันดับ 1 ของไทย จับมือ Ari Football ผู้นำด้านฟุตบอลเต็มรูปแบบที่ดีที่สุดและครบที่สุดในเมืองไทย เปิดตัวแคมเปญ “เชียร์เกมระดับโลกให้สุด LINE MAN คุ้มทุกแมตช์” ต้อนรับมหกรรมฟุตบอลระดับโลก พร้อมยกระดับประสบการณ์เชียร์ฟุตบอลให้สนุกยิ่งขึ้น ด้วยกิจกรรมและโปรโมชันสุดพิเศษตลอดฤดูกาลการแข่งขัน ไฮไลท์สำคัญของความร่วมมือในครั้งนี้ คือ การเปิดตัวแจ็กเก็ตคอลเลกชันพิเศษ LINE MAN x Ari Football ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสีสันและบรรยากาศของมหกรรมฟุตบอลระดับโลก ถ่ายทอดผ่านดีไซน์ที่ผสานความเป็นสปอร์ตและสตรีทแวร์เข้าด้วยกัน พร้อมคำนึงถึงการใช้งานจริงและความปลอดภัยของไรเดอร์สะท้อนตัวตนของทั้งสองแบรนด์ที่เชื่อมโยงผู้คนผ่านความหลงใหลในกีฬาและการใช้ชีวิตในเมือง สำหรับแจ็กเก็ตคอลเลกชันพิเศษนี้มอบให้แก่กลุ่ม Top Performer ของ LINE MAN Rider ที่มีความสม่ำเสมอในการรับงาน และการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการยกย่องและสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ไรเดอร์ซึ่งเป็นกำลังสำคัญของแพลตฟอร์ม ปล่อยคาราวานไรเดอร์ 48 คัน Kick-off แคมเปญ สร้างสีสันรับมหกรรมฟุตบอลระดับโลก นอกจากนี้ เพื่อสร้างสีสันและ Kick-off แคมเปญอย่างเป็นทางการ LINE MAN ยังได้จัดขบวนคาราวาน LINE MAN Rider จำนวน 48 คัน เคลื่อนผ่านเส้นทางถนนสุขุมวิทสู่สยามสแควร์ ร่วมปลุกกระแสการเชียร์ฟุตบอลระดับโลกและสร้างการรับรู้สู่ผู้บริโภคในวงกว้าง  พร้อมจัดเต็มโปรโมชันสำหรับแฟนบอลตลอดช่วงการแข่งขัน ตั้งแต่วันที่ 11 มิถุนายน – 19 กรกฎาคม 2569 ได้แก่ แคมเปญ “เชียร์เกมระดับโลกให้สุด LINE MAN คุ้มทุกแมตช์” สะท้อนความตั้งใจของ LINE MAN และ Ari Football ในการเชื่อมโยงความหลงใหลในกีฬาฟุตบอลเข้ากับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคไทย พร้อมส่งมอบประสบการณ์ที่สนุก สะดวก และคุ้มค่าให้แฟนบอลได้ร่วมเชียร์ทุกแมตช์สำคัญตลอดการแข่งขัน ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ  ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: pr@lmwn.com

LINE MAN Wongnai

10 Jun 2026

LINE MAN ประกาศ GP พิเศษ 10% สำหรับร้านที่สมัคร “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” เฉพาะ 10 มิ.ย. นี้ พร้อมอัดงบ 400 ลบ. กระตุ้นยอดขาย 4 เดือนเต็ม

LINE MAN แพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีอันดับ 1 ของไทย เดินหน้าหนุนผู้ประกอบการร้านอาหารทั่วประเทศผ่านโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ทุ่มงบกว่า 400 ล้านบาท มอบสิทธิประโยชน์รอบด้านทั้งการลดต้นทุน เพิ่มยอดขาย และเสริมสภาพคล่องทางธุรกิจตลอด 4 เดือน ของโครงการ พร้อมประกาศ GP พิเศษ 10% สำหรับร้านอาหารที่สมัครเข้าร่วมโครงการในวันที่ 10 มิถุนายน 2569 และลดค่า GP เหลือ 15% สำหรับร้านอาหารที่สมัครเข้าร่วมโครงการตั้งแต่วันที่ 11 มิถุนายนเป็นต้นไปจนจบโครงการ พร้อมเสริมทัพโปรโมชันแบบจัดเต็มแก่ผู้ใช้สิทธิ มอบสิทธิพิเศษด้านส่วนลดค่าอาหาร, ส่งฟรี และคูปองส่วนลดมากมายสำหรับออเดอร์บนแอป LINE MAN หวังช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายและขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากในช่วงครึ่งหลังของปี จากข้อมูลช่วงโครงการคนละครึ่งเฟส 4 และเฟส 5 ในปี 2564–2565 พบว่า ร้านค้ากว่า 65%* ในหมวดฟู้ดเดลิเวอรีที่เข้าร่วมโครงการ เลือกใช้ LINE MAN ซึ่งเป็นสัดส่วนสูงสุดเมื่อเทียบกับแพลตฟอร์มอื่นในตลาด พร้อมสร้างยอดขายจากโครงการ “คนละครึ่ง พลัส” คิดเป็น 63% ของยอดขายรวมในตลาดฟู้ดเดลิเวอรี ตอกย้ำบทบาทของ LINE MAN ในฐานะแพลตฟอร์มสำคัญที่ช่วยเชื่อมต่อร้านค้ากับผู้บริโภคทั่วประเทศ ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนถึงความไว้วางใจที่ร้านค้ามีต่อ LINE MAN ทั้งในด้านฐานผู้ใช้งาน เครื่องมือสนับสนุนการขาย และโซลูชันด้านการตลาดที่ช่วยผลักดันการเติบโตของธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลจากโครงการ “คนละครึ่ง พลัส” ในช่วงปลายปี 2569 ที่ผ่านมาพบว่า ร้านค้าที่เข้าร่วมสามารถเพิ่มฐานลูกค้าใหม่ได้ 22% เพิ่มความถี่ในการสั่งซื้อ 30% และมูลค่าต่อบิลเติบโต 15% ช่วยสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับร้านค้าได้อย่างเป็นรูปธรรม สำหรับร้านค้าที่สมัครเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส (60/40) กับ LINE MAN จะได้รับสิทธิพิเศษแบบจัดเต็ม เพื่อช่วยเพิ่มการมองเห็นและกระตุ้นยอดสั่งซื้อบนแพลตฟอร์ม และสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมเพื่อช่วยสนับสนุนการดำเนินธุรกิจของร้านค้าอย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็น 10 มิถุนายนนี้ เลือกแอป​ฯ ที่ใช่เข้าถุงเงินเลือก LINE MAN ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสมัครเข้าร่วมโครงการได้ที่ https://lmwnmerchantcenter.com/thai-chuay-thai-plus-60-40-merchant นอกจากนี้ LINE MAN ยังเตรียมมอบสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมสำหรับผู้ใช้สิทธิในโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ทั้งส่วนลดค่าอาหาร สิทธิส่งฟรี และคูปองส่วนลดสำหรับการสั่งอาหารผ่านแอป เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้บริโภค ควบคู่กับการสร้างโอกาสทางรายได้ให้ร้านอาหารและไรเดอร์ทั่วประเทศ สะท้อนบทบาทของแพลตฟอร์มในการร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสนับสนุนผู้ประกอบการไทยอย่างต่อเนื่อง หมายเหตุ: *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด  *อัตรา GP พิเศษ 10% สำหรับร้านค้าที่สมัครเข้าร่วมโครงการในวันที่ 10 มิถุนายน 2569 เท่านั้น *อัตรา GP พิเศษ 15% สำหรับออเดอร์ไทยช่วยไทย พลัส 60/40 เมื่อสมัครตั้งแต่วันที่ 11 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป *อ้างอิงจากสัดส่วนจำนวนร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส 4 และเฟส 5 ในช่วงปี 2564–2565 ที่เลือกใช้บริการ LINE MAN มากกว่า 65% ของร้านคนละครึ่งทั้งหมดในหมวดฟู้ดเดลิเวอรี ซึ่งเป็นสัดส่วนสูงสุดเมื่อเทียบกับแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีอื่น ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ  ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: pr@lmwn.com

LINE MAN Wongnai

5 Jun 2026

LINE MAN Wongnai จัดกิจกรรม Junior Case Competition 2026 ปั้นคนรุ่นใหม่ด้วยโจทย์ธุรกิจและ Data จริง

LINE MAN Wongnai เดินหน้าส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพคนรุ่นใหม่ ผ่านโครงการ “LINE MAN Wongnai Junior Case Competition 2026” เวทีแข่งขันวิเคราะห์ธุรกิจสำหรับนักศึกษาทั่วประเทศ เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้จากโจทย์ธุรกิจจริง พร้อมใช้ Data จริงในการพัฒนา Business Strategy เพื่อฝึกทักษะสำคัญที่จำเป็นต่อโลกธุรกิจยุคใหม่ ตอกย้ำบทบาทในฐานะ Tech Platform ไทยที่ส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพคนรุ่นใหม่ไทย ผ่านการนำ Data ผู้ใช้จริงมาสร้างพื้นที่การเรียนรู้นอกห้องเรียน LINE MAN Wongnai ตั้งเป้าพัฒนาทักษะศักยภาพของคนรุ่นใหม่เพื่อร่วมกันสร้าง Tech Platform ที่เป็นความภาคภูมิใจของประเทศ โครงการ LINE MAN Wongnai Junior Case Competition ครั้งแรกนี้ เปิดโอกาสให้นักศึกษาปริญญาตรีทุกชั้นปีและทุกสาขาทั่วประเทศ รวมทีม 3-4 คน ลงพื้นที่จริงเพื่อสำรวจปัญหาและความต้องการของผู้บริโภคด้วยตัวเอง “ทักษะที่สำคัญในยุคนี้ คือความสามารถในการปรับตัว” นี่คือแนวคิดที่สะท้อนผ่านโครงการ “LINE MAN Wongnai Junior Case Competition 2026” ครั้งแรกของเวทีแข่งขันโจทย์ธุรกิจจริงจาก LINE MAN Wongnai ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาทั่วประเทศ ได้ลงสนามจริง ใช้ข้อมูลจริง และได้ทดลองพัฒนากลยุทธ์เพื่อแก้โจทย์ธุรกิจบนแพลตฟอร์มออนดีมานด์อันดับหนึ่งของไทยที่มีผู้ใช้งานกว่า 10 ล้านคน และได้มีโอกาสสัมผัสประสบการณ์การ Pitch แผนธุรกิจแบบสด ๆ กับ CEO สตาร์ตอัปยูนิคอร์นตัวจริงของไทย คุณยอด ชินสุภัคกุล เพื่อชิงเงินรางวัลรวม 100,000 บาท    ยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai อธิบายถึงเบื้องหลังแนวคิดนี้ว่า “โครงการนี้คือ Sandbox ของบริษัทเทคโนโลยีที่ผลักดันให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากการลงมือทำจริง ที่สำคัญคือการลับความสามารถในการปรับตัวให้คมขึ้น เพราะโลกธุรกิจออนดีมานด์ปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงในระดับวินาทีและการแข่งขันสูง คนรุ่นใหม่จะต้องฝึกวิธีคิดแบบเดียวกับที่เกิดขึ้นในบริษัทสตาร์ตอัป ทั้งการตั้งคำถาม การหาอินไซต์ และการออกแบบแนวทางแก้ปัญหา โดยใช้ Data เป็นเครื่องมือในการตัดสินใจ แต่ละโครงการของ 6 ทีมสุดท้ายที่มานำเสนอมีความน่าสนใจและสามารถต่อยอดเป็นโครงการได้จริง” 3 ไอเดียธุรกิจ จาก Pain Point สู่กลยุทธ์ที่ทำได้จริง การจัดโครงการในปีนี้ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม โดยมีผู้สมัครกว่า 300 ทีม ก่อนจะถูกคัดกรองอย่างเข้มข้นจนเหลือ 6 ทีมสุดท้าย ที่ต้องมานำเสนอแผนกลยุทธ์ต่อผู้บริหารระดับสูงของ LINE MAN Wongnai เพื่อชิงเงินรางวัลรวมกว่า 100,000 บาท โดย 3 ทีมผู้ชนะในปีนี้ต่างมีจุดเด่นในการแก้ปัญหาของผู้บริโภคกลุ่ม Gen Z ได้อย่างเฉียบคม ได้แก่ ผู้ชนะเลิศ ทีม 2AM จาก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คว้ารางวัล 50,000 บาท ด้วยการหยิบกลยุทธ์ “ง่ายและไว” หลังพบว่าอุปสรรคที่ทำให้นักศึกษาไม่สมัคร LINE MAN VIP ไม่ใช่เรื่องของราคา แต่คือ ความลังเลและขั้นตอนที่ดูซับซ้อนในการเข้าถึงสิทธิประโยชน์  ทีมจึงปรับขั้นตอนให้ง่ายและรวดเร็วต่อการใช้งาน พร้อมทั้งยังออกแคมเปญฮีโร่อย่าง SME Smile และ เด็กเกษตร  โดยเปลี่ยนโรงอาหารซึ่งเป็นพื้นที่รวมตัวของนักศึกษาในช่วงเวลาพักเที่ยง ให้กลายเป็นพื้นที่จัดกิจกรรม ควบคู่ไปกับการแจกโค้ดจากการเล่นเกมผ่านโซเชียลมีเดียที่ร่วมมือกับสโมสรนิสิตและมหาวิทยาลัยต่าง ๆ เพื่อเจาะตรงถึงคอมมูนิตี้นักศึกษา รองชนะเลิศอันดับ 1 ทีม What’s Your GPA ? จาก สจล. คว้ารางวัล 30,000 บาท ด้วยการต่อยอดแนวคิด “Zero-Waste Marketing” เพื่อลดภาระค่าครองชีพให้ Gen Z โดยผลักดันให้ LINE MAN กลายเป็นแอปหลักที่ขาดไม่ได้ในชีวิตประจำวัน ผ่านการเจาะกลุ่มผู้ใช้งานระบบ KMITL UApp ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันมือถืออย่างเป็นทางการของมหาวิทยาลัย และสร้างทีมแอมบาสเดอร์ The Survivor ซึ่งเป็นการคัดเลือกตัวแทนนักศึกษาที่เป็นไมโครอินฟลูเอนเซอร์สาย Real Lifestyle จากคณะต่าง ๆ เพื่อช่วยแชร์เรื่องราวและแชร์ทริคการใช้ชีวิตสุดคุ้ม ผ่านการทำคอนเทนต์วิดีโอสั้น ซึ่งเป็นวิธีที่เข้าถึงใจเพื่อนนักศึกษาด้วยกันเอง รองชนะเลิศอันดับ 2 ทีม Manova จาก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คว้ารางวัล 20,000 บาท ด้วยแนวคิด “เพื่อน-รัก-LINE MAN” ที่มุ่งช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพจากรายได้ที่จำกัดของนักศึกษาและใช้กลยุทธ์ Gamification ดึงดูดให้นักศึกษาเข้ามาทำภารกิจสนุก ๆ ร่วมกัน เช่น กิจกรรม ‘VIP Hunter’ หรือการแชร์โมเมนต์ไลฟ์สไตล์เพื่อสะสมแต้ม แล้วนำไปปลดล็อกรางวัลได้ทันที เป็นการเปลี่ยนมุมมองเรื่องการจ่ายค่าส่งให้กลายเป็นเรื่องที่สนุกและคุ้มค่า สร้างความผูกพันระหว่างแบรนด์กับกลุ่มนักศึกษาได้ “Fail Fast, Learn Faster” บทเรียนที่มีค่ากว่ารางวัล สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจที่สุดจากการแข่งขันครั้งนี้ คือทัศนคติในการรับมือกับความไม่แน่นอน ตัวแทนจากทีม 2AM เจ้าของรางวัลชนะเลิศ เปิดเผยอินไซต์ที่ได้เรียนรู้ว่า ในโลกธุรกิจจริงไม่มีแผนไหนที่สมบูรณ์แบบตั้งแต่ครั้งแรก หลายครั้งที่ทีมเจอความล้มเหลวจากกิจกรรมที่ไม่ตอบโจทย์ หรืออินไซต์ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ด้วยข้อจำกัดด้านเวลา พวกเขาจึงเลือกหยิบเอาวิถีการทำงานแบบ LINE MAN Wongnai Startup Spirit มาเป็นอาวุธสำคัญ นั่นคือแนวคิด Fail Fast, Learn Faster “ถ้าแผนไหนไม่เวิร์กก็รีบกลับมาปรับและทดลองใหม่ทันที” ซึ่งตลอดการแข่งขันนี้ได้ให้ประสบการณ์ที่มีค่ากับพวกเราคือ การทำธุรกิจยุคนี้ไม่ได้วัดกันแค่ไอเดีย แต่คือความสามารถในการปรับตัวและเรียนรู้จากสถานการณ์จริงให้เร็วที่สุด” ท้ายที่สุด โครงการ Junior Case Competition สะท้อนให้เห็นความเชื่อของ LINE MAN Wongnai ที่ว่า ศักยภาพของคนรุ่นใหม่จะเติบโตได้ดีที่สุด ก็ต่อเมื่อพวกเขาได้รับโอกาสในการลงมือทำ โครงการนี้คือพื้นที่จำลองโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแผนบนหน้าจอให้กลายเป็นผลงานจริง โดยไอเดียของทีมผู้ชนะจะถูกนำไปเพื่อต่อยอดปรับใช้เป็นแคมเปญจริงบนแพลตฟอร์ม นี่จึงเป็นเวทีที่พิสูจน์ว่า ไอเดียของนักศึกษาก็สามารถสเกลขึ้นไปเป็นผลงานจริง ที่เข้าถึงผู้ใช้งานหลักล้านคนทั่วประเทศได้ ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ  ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: pr@lmwn.com

LINE MAN Wongnai

26 May 2026
1 2 … 13