วิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่คุกคามสภาพความเป็นอยู่ของคนทั่วโลก และส่งผลกระทบต่อสภาพความเป็นอยู่ของเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ขณะที่ทั้งภาครัฐและเอกชนได้ออกมาตรการต่าง ๆ เพื่อช่วยเหลือเยียวยาผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 แต่ความช่วยเหลือส่วนใหญ่ได้มุ่งเน้นไปยังการจัดการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค การกระตุ้นเศรษฐกิจ และมาตรการในการใช้ชีวิตร่วมกันของคนในสังคมที่จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

“ท่ามกลางกระแสการปรับตัวและเปลี่ยนแปลงการดำเนินชีวิตในวิกฤตการโควิด-19 ยังมีเสียงเล็ก ๆ จากเด็กยากจนอีกกว่า 750,000 คน ทั่วประเทศที่ต้องการความช่วยเหลือจากสังคมให้พ้นจากสภาวะขาดแคลนอาหารในช่วงปิดเทอม”

การปิดเทอมที่ยาวนานกับมื้ออาหารที่หายไป?

การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้รัฐบาลต้องประกาศสั่งเลื่อนการเปิดภาคการศึกษาใหม่ไปเป็นวันที่ 1 ก.ค. ทำให้เด็ก ๆ มีระยะเวลาในการปิดเทอมที่ยาวนานออกไปถึง 45 วัน สำหรับเด็กที่มาจากครอบครัวที่ไม่ขัดสนก็คงจะไม่มีผลกระทบใด ๆ แต่เมื่อหันไปมองเด็ก ๆ ที่มาจากครอบครัวที่ยากจนเราจะพบวิกฤตที่แฝงอยู่ในวิกฤตที่กำลังเผชิญอยู่

ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธานกรรมการบริหาร กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เปิดเผยว่า “ที่ผ่านมาเครือข่ายครูสังกัด สพฐ. ตชด. และ อปท. กว่า 400,000 คนทั่วประเทศได้มีการลงพื้นที่เยี่ยมสำรวจความต้องการของนักเรียนยากจน เพื่อนำมาประเมินสถานการณ์ ความเสี่ยง และผลกระทบที่นักเรียนจะได้รับเนื่องมาจากการปิดเทอมที่ยาวนานขึ้น เราพบว่าปัญหาอันดับหนึ่งที่เกิดขึ้นคือความกังวลจากการเพิ่มภาระรายจ่ายค่าอาหารของครอบครัว และยิ่งไปกว่านั้นพบว่าเด็ก ๆ กำลังประสบปัญหาการขาดแคลนอาหาร เนื่องมาจากเด็กส่วนใหญ่พึ่งพาอาหารกลางวันที่ครบห้าหมู่จากโรงเรียนเป็นหลัก เมื่อการเปิดเทอมถูกเลื่อนออกไปจึงทำให้เด็กเหล่านี้ประสบสภาวะทุพโภชนาการและต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน”

ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธานกรรมการบริหาร กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)

ความช่วยเหลือเร่งด่วน

กสศ.ในฐานะที่เป็นองค์กรทำงานเพื่อสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาด้วยการยื่นมือเข้าไปให้ความช่วยเหลือผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษามาโดยตลอด ซึ่งเป็นเวลากว่า 2 ปีมาแล้วที่ กสศ. ได้เข้าไปช่วยเหลือ สนับสนุน และส่งเสริมพัฒนา เด็ก เยาวชน ทั้งที่อยู่ในระบบและนอกระบบการศึกษา ตลอดจนการให้ความช่วยเหลือแก่ครู ผู้พิการ และประชาชนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาสกว่า 1,147,754 คน ครอบคลุม 27,731 โรงเรียนทั่วประเทศไทย

เมื่อเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 กสศ. จึงเร่งดำเนินการเข้าไปช่วยเหลือกลุ่มเด็กยากจนพิเศษที่กำลังประสบปัญหาอย่างเร่งด่วน ในเบื้องต้น กสศ. ได้ใช้งบประมาณที่ได้คืนมาจากรัฐบาลรวมกับงบประมาณฉุกเฉิน รวมเป็นเงิน 500 ล้านบาท และได้เร่งนำไปแจกจ่ายช่วยเหลือให้กับนักเรียนยากจนจำนวนคนละ 600 บาท เป็นค่าอาหารเบื้องต้น 30 วัน ซึ่งเฉลี่ยแล้วจะได้คนละเพียง 20 บาทต่อวันเท่านั้นเอง ซึ่งเงินจำนวนนี้นับเป็นเงินฉุกเฉินเบื้องต้นที่ กสศ. ได้ดำเนินการเยียวยาเด็ก ๆ ที่กำลังประสบปัญหาอย่างเร่งด่วน

อย่างไรก็ตามยังมีช่องว่างอีก 15 วันก่อนที่จะถึงวันเปิดเทอมที่ กสศ. จำเป็นต้องออกมาระดมทุนผ่านโครงการ “สู้วิกฤตให้น้องอิ่ม คนละมือ เพื่อมื้อน้อง” ซึ่งต้องการความช่วยเหลือจากภาคเอกชนและประชาชนทั่วไปให้มีส่วนร่วมในการช่วยเหลือสนับสนุน และร่วมสมทบทุนเพื่อเติมเต็มมื้ออาหารให้กับเด็ก ๆ

กสศ. ได้ใช้งบประมาณที่ได้คืนมาจากรัฐบาลรวมกับงบประมาณฉุกเฉิน รวมเป็นเงิน 500 ล้านบาท และได้เร่งนำไปแจกจ่ายช่วยเหลือให้กับนักเรียนยากจนจำนวนคนละ 600 บาท เป็นค่าอาหารเบื้องต้น 30 วัน ซึ่งเฉลี่ยแล้วจะได้คนละเพียง 20 บาทต่อวันเท่านั้นเอง

รูลงพื้นที่พบเด็กอดมื้อกินมื้อ

จากการลงพื้นที่ของเครือข่ายครูเพื่อรายงานสภาพความเป็นอยู่ของเด็กนักเรียนยากจนและจากพื้นที่ทุรกันดาร พบว่าเด็ก ๆ ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลและถิ่นทุรกันดารมักจะไม่ได้รับสารอาหารครบ 5 หมู่ โดยบางบ้านเด็ก ๆ ต้องกินข้าวต้มกับเกลือเสียด้วยซ้ำ นอกจากนั้นยังพบว่าบางครัวเรือนที่ผู้ปกครองมีอาชีพหาเช้ากินค่ำ จะประสบปัญหาไม่มีเงินซื้ออาหารเนื่องมาจากโดยปกติเด็กจะพึ่งพาอาหารเช้าและอาหารกลางวันจากโรงเรียน เมื่อมีการปิดเทอมที่ยาวนานขึ้นจึงทำให้เด็กต้องอดมื้อกินมื้อ การปิดเทอมที่ยาวนานนี้ หากมองจากมุมของผู้มีอันจะกินคงมิใช่ปัญหา แต่หากมองในมุมของเด็กๆ เหล่านี้มันคือสภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงหรือแก้ไขได้ในระยะเวลาอันสั้น แต่ก็คือเรื่องจริงที่กำลังเกิดขึ้นในสังคมและต้องการความช่วยเหลือ และร่วมมือกันแก้ไขอย่างจริงจัง

เด็ก ๆ ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลและถิ่นทุรกันดารมักจะไม่ได้รับสารอาหารครบ 5 หมู่  โดยบางบ้านเด็ก ๆ ต้องกินข้าวต้มกับเกลือเสียด้วยซ้ำ

สารอาหารที่ไม่เพียงพอกระทบพัฒนาการของเด็กๆ

อาจารย์สง่า ดามาพงษ์ นักวิชาการด้านโภชนาการ ที่ปรึกษาโครงการสู้วิกฤตให้น้องอิ่ม คนละมือ เพื่อมื้อน้อง กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กล่าวเพิ่มเติมว่า “ปัญหาที่พบบ่อยในการติดตามพัฒนาการของเด็กยากจนคือ สภาวะทุพโภชนาการ หรือการที่เด็กไม่ได้รับสารอาหารครบถ้วน โดยเด็กๆ เหล่านี้ต้องการอาหารที่ครบ 5 หมู่ ซึ่งจำเป็นต่อพัฒนาการทั้งด้านร่างกาย สติปัญญา สมอง ซึ่งหากเด็กๆ ไม่ได้รับสารอาหารที่เพียงพอจะส่งผลกระทบให้มีอาการสมองฝ่อ ร่างกายเตี้ย ผอมแคระแกร็น ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเรียนและพัฒนาการทางสติปัญญา ที่ผ่านมาพบว่าเด็กที่มีปัญหาจะอยู่ในถิ่นทุรกันดารหรือมาจากครอบครัวที่ยากจน โดยเด็กมักจะไม่ได้รับสารอาหารที่เพียงพอในระหว่างปิดภาคเรียนเนื่องมาจากความยากจน ซึ่งเด็กเหล่านี้จะพึ่งพาอาหารที่ถูกหลักโภชนาการจากโรงเรียน ดังนั้นเมื่อกำหนดเปิดภาคการศึกษาถูกเลื่อนออกไปจึงส่งผลกระทบโดยตรงต่อเด็กกลุ่มดังกล่าวโดยตรง เพราะโรงเรียนไม่ใช่แค่สถานที่เรียนรู้ แต่คือโรงครัวของเด็กๆ ที่ยากจน”

อาจารย์สง่า ดามาพงษ์ นักวิชาการด้านโภชนาการ ที่ปรึกษาโครงการสู้วิกฤตให้น้องอิ่ม คนละมือ เพื่อมื้อน้อง

ปัญหาปากท้องของเด็กยากจนในช่วงปิดเทอมที่ยาวนานอาจจะเป็นปัญหาระยะสั้นที่ต้องเร่งมือกันช่วยแก้ไข แต่ปัญหาระยะยาวนั้นมีผลกระทบเป็นทอดๆ และต่อเนื่องในหลากหลายมิติ ซึ่งสภาวะขาดแคลนของครอบครัวที่ขาดรายได้นอกจากจะส่งผลกระทบต่อตัวเด็กแล้ว ยังเชื่อมโยงเป็นลูกโซ่จนสามารถส่งผลกระทบให้เด็กเหล่านั้นจำต้องออกจากระบบการศึกษาในที่สุด และแน่นอนว่าการที่เด็กคนหนึ่งจำต้องออกจากระบบการศึกษาจะส่งผลโดยตรงต่อโอกาสในชีวิตของเด็กและสามารถกลายมาเป็นปัญหาอื่นๆ ให้กับสังคมได้อีกมากมาย

ปัญหาขาดแคลนอาหารจะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่จนสามารถส่งผลกระทบให้เด็กเหล่านั้นจำต้องออกจากระบบการศึกษาในที่สุด

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการบริจาคเพื่อช่วยเหลือเด็กที่ยากจนพิเศษจำนวนกว่า 750,000 คนทั่วประเทศ ในโครงการ #สู้วิกฤตให้น้องอิ่ม กับกสศ. ผ่านบัญชีธนาคารกรุงไทย ชื่อบัญชี: กสศ.มาตรา 6(6) เลขบัญชี: 172-0-30021-6 หรือเวบไซต์ สู้วิกฤตให้น้องอิ่ม หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 02-079-5475

News Release View More

LINE MAN พาพาร์ทเนอร์คนขับกว่า 700 คน เข้าตรวจสุขภาพฟรีในงานมหกรรมตรวจสุขภาพไรเดอร์ โดย กทม. และ สสส.

LINE MAN นำโดย คุณอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ รองประธานฝ่ายนโยบายสาธารณะและรัฐกิจสัมพันธ์ พาพาร์ทเนอร์คนขับ ทั้งผู้ขับมอเตอร์ไซค์ รถยนต์ และรถแท็กซี่ กว่า 700 คน เข้าตรวจสุขภาพฟรีในงานมหกรรมตรวจสุขภาพไรเดอร์ ภายใต้นโยบายตรวจสุขภาพฟรี 1 ล้านคน ซึ่งจัดขึ้นโดยกรุงเทพมหานครและสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เมื่อเร็วๆ นี้ พาร์ทเนอร์คนขับ LINE MAN กว่า 700 คนที่ลงทะเบียนล่วงหน้าจะได้รับบริการตรวจสุขภาพที่ครอบคลุมทุกด้าน เช่น การวัดความดันโลหิต การเอกซเรย์ปอด การตรวจคัดกรองสุขภาพจิต และการตรวจสายตา เพื่อให้ไรเดอร์และพาร์ทเนอร์คนขับทุกคนสามารถทราบสถานะสุขภาพของตนเองและได้รับคำแนะนำในการดูแลสุขภาพที่เหมาะสม นอกจากนี้ ไรเดอร์และพาร์ทเนอร์คนขับยังสามารถพาครอบครัวเข้ารับบริการตรวจสุขภาพฟรีได้อีกด้วย โดยมี ผศ.ดร.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และ นายแพทย์วิพุธ พูลเจริญ กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนานโยบาย (สวน.) ร่วมในพิธีเปิดโครงการ ถือเป็นก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในสุขภาพของพาร์ทเนอร์คนขับบนแพลตฟอร์มต่างๆ ที่เป็นแรงงานที่สำคัญในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล และตั้งเป้าขยายผลตรวจสุขภาพไรเดอร์ 1 ล้านคนทั่วประเทศ ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ  ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: pr@lmwn.com

LINE MAN Wongnai

27 Aug 2024

LINE MAN MART ชวนช้อปสัปดาห์หนังสือฯ สั่งง่าย ส่งทันใจ จัดหนักโค้ดลดสูงสุด 300 บาท

กลับมาอย่างยิ่งใหญ่! งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 51 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 21 ที่หลายคนรอคอย ซึ่งจัดขึ้น ณ ฮอลล์ 5-7 ชั้น LG ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์  และเป็นอีกครั้งที่เหล่าคนรักหนังสือจะได้รับประสบการณ์ความสะดวกที่สามารถสั่งซื้อหนังสือที่ชื่นชอบผ่านทาง LINE MAN MART ที่จะเปิดแผงเอาใจนักอ่านคนไทยให้สั่งหนังสือภายในงานจาก 47 สำนักพิมพ์ชื่อดังได้อย่างง่ายดาย จัดส่งถึงหน้าบ้านทันใจ พร้อมแจกโค้ดส่วนลดสูงสุด 300 บาท ตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคม ถึง 9 เมษายนนี้  ครั้งนี้ LINE MAN MART จัดเต็มเปิดให้ช้อปแบบจุใจกับกองทัพหนังสือกว่า 5,000 เล่ม จาก 47 สำนักพิมพ์ชื่อดัง อาทิ สำนักพิมพ์แจ่มใส, Salmon Books, ขายหัวเราะ, 10 มิลลิเมตร,  Avocado Books, ยิปซี กรุ๊ป, เคล็ดไทย และอื่น ๆ อีกมากมาย บน LINE MAN MART พร้อมรับโค้ดส่วนลดทันทีเริ่มต้น 50 บาท เมื่อซื้อขั้นต่ำ 500 บาท เพียงใส่โค้ด BOOKFAIR50, รับส่วนลดทันที 100 บาท เมื่อซื้อขั้นต่ำ 800 บาท เพียงใส่โค้ด BOOKFAIR100, รับส่วนลดทันที 200 บาท เมื่อซื้อขั้นต่ำ 1,200 บาท เพียงใส่โค้ด BOOKFAIR200 และรับส่วนลดทันที 300 บาท เมื่อซื้อขั้นต่ำ 1,500 บาท เพียงใส่โค้ด BOOKFAIR300 (โค้ดส่วนลดมีจำนวนจำกัดต่อวัน) เลือกซื้อหนังสือที่ชื่นชอบจากงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 51 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 21  ได้ง่าย ๆ โดยไม่ต้องเดินทาง เพียงกดสั่งแล้วรอรับหนังสือที่ส่งตรงถึงหน้าบ้านได้เลยที่ https://lineman.onelink.me/1N3T/hsshn0dm  *สิทธิ์มีจำนวนจำกัดต่อวัน  จำกัด 1 สิทธิ์ต่อผู้ใช้  **เฉพาะการสั่งซื้อหนังสือจากร้านที่ร่วมรายการผ่าน LINE MAN MART ***ให้บริการเฉพาะพื้นที่ที่บริษัทกำหนด

LINE MAN Wongnai

29 Mar 2023

LINE MAN กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และสำนักงานประกันสังคม ลงนามความร่วมมืออัพสกิลไรเดอร์ และเสริมความรู้สิทธิประกันสังคม

LINE MAN จับมือ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และ สำนักงานประกันสังคม ลงนามความร่วมมือว่าด้วยการพัฒนาทักษะไรเดอร์ และความรู้สิทธิประกันสังคม ตั้งเป้าส่งเสริมให้ไรเดอร์มีทักษะความรู้ที่เกี่ยวข้องกับอาชีพ และได้รับสวัสดิการที่เหมาะสม ความมุ่งมั่นของการลงนามความร่วมมือครั้งนี้คือการส่งเสริมให้ไรเดอร์มีทักษะความรู้ที่เกี่ยวข้องกับอาชีพ และได้รับสวัสดิการที่เหมาะสม โดยอาศัยความร่วมมือและความเชี่ยวชาญจากหน่วยงานภาครัฐ ปัจจุบัน อาชีพไรเดอร์ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นทั้งแบบเต็มเวลาและพาร์ตไทม์ หากมีทักษะซ่อมบำรุงพาหนะเบื้องต้น จะช่วยลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มความพร้อมในการทำงาน ระหว่างปี 2023-2025 กรมพัฒนาฝีมือแรงงานร่วมกับ LINE MAN จัดอบรมหลักสูตรบำรุงรักษารถจักรยานยนต์เบื้องต้นให้ไรเดอร์แล้ว 372 คน และเตรียมขยายการฝึกอบรมเพิ่มอีก 80 คน ใน 4 จังหวัด ได้แก่ ร้อยเอ็ด ชุมพร กำแพงเพชร และพิษณุโลก ในหลักสูตร 6 ชั่วโมง ครอบคลุมเกี่ยวกับกฎจราจร ความรู้พื้นฐานรถจักรยานยนต์ การดูแลรักษารถจักรยานยนต์  นอกจากนี้ ยังพัฒนาหลักสูตรออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์ม DSD Online Training เพื่อให้ไรเดอร์เข้าถึงความรู้ได้สะดวกขึ้น ขณะเดียวกัน แรงงานในอาชีพไรเดอร์จำนวนมากยังเข้าไม่ถึงสิทธิประกันสังคม สำนักงานประกันสังคมจึงร่วมกับ LINE MAN ให้ความรู้เกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ตามมาตรา 40 พร้อมแนะนำช่องทางสมัครและชำระเงินสมทบให้แรงงานอิสระบนแพลตฟอร์มดิจิทัลด้วยซึ่งเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ และกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้แรงงานอิสระได้รับการคุ้มครองอย่างทั่วถึง คุณยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “พันธกิจของเรามุ่งมั่นที่จะยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของไรเดอร์กว่า 100,000 คน โดยส่งเสริมให้ไรเดอร์มีทักษะความรู้ที่เกี่ยวข้องกับอาชีพ และได้รับสวัสดิการที่เหมาะสม ในส่วนของ LINE MAN จะสนับสนุนการพัฒนาฝีมือแรงงานในสาขาอาชีพตามความต้องการ โดยบริษัทจะจัดหากลุ่มเป้าหมายในการฝึกอบรม และสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดฝึกอบรม ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามแผนการฝึกอบรมตามที่ทุกฝ่ายตกลงร่วมกันตามภารกิจที่เหมาะสมภายใต้งบประมาณที่บริษัทได้จัดสรรไว้ ซึ่งเราได้เชิญชวนไรเดอร์เข้าร่วมอบรม ผ่านช่องทางสื่อสารของ LINE MAN มีการลงพื้นที่จัดอบรมทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ที่ผ่านมาได้ร่วมจัดอบรมซ่อมรถจักรยานยนต์ไปแล้ว 17 จังหวัด ให้ความรู้ด้านประกันสังคมซึ่งได้รับผลตอบรับอย่างดีจากไรเดอร์ ทั้งนี้ คาดว่าในปีนี้จะจัดอบรมเพิ่มอีก 20 จังหวัด เพื่อต่อยอดสู่ทุกจังหวัดทั่วไทยในอนาคต และผมเชื่อมั่นว่าโครงการนี้จะช่วยให้ไรเดอร์ได้นำความรู้ที่ได้รับไปใช้ในการทำงานได้ในระยะยาวอย่างยั่งยืน” สำหรับการลงนามบันทึกข้อตกลงครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก คุณเดชา พฤกษ์พัฒนรักษ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และคุณมารศรี ใจรังษี เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม พร้อมด้วยผู้บริหารจากทั้ง 3 หน่วยงาน ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงครั้งนี้ ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ  ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: pr@lmwn.com

LINE MAN Wongnai

10 Mar 2025

LINE MAN Wongnai wins Best Employer Brand in Thailand at LinkedIn Talent Awards

LINE MAN Wongnai, Thailand’s leading on-demand platform and restaurant discovery, has won the Best Employer Brand category at LinkedIn Talent Awards 2022 in Thailand, beating over 500 organizations that each employ under 1,000 people. This awards solidifies LINE MAN Wongnai’s position as a Thai technology company with a strong corporate culture to produce outstanding personnel and a goal to become the most desirable workplace in Thailand.  Hosted by the world’s largest professional network LinkedIn, LinkedIn Talent Awards give recognition to organizations that are outstanding in strong branding, communication for engagement and personnel development while also embracing diversity, equity and inclusion. In 2022, according to stats on LinkedIn, LINE MAN Wongnai is a Thai tech company with the highest increase of followers by 154% and the highest organic engagement rate on the platform, in comparison to other Thai tech firms of the same scale. Professionals also visit and look up information about LINE MAN Wongnai on LinkedIn and the top three searches are in Engineering & Technology, Business Development and Marketing categories, respectively.   Anontawong Marukpitak, VP of People, LINE MAN Wongnai said, “In the past 12 years, we at LINE MAN Wongnai have abided by our three core values. Innovate Faster is to create innovation and fast. Go Deeper is to go in-depth with work and get close to users. Respect Everyone is to treat everyone equally with dignity. They are the basis for the strong corporate culture that we have today. To receive the Best Employer Brand recognition is another milestone for us. It affirms our roadmap towards becoming the best workplace in Thailand where everyone can contribute to help Thai people live better.” 

LINE MAN Wongnai

17 Mar 2023