จดหมายเปิดผนึก ถึง วงการร้านอาหารทั่วประเทศ ยอด ชินสุภัคกุล Wongnai

สวัสดีครับ พาร์ทเนอร์ร้านอาหารทุกท่าน ผมเขียนจดหมายฉบับนี้ขึ้นมาเพื่อแสดงความห่วงใยและแจ้งมาตรการสนับสนุนของเราให้กับเจ้าของธุรกิจร้านอาหาร ซึ่งเป็นพาร์ทเนอร์ เพื่อน และครอบครัวของพวกเราชาว Wongnai เพื่อให้สู้ต่อและก้าวผ่านสถานการณ์เช่นนี้ไปด้วยกัน เราเข้าใจว่าผู้คนในสังคม ณ เวลานี้พยายามหลีกเลี่ยงความเสี่ยงโดยการออกจากบ้านให้น้อยลง งดการทำกิจกรรมในที่สาธารณะหรือบริเวณที่มีผู้คนแออัด ตอนนี้จำนวนคนที่ไปรับประทานข้าวข้างนอก น่าจะลดลงมากกว่า 50% ซึ่งทำให้เกิดผลกระทบกับร้านอาหารของทุกคนโดยตรง หรือแม้แต่ Wongnai เองก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน พวกเราชาว Wongnai เองไม่นิ่งนอนใจ กำลังพยายามให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ พร้อมสู้ไปกับทุกคน โดยเราได้มีมาตรการสนับสนุนร้านอาหาร ทั้งผ่านช่องทางต่าง ๆ ของ Wongnai รวมไปถึงผ่านทาง LINE MAN ซึ่งเป็นพาร์ทเนอร์ของเรา ดังนี้ เพิ่มช่องทางเพื่อช่วยโปรโมทเมนู Delivery มากขึ้น  พยายามทำให้ร้านอาหารใหม่ ๆ ขึ้นระบบ Delivery ได้เร็วที่สุดภายใน 7 วัน พัฒนาฟีเจอร์ Pick-up (Take-out) และจะนำไปปรับใช้กับร้านอาหารให้เร็วที่สุด ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าสามารถกดสั่งอาหารไว้ก่อนแล้วค่อยไปรับหน้าร้าน เพื่อหลีกเลี่ยงการรอคิวหน้าร้านนาน ๆ ซึ่งจะสามารถลดการสัมผัสใกล้ชิดระหว่างบุคคลได้ในระดับหนึ่ง เตรียมปล่อยแคมเปญดีล/วอลเชอร์เพื่อช่วยนำ Cashflow เข้ามาให้ร้านอาหารก่อน และให้ลูกค้ากลับเข้ามาใช้บริการเมื่อสถานการณ์เริ่มดีขึ้นในภายหลัง โดยไม่มีค่าใช้จ่ายสำหรับร้านอาหาร หรือถ้าจะมีก็อาจจะมีแค่ค่า Payment Gateway เท่านั้น ผมขอยืนยันอีกครั้งว่า การพยายามช่วยเหลือร้านอาหารและวงการร้านอาหาร ถือเป็นวาระสำคัญที่สุดของผมและทีมงานในเวลานี้ ถ้าพาร์ทเนอร์ร้านอาหารท่านใดต้องการคำปรึกษา ผมและชาว Wongnai ทุกคนยินดีให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่เสมอครับ ขอให้ท่านและครอบครัวของท่านมีสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรงเพื่อก้าวผ่านสถานการณ์นี้ไปด้วยกัน #สปดกรจรกม สู้ไปด้วยกันเราจะรอดกันหมดปล. #สปดกรจรกม เป็น hashtag ที่ใช้ส่งให้กับพนักงานใน Wongnai ทีมงานบอกว่าดูฮึกเหิมดี เลยเอามาขึ้นต้นดูครับ – ยอด ชินสุภัคกุล, CEO & Co-Founder

LINE MAN Wongnai

19 Mar 2020

สร้างสรรค์ต่อยอดชุมชน! ข้าวหอมกระเจาจากห้วยกระเจาปลูกด้วยใจคัดด้วยมือ

“ข้าวหอมกระเจา” ข้าวที่ปลูกด้วยใจคัดด้วยมือจากชาวบ้านห้วยกระเจา ชุมชนห้วยกระเจา ชุมชนใน ต.ดอนแสลบ อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ กลิ่นอายของธรรมชาติ และสถานที่ทางประวัติศาสตร์อันงดงาม แม้ชุมชนห้วยกระเจาจะเป็นชุมชนเล็ก ๆ แต่กลับมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย และผลผลิตที่เกิดจากฝีมือชาวบ้านที่หลายคนอาจยังไม่เคยรู้ อำเภอห้วยกระเจาเป็นอำเภอที่มีพื้นที่แห้งแล้ง คลองชลประทานเข้าไม่ถึง และมีปริมาณน้ำฝนน้อยจึงต้องเลือกปลูกพันธุ์ “ข้าวขาวดอกมะลิ 105” ที่มีคุณสมบัติทนต่อสภาพแล้ง ดินเปรี้ยว ดินเค็มได้ดีพอสมควร และด้วยพื้นที่นี้ไม่สามารถทำการเกษตรได้มากนัก จึงทำให้ธาตุอาหารในดินยังคงมีในปริมาณมาก และทำให้ข้าวขาวดอกมะลิ 105 ที่ได้มีรสชาติ และกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์หากินจากที่ไหนไม่ได้ ซึ่งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนหอมกระเจา จ.กาญจนบุรี ได้รับการสนับสนุนจาก “โครงการข้าวเพื่อสุขภาพโดยอินทัช” โดยบริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ อินทัช เพื่อช่วยเหลือชาวนาให้มีรายได้อย่างยั่งยืน และเพิ่มมูลค่าให้กับข้าวขาวดอกมะลิ 105 ภายใต้ชื่อแบรนด์ “ข้าวหอมกระเจา” ที่ปราศจากสารเคมีแบบ 100% และยังได้รับการรับรองมาตรฐาน GAP และอยู่ระหว่างการคัดสรรดาว OTOP แต่สิ่งที่เป็นโจทย์สำคัญ คือ เราจะทำอย่างไรให้คนทั่วไปรู้จักผลผลิตที่ปลูกด้วยใจและคัดด้วยมือของชาวบ้านโดยนำเสนอผ่านเอกลักษณ์ของท้องถิ่นทั้งวิถีชีวิตความเป็นอยู่ อาหารการกิน และสถานที่ท่องเที่ยวเพื่อนำไปสู่การสร้างงาน สร้างรายได้ที่ยั่งยืนสู่ชุมชนอย่างแท้จริง นี่จึงเป็นที่มาของความร่วมมือระหว่าง อินทัช และ Wongnai ซึ่งเป็นไลฟ์สไตล์แพลตฟอร์มที่เชื่อมต่อคนไทยเข้าสู่สิ่งดี ๆ ทั้งเรื่องอาหารและการท่องเที่ยว Wongnai เองทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการช่วยโปรโมทการท่องเที่ยวในชุมชนห้วยกระเจาผ่านแนวคิด “เที่ยว 3 ธรรม ตามวิถีห้วยกระเจา” เพื่อให้นักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ได้ลองสัมผัสกับวิถีชีวิต และความเป็นอยู่ของชาวห้วยกระเจาให้มากขึ้น และยังได้นำเอาข้าวหอมกระเจาซึ่งเป็นผลผลิตของชุมชน มานำเสนอเป็นบทความและวิดีโอสอนทำเมนูอาหารที่มีชื่อว่า “ข้าวอบสามสหาย” ที่เน้นวิธีการทำที่ไม่ยุ่งยาก และกินได้ไม่มีเบื่อ ซึ่งสิ่งนี้เองเป็นเหมือนใบเบิกทางให้กับผลผลิตจากชุมชนเล็ก ๆ เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น ด้วยความตั้งใจดี ๆ ในการสร้างความยั่งยืนสู่ชาวบ้านกลุ่มวิสาหกิจชุมชนหอมกระเจา เรานำผลผลิต “ข้าวหอมกระเจา” มาต่อยอดให้ถูกตาด้วยสีสัน และต้องลิ้นด้วยรสชาติมากขึ้นด้วยการรังสรรค์เมนูสุดพิเศษในเมนู “ข้าวปั้นหมูทอดสามสี” ที่ทำโดยเชฟที่มีฝีมือ ซึ่งความพิเศษของเมนูนี้คือ การนำเอาข้าวที่ปลูกโดยชาวบ้านห้วยกระเจา ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว นำมาปั้นให้เป็นรูปทรงสามเหลี่ยม และมีสีสันที่หลากหลาย กินคู่กับหมูทอดที่ผ่านการหมักมาอย่างดี ราดด้วยซอสน้ำจิ้มแจ่ว หรือซอสน้ำจิ้มแจ่วปลาร้า ที่ทำให้เมนูนี้รสชาติดีมากยิ่งขึ้น และได้นำเมนูนี้มานำเสนอให้กับชาวกรุงฯ ที่งานเทศกาลอาหารที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย โดยรายได้ทั้งหมดแบบไม่หักค่าใช้จ่าย จะนำไปช่วยเหลือชาวบ้านในเรื่องของวัสดุอุปกรณ์ในการต่อเติมอาคาร และวัสดุอุปกรณ์ในการผลิตสินค้า เพื่อให้ชาวชุมชนห้วยกระเจาได้นำไปใช้ประโยชน์ให้ได้มากที่สุด นอกจากข้าวหอมกระเจาแล้ว ชาวบ้านบ้านกลุ่มวิสาหกิจชุมชนหอมกระเจา ยังมีผลผลิตที่น่าสนใจอื่น ๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น น้ำส้มสายชูหมักจากข้าวหอมมะลิ และเครื่องดื่มน้ำเมล่อนผสมน้ำส้มสายชูหมักจากข้าวหอมมะลิ ที่เต็มไปด้วยคุณประโยชน์ ซึ่งเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นว่า นี่คือไอเดียที่เป็นตัวอย่างที่ดีที่ช่วยจุดประกายให้กับชุมชนทั่วประเทศไทยได้นำไปปรับใช้ในการหยิบผลผลิตท้องถิ่นปรุงรสด้วยความคิดสร้างสรรค์ลงไปเพิ่มเติมเพื่อต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่ม สร้างการรับรู้ในวงกว้างเพื่อสร้างความยั่งยืนระยะยาวให้กับชุมชนได้ WongnaiWeGive

LINE MAN Wongnai

3 Mar 2020

Wongnai WeGive มอบโรงตาก เครื่องสีเมล็ดกาแฟให้กับวิสาหกิจชุมชนมณีพฤกษ์

ต่อเนื่องจากช่วงต้นปีที่ผ่านมา Wongnai เมล็ดกาแฟระดับโลกอย่าง “เกอิชา” ที่ปลูกได้แล้วด้วยฝีมือของชาวบ้านชุมชนมณีพฤกษ์ อำเภอทุ่งช้าง จังหวัดน่าน มาร่วมออกบูธขายในงาน Wongnai Bangkok Food Festival 2019 ณ หน้าลาน Central World เมื่อเดือนมกราคม ภายใต้การดูแลของ “Class Cafe” พร้อมทั้งเหล่าบาริสต้าชื่อดัง และเซเลบริตี้มาร่วมช่วยกันในระหว่างงานดังกล่าว เพื่อช่วยในการรวบรวมรายได้จากการขายกาแฟให้กับชาวบ้าน โดยเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2562 ทาง Wongnai ได้นำรายได้ทั้งหมดที่เกิดขึ้นโดยไม่หักค่าใช้จ่ายใดๆ สร้างเป็นโรงตาก และจัดซื้อเครื่องสีเมล็ดกาแฟ ให้วิสาหกิจชุมชนมณีพฤกษ์ จ.น่าน ด้วยจุดประสงค์ที่จะต้องการส่งเสริมการสร้างอาชีพให้กับเกษตรกร และรวมถึงช่วยยกระดับวงการกาแฟไทยให้ดียิ่งขึ้น พ่อฉิ่ง หัวหน้ากลุ่มวิสาหกิจชุมชนมณีพฤกษ์ ได้ให้สัญญากับพวกเราทีมงานว่า จะตั้งใจใช้โรงตาก และเครื่องสีเมล็ดกาแฟที่ได้ นำมาใช้อย่างคุ้มค่า และเกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมตั้งใจจะผลิตเมล็ดกาแฟตัวใหม่ๆ ต่อไปให้คนไทยต่อไป The Wongnai Team ติดตามเรื่องราวกาแฟชุมชนมณีพฤกษ์เพิ่มเติม Wongnai WeGive สมทบทุนสร้างโรงตากกาแฟให้วิสาหกิจชุมชนมณีพฤกษ์ จ.น่านตามหากาแฟเกอิชา นางฟ้าแห่งดอยมณีพฤกษ์ เมืองน่าน

LINE MAN Wongnai

26 Mar 2019

Wongnai WeGive สมทบทุนสร้างโรงตากกาแฟให้วิสาหกิจชุมชนมณีพฤกษ์ จ.น่าน

กาแฟ เครื่องดื่มแสนคุ้นเคยที่ช่วยปลุกคุณจากความง่วง หลาย ๆ คนเลือกที่จะเริ่มต้นวันใหม่ด้วยกาแฟร้อน ๆ สักแก้วเพื่อเพิ่มความสดชื่น แต่สำหรับใครที่เป็นคอกาแฟตัวยงก็คงรู้จักกับเมล็ดกาแฟระดับโลกอย่าง “เกอิชา” เมล็ดกาแฟที่มีราคาแพงอันดับต้น ๆ ของโลก ด้วยเอกลักษณ์ที่โดนเด่นทั้งรสชาติและกลิ่นที่หาไม่ได้ในเมล็ดกาแฟทั่วไป และที่สำคัญต้องนำเข้าจากต่างประเทศเท่านั้น จึงทำให้เมล็ดกาแฟ เกอิชา กลายเป็นกาแฟที่หายากและราคาสูงในไทย แต่ตอนนี้ประเทศไทยเองก็สามารถปลูกเมล็ดกาแฟ เกอิชา ได้แล้ว ด้วยฝีมือของชาวบ้านชุมชนมณีพฤกษ์ อำเภอทุ่งช้าง จังหวัดน่าน ซึ่งเป็นเพียงไม่กี่พื้นที่ในไทยที่สามารถปลูกได้ แต่ด้วยสภาพภูมิอากาศที่หนาวเย็นและความชื้นบนดอย ทำให้ชาวบ้านไม่สามารถตากกาแฟบนดอยได้ จึงต้องเดินทางกว่าร้อยโลเพื่อขนกาแฟจากบนเขาลงมาตากด้านล่าง ซึ่งทำให้เมล็ดกาแฟเสียหายไปกว่า 30% ในแต่ละครั้งที่เก็บเกี่ยว  ทาง Wongnai ได้เล็งเห็นปัญหาดังกล่าวจึงได้เข้าช่วยเหลือ โดยคุณยอด ชินสุภัคกุล กรรมการฝ่ายบริหาร บริษัท วงใน มีเดีย จำกัด ร่วมมือกับคุณมารุต ชุ่มขุนทด ผู้ก่อตั้ง Class Cafe เดินทางเข้าไปดูพื้นที่จริงเพื่อช่วยหาทางแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน โดยทั้งสองวางแผนจะสร้าง “โรงตากกาแฟ” ให้กับชาวบ้านชุมชุนมณีพฤกษ์ได้ใช้ เพื่อลดความเสียหายของเมล็ดกาแฟที่เกิดจากความชื้น  กาแฟ “เกอิชา” จากดอยมณีพฤกษ์ มาร่วมออกบูธขายในงาน Wongnai Bangkok Food Festival 2019 ณ ลานกิจกรรมหน้าพื้นที่แสควร์ B ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ วันที่ 16 – 20 มกราคม 2019 ภายใต้การดูแลของ Class Cafe ซึ่งนอกจากเมล็ดกาแฟเกอิชาแล้ว ภายในงานยังมีเมนูกาแฟอีกมากมายไม่ว่าจะเป็น กาแฟชงสดๆ หรือ กาแฟ Cold Brew รวมถึงกาแฟดริปที่เป็นไฮไลท์ของงาน  ที่สำคัญ เรายังได้รับการสนับสนุนจากเหล่าคนดังมากมายที่มาร่วมดริปกาแฟเพื่อช่วยหารายได้ให้แก่ชุมชนมณีพฤกษ์ ไม่ว่าจะเป็น บาริสต้าหนุ่มหล่อ Mr.Gabriel Carol, Brew Master จาก Pacamara Coffee Roaster ดีกรี World Brewers Cup 2018 ลำดับที่ 9 ของโลก, คุณอู๋ เอกพล ดีบุญมี ณ ชุมแพ – GQ Gentleman 2017, คุณสอง พาราด๊อกซ์ – DJ CAT RADIO, คุณหนุ่ย พงศ์สุข – พิธีกรไอทีชื่อดัง หรือแม้แต่ คุณยอด CEO ของ Wongnai พร้อมด้วยนายฮ้อยและล่ามทรง ก็ยังมาร่วมดริปกาแฟเพื่อช่วยงานนี้อีกด้วย โดยรายได้ตลอดทั้ง 5 วัน ทาง Wongnai และ Class Cafe จะนำไปสร้าง “โรงตากกาแฟ” เพื่อลดความเสียหายของเมล็ดกาแฟที่เกิดจากความชื้น ส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนมณีพฤกษ์ รวมถึงช่วยยกระดับวงการกาแฟไทยให้ดียิ่งขึ้น

LINE MAN Wongnai

24 Jan 2019
1 5 6